performance management

การบริหารผลการดำเนินงาน กับ วิธีการ 

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือเชิงธุรกิจมานาน จำพวก How-To ทั้งหลาย อ่านไปอ่านมาหลายปี หลายเล่มแล้วก็พอสรุปได้ว่า ที่เขียนๆ กันมาทั้งหมดนั้น เกี่ยวกับเรื่องของ How to [improve your company’s performance] ทั้งนั้น คือ เขียนวิธีการที่จะปรับปรุงผลการดำเนินงานของบริษัท [ที่เราอยู่] ให้ดีขึ้น 

การปรับปรุงผลการดำเนินงาน ทำได้โดยการเรียนรู้จากบทเรียนความสำเร็จในอดีตหรือ การหาแนวคิดการจัดการใหม่ ๆ ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์หรือสิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน  สำหรับบทเรียนแห่งความสำเร็จของเหล่าผู้บริหารชั้นนำระดับโลก เช่น Jack Welch แห่ง GE ที่ถือว่าเป็นผู้บริหารมือหนึ่งนักปฎิบัติแห่งศตวรรษ, Bill Gates ของ Microsoft, Michael Dell ของ Dell หรือ คนดังปัจจุบันอย่าง Steve Jobs เจ้าของ brand Apple อันเลื่องลือ 

นอกจากนี้ เราก็อาจได้หลักการบริหารธุรกิจจาก แนวคิดการบริหารธุรกิจใหม่ๆ ของปรมาจารย์ (หรือ กูรู)จากโรงเรียนธุรกิจระดับโลก อย่าง Peter Drucker, Michael Porter, C.K. Prahalad, Philip Kotler  หรือ แนวคิดการจัดการธุรกิจใหม่ๆ จากเหล่าที่ปรึกษามืออาชีพที่บางคนมีสังกัดบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำเช่น Bain & Company (ที่เป็นที่ปรึกษาอันดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน) หรือ McKinsy & Co. ที่เคยโด่งดังในอดีต หรือ Boston Consulting Group (BCG) เป็นต้น

บางคนก็เป็นนักปฏิบัติมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาเขียนหนังสือเสนอแนวคิดจนโด่งดังในอดีตอย่าง Michael Hammer เจ้าของแนวคิด Reengineering หรือ Larry Bossidy กับ Ram Charan กับหนังสือเรื่อง “Execution: The Discipline of Getting Things Done” เป็นต้น  

นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำการศึกษาประสบการณ์ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีต จากบริษัทต่างๆ แล้วนำมาตั้งเป็นหลักการ หรือสูตรสำเร็จ เช่น Thomas Perters และ Robert Waterman จากการเขียนหนังสือเรื่อง In Search of Excellent ที่โด่งดังอย่างมากในปี 1982 หรือ Jim Collins กับ Jery Porras จากงานวิจัยเรื่อง Built to Last และ Good to Grate ที่ศึกษาถึงบริษัทที่มีผลการดำเนินงานระดับสุดยอด ประเภท Best of the Best  

ไม่ว่าเป็นบทเรียนความสำเร็จในอดีต หรือ นวัตกรรมการจัดการใหม่ๆ สิ่งที่เหมือนกันคือ ผู้ถ่ายทอดต้องหาวิธีที่จะจับหลักการ หรือเคล็ดลับ การบริหารขึ้นมาเขียนถ่ายทอดให้ได้ โดยมีเป้าหมายเหมือนกันคือ ความต้องการที่จะหาสูตรแห่งความสำเร็จ ที่ฝรั่งอาจเรียกว่า “Silver Bullet” ที่จะผู้อ่านจะสามารถนำมาประยุกต์กับองค์กรของตัวเองเพื่อใช้เป็นหลักการ หรือเครื่องมือการบริหารกิจการให้ประสบความสำเร็จได้  

อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็ยังมีต่อไปว่า เจ้าคำว่าผลการดำเนินงาน (Performance) นั้นหมายถึงอะไร ถ้าถาม CFO ก็อาจได้คำตอบว่า บริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมหมายถึง บริษัทที่สามารถทำกำไรได้สูง หรือ เงินสดคงเหลือปลายปี หรือ หากถาม CEO บางคนก็อาจจะได้คำตอบว่าคือ ยอดขายของบริษัท หรือ ราคาหุ้นของบริษัทที่เพิ่มขึ้น  

เร็วๆ นี้ก็มีข้อเขียนจากที่ปรึกษาชื่อดังที่เก่งด้านการสร้างความเป็นผู้นำ (Leadership) ชื่อ Dr. Ken Blanchard ที่เคยเขียนหนังสือเรื่อง The One Minute Manager ที่ขายดีพอสมควร โดยมารอบนี้ Dr.Blanchard เสนอแนวคิดการเป็นองค์กรที่มีผลประกอบการที่ดี (High Performing Organization) ว่าผู้นำเน้นการบริหางานโดยการให้อำนาจแก่พนักงานทุกระดับและส่งเสริมเงื่อนไขการทำงานให้พนักงานสามารถดึงเอาความสามารถสูงสุดของแต่ละคนออกมาให้มากที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์องค์กร 3 ด้านคือ การเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าที่เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า (Customer of Choice) การเป็นองค์รกรในฝันสำหรับพนักงาน (Employee of Choice) และ การสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น (Investor of Choice)   <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">วัตถุประสงค์ข้างต้น น่าจะเป็นคำจำกัดความของคำว่า ผลการดำเนินงานที่ดีได้ระดับหนึ่ง ซึ่งต่อไป จะพูดถึงความเชื่อมโยงของการที่บริษัทมีผลการดำเนินงานดีแล้ว ตัวพนักงานเองมีวิธีการประเมินผลงาน และการให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมอย่างไร </p>