การเผยแพร่รายการให้เหมาะสมกับช่วงเวลาและกลุ่มผู้ชมคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้ายังเห็นเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ แต่ขาดจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม คิดไปแล้วก็กุ้ม (แบบไม่มีลอลิง) แถมกินยาพาราเซตตามอล 2 เม็ดก็คงยังไม่หาย เพราะจิตสำนึกตัวนี้มันสร้างยากที่สุด แต่ต้องปลูกฝังและคอยรดน้ำใส่ปุ๋ยกันมาตั้งแต่เด็กๆ
เมื่อหลายเดือนก่อนกรมประชาสัมพันธ์ได้ขอความร่วมมือกับผู้ผลิตรายการสถานีโทรทัศน์ทุกแห่งให้แสดงสัญลักษณ์กลุ่มผู้ชมรายการทั้งก่อนและระหว่างการออกอากาศ เพื่อให้ผู้ชมทราบว่ารายการนั้น เหมาะสมกับกลุ่มผู้ชมกลุ่มใด รายการใดเป็นรายการที่ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ หรือรายการใดที่ไม่เหมาะสมกับกลุ่มผู้ชมวัยใดบ้าง

สัญลักษณ์ดังกล่าวเราคงจะคุ้นเคยกันบ้างแล้ว แต่ขอนำมากล่าวถึงเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น สัญลักษณ์กลุ่มผู้ชมรายการมีทั้งหมด 7 สัญลักษณ์ คือ
1.สัญลักษณ์รายการสำหรับเด็กอายุ 2-12 ปี
2.สัญลักษณ์รายการสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน 2-6 ปี
3.สัญลักษณ์รายการทั่วไปเหมาะสำหรับทุกวัย
4.สัญลักษณ์รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ
5.สัญลักษณ์รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชมอายุต่ำกว่า 13 ปี
6.สัญลักษณ์รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชมอายุต่ำกว่า 18 ปี
7.สัญลักษณ์รายการเฉพาะไม่เหมาะแก่เด็กและเยาวชน
(ผู้อ่านสามารถดูภาพประกอบจะทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น)
การกำหนดสัญลักษณ์กลุ่มผู้ชมรายการในสถานีโทรทัศน์ช่องฟรีทีวีจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ปกครองที่จะคอยดูแลบุตรหลานของตนเองให้ชมรายการที่เหมาะสมกับวัย เพื่อให้การชมโทรทัศน์เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามันสมอง ความคิดความอ่าน อารมณ์ และบุคลิกภาพให้เป็นไปอย่างสมวัย เพราะเด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์น้อย ที่จะแยกแยะความชั่วดีได้ ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มามาก หรือที่เราเรียกว่า “อาบน้ำร้อนมาก่อน” จึงทำให้ผู้ใหญ่อย่างพวกเราสามารถแยกแยะข้อมูลข่าวสารที่เราชมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้
การกำหนดสัญลักษณ์ผู้ชมรายการโทรทัศน์ยังสะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้วสื่อโทรทัศน์ไม่ได้เป็น "พระเอกขี่ม้าขาว" เสมอไป แต่ขณะเดียวกันสื่อโทรทัศน์ก็เปรียบเสมือน “มาตรกรใจมาร” ด้วยเช่นกัน สื่อโทรทัศน์นั้นเป็นสื่อมวลชนที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในบรรดาสื่อมวลชนด้วยกันเอง เพราะการชมโทรทัศน์นั้นเราต้องตั้งใจฟังตั้งใจดูทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงหลากหลายอารมณ์ ซึ่งจะผสมรวมกัน แล้วไปกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมให้มีความรู้สึก หรือความคิดบางอย่างเกิดขึ้น
เมื่อเราชมโทรทัศน์บ่อยขึ้น เราก็จะสร้างความจริงบางอย่างจากโทรทัศน์ ไม่เว้นแม้แต่เด็ก เยาวชน หรือผู้ใหญ่ เช่น การสร้างภาพเรื่องความเกลียดกลัวอิสลาม การสร้างภาพวัยรุ่นว่าเป็นวัยที่ไร้สาระ การสร้างภาพคนชนบทว่าเป็นคนโง่ จน เจ็บ เป็นต้น ซึ่งความจริงเหล่านี้ไม่ได้เป็นความจริงที่แท้จริง แต่เป็นความจริงที่เรารับรู้จากสื่อ แล้วเรานำความจริงของสื่อมาสร้างภาพในสมองของเรา
การที่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์น้อยนั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องชมโทรทัศน์นานๆ เหมือนผู้ใหญ่ แต่ผู้ชมกลุ่มนี้สามารถเลียนแบบพฤติกรรมบางอย่างจากโทรทัศน์ได้ทันที เรียกว่า “พฤติกรรมเลียนแบบ” จากโทรทัศน์ เช่น การนำอาวุธปืนของผู้ปกครองมาเล่นตำรวจจับผู้ร้าย แล้วยิงกันตาย การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร บางทีมีการเลียนแบบลักษณะการแก้ปัญหาชีวิตจากในโทรทัศน์ เช่น ฆ่าตัวตายเหมือนในข่าวเมื่อความรักไม่ลงตัว การหนีออกจากบ้านเมื่อรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ เป็นต้น
นี่คือ “ดาบสองคมของโทรทัศน์” ที่จำเป็นต้องมีสัญลักษณ์กลุ่มผู้ชมรายการ แต่บางรายการก็แสดงสัญลักษณ์ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาของรายการ ที่เห็นได้ชัดเจน คือ รายการการ์ตูนยามเช้าของแต่ละช่อง โดยเฉพาะช่อง 7 ช่อง 9 และทีไอทีวี การ์ตูนบางเรื่องมีการต่อสู้กันดุเดือด เลือดตกยางออก โหดกว่าละครไทยเสียอีก แต่กลับขึ้นสัญลักษณ์เป็นรายการทั่วไป หรือ รายการที่เหมาะสมสำหรับเด็กบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
การ์ตูนบางเรื่องนอกจากจะมีภาพการต่อสู้ที่รุนแรงแล้ว ยังใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมด้วย ดังนั้นนอกจากจะกำหนดสัญลักษณ์กลุ่มผู้ชมรายการเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอแน่นอนที่จะทำให้โทรทัศน์ใสสะอาด คงต้องจัดหมวดหมู่ของเวลากับรายการให้เหมาะสมกัน เช่น ช่วงเย็นก็ควรมีรายการที่ชมได้ทุกวัย ไม่ใช่แต่ละช่องแข่งขันนำเสนอละครน้ำเน่าแบบตบตี แย่งผู้ชาย ชิงรักหักสวาท ช่วงเช้าก็ควรเป็นการ์ตูนที่ส่งเสริมภูมิปัญญาเด็กและเยาวชน ไม่ใช่การ์ตูนที่สอนให้ใช้ความรุนแรง
การเผยแพร่รายการให้เหมาะสมกับช่วงเวลาและกลุ่มผู้ชมคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้ายังเห็นเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ แต่ขาดจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม คิดไปแล้วก็กุ้ม (แบบไม่มีลอลิง) แถมกินยาพาราเซตตามอล 2 เม็ดก็คงยังไม่หาย เพราะจิตสำนึกตัวนี้มันสร้างยากที่สุด แต่ต้องปลูกฝังและคอยรดน้ำใส่ปุ๋ยกันมาตั้งแต่เด็กๆ
การจัดเวลาในการนำเสนอรายการต่าง ๆ หรือละคร อย่างที่คุณ Phirakan เขียนไว้ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการลดคมดาบ ของรายการโทรทัศน์ ได้จริงๆ ค่ะ อันนี้ต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วยค่ะ
โทรทัศน์ส่วนใหญ่เป็นมือขวาของระบบทุนนิยมที่มุ่งหวังเรื่องผลกำไรสูงสุด ดังนั้นเราจึงมักไม่เห็นว่ารายการในโทรทัศน์เกือบทั้งหมดจะวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาของระบบทุนนิยม แต่กลับมุ่งกระตุ้นการบริโภคของประชาชน