นายกฯ เรียก ครม. หารืองบประมาณนัดพิเศษ เปิดช่อง รมว.คลังเสนอทบทวนกรอบขาดดุล 17 มี.ค.นี้ ขณะที่ “ฉลองภพ” หารือผู้ว่า ธปท. หาทางออกมาตรการร้อยละ 30 วันที่ 15 มี.ค. ส่วน “สมหมาย ภาษี” บอกหลังเดินทางกลับจากญี่ปุ่นว่าเจบิคพร้อมปล่อยกู้ทำรถไฟฟ้า และ สบน. พร้อมออกบอนด์ระดมทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงของ รฟท. นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ในวันเสาร์ที่ 17 มี.ค.นี้ เพื่อทำ ความเข้าใจกับรัฐมนตรีทุกกระทรวงเกี่ยวกับการเตรียมการและบริหารงบประมาณปี 2551 พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีทุกคนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณ ส่วนการที่นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะขอให้มีการทบทวนกรอบงบประมาณปี 2551 ที่ตั้งกรอบงบประมาณไว้ที่ 1.63 ล้านล้านบาท และขาดดุล 1.2 แสนล้านบาท เป็นสิทธิที่จะเสนอทบทวนได้ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะมีการหารือกับนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ เกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ อาทิ มาตรการการเงินสำรองร้อยละ 30 และการไหลเข้าของเงินทุนเป็นตน ส่วนนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ภาคเอกชนสามารถที่จะรับสภาวะค่าเงินบาทแข็งได้ หากมีอัตราปรับตัวได้ใกล้เคียงกับค่าเงินในภูมิภาค หากการประชุมวันที่ 15 มี.ค.นี้ ระหว่างคลังกับธปท. มีทิศทางที่จะยกเลิกมาตรสำรองร้อยละ 30 หลังจาก ธปท. ได้ผ่อนปรน ไปหลายด้านแล้ว อาทิ การให้ประกันความเสี่ยงเต็มจำนวนของวงเงินนำเข้า อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรเร่งกระจายงบประมาณออกสู่ต่างจังหวัดหลังการซื้อของประชาชนเริ่มลดลง ทางด้านนายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากการหารือกับทางการญี่ปุ่นเกี่ยวกับการขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เพื่อนำมาใช้ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 สาย ว่า ผลของการหารือมีทิศทางที่ดี แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดในเรื่องวงเงินที่ขอกู้จากญี่ปุ่นได้ เนื่องจากต้องหารือกับนายฉลองภพ รมว.คลัง ก่อน แหล่งข่าวจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ขณะนี้สภาพตลาดค่อนข้างเอื้อต่อการระดมทุน เพราะสภาพคล่องในระบบยังมีเหลืออยู่มาก อีกทั้งตลาดตราสารหนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจาก ธปท. ได้ผ่อนคลายมาตรการสำร้องร้อยละ 30 จากการนำเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้แล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.นี้ คาดว่าจะทำให้ตลาดตราสารหนี้กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งจะทำให้มีเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะออกพันธบัตรระดมทุนในประเทศ เพื่อนำไปสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกพันธบัตร คือ เดือน ก.ค.- ส.ค.50 หากเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าตามกำหนดเดิมคือเดือน เม.ย. เพราะต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนทั้งความเห็นชอบของรัฐบาลและการเซ็นสัญญากับบริษัทที่ชนะการประมูล ดังนั้น กว่าจะเริ่มมีการก่อสร้างจริงได้ก็ประมาณเดือน ต.ค. จึงควรจะระดมทุนก่อนมีการใช้เงินจริงประมาณ 1-2 เดือน อย่างไรก็ตาม สบน. ยังศึกษาแนวทางการกู้เงินร่วม (syndicate loan) ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เนื่องจากขณะนี้ตลาดอยู่ในภาวะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง หากใช้เงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ก็อาจจะทำให้มีต้นทุนต่ำกว่าการออกพันธบัตรที่มีดอกเบี้ยคงที่ แต่การกู้เงิน ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาที่สั้นเพียง 5 ปี หรือสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ขณะที่พันธบัตรสามารถออกได้นานสูงสุดถึง 20 ปี ทั้งการออกพันธบัตรจะมีความคล่องตัวมากกว่า และไม่เป็นภาระต่อธนาคารพาณิชย์ในภายหลัง <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">สยามรัฐ 14 มี.ค. 50</p>
ถก ครม.พิเศษทบทวนงบ 51 รมช.คลังแย้มเจบิคพร้อมปล่อยกู้รถไฟฟ้า
รถไฟฟ้า
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร.สรฤทธ จันสุข · 15 มี.ค. 2550
เสมอแข · 15 มี.ค. 2550
khang · 15 มี.ค. 2550
Wanpen · 15 มี.ค. 2550
นางสาว อรพิน 001 ศรีนุกูล · 15 มี.ค. 2550
นางสาว อามรรัตน์ ศรีสร้อย · 15 มี.ค. 2550
นาย ศรีเชาวน์ วิหคโต · 15 มี.ค. 2550