ผมก็ได้พบความจริงข้อหนึ่งคือ ยิ่งฝึกสติมากๆ จะยิ่งทำให้ทักษะการช่างสังเกตในงานของเราดีขึ้นเรื่อยๆ

          ผมเคยทำงานปรับปรุงพันธุ์พืชมาก่อนในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งนอกจากการค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลภายนอกซึ่งเขารวบรวมและบันทึกตีพิมพ์กันไว้แล้ว ผู้ปฏิบัติเองก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความช่างสังเกตลักษณะต่างๆของพืช การถ่ายทอดของลักษณะต่างๆจาก material ที่มีอยู่ในมือของเรา  และผมก็ได้พบความจริงข้อหนึ่งคือ ยิ่งฝึกสติมากๆ จะยิ่งทำให้ทักษะการช่างสังเกตในงานของเราดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมต้องการจะให้น้องๆในทีม สัมผัสเหมือนอย่างที่ผมสัมผัสมาก่อนบ้างในเรื่องของ sense ในงาน ผมจึงประยุกต์เรื่องการฝึกสติปัฏฐาน 4 เข้ากับการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อสอนให้น้องๆในทีมมีทักษะการช่างสังเกตเพิ่มมากขึ้นโดยไม่บอกว่าอะไรเป็นอะไร เริ่มจากให้เขา
*ลองสังเกตสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา จากสิ่งของที่อยู่ไกลตัว ที่มีขนาดใหญ่ก่อนว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
*ลองสังเกตสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา จากสิ่งของที่อยู่ไกลตัว ที่มีขนาดเล็กลงว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
**ลองสังเกตสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา จากคนทั่วไปว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
**ลองสังเกตสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา จากคนที่อยู่ใกล้ตัวว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
***ลองสังเกตท่าทางของคนรอบข้างว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
****ลองสังเกตการเดินของตนเองว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง
****ลองสังเกตท่าทางการเคลื่อนไหวของตนเองว่า เปลี่ยนจากอิริยาบถใดไปสู่อิริยาบถใด

****ลองสังเกตอิริยาบถแต่ละอิริยาบถว่ามีลักษณะอย่างไร
*****ลองสังเกตการหายใจของตนเองว่าขณะนี้เรากำลังหายใจเข้าหรือหายใจออก
*****ลองสังเกตลมหายใจของตนเองว่าขณะนี้เรากำลังหายใจเข้าสั้น หรือยาว / หายใจออกสั้น หรือยาว

***********ลองสังเกตความคิดของตนเองว่าตอนนี้อยู่ในภาวะใด...

                ......ตอนนี้เรารู้สึกสนุก / เป็นสุขใจ / อยากทำ / อยากได้ / กังวล / ฟุ้งซ่าน / เสียใจ/  ไม่อยาก / โกรธ / เกลียด / รัก / ชอบ / ขี้เกียจ / ท้อแท้ / ขยัน / สงสาร / รู้สึกอึดอัด / รู้สึกยินดี หรือรู้สึกเฉยๆ

 

หมายเหตุ                * หมายถึง การให้ความสำคัญในการสังเกต