คนวัยสามสิบขวบขึ้นไป คงจะเคยเห็นหรือเคยใช้ช้อนและจานสังกะสีเคลือบ  ซึ่งเป็นจานและช้อนที่พวกเราเคยใช้ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น ช้อนสแตนเลสและจานกระเบื้อง ดังเช่นปัจจุบัน...

ช้อนและจานสังกะสีเคลือบ จะทำด้วยเหล็กสังกะสีบางๆ แล้วเคลือบด้วยสีบางชนิดเพื่อให้หนาและแข็งแรงขึ้น เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง มีการกระทบกระแทก หรือหล่น ร่วง หลุดจากมือ สีก็จะกะเทาะออกมา และจุดที่สีกะเทาะออกมาก็จะมีสนิมจับในเวลาต่อมา... วิธีแก้ก็คือ เรามักจะใช้สีบางชนิดทาทับที่จุดสีกะเทาะ เพื่อใช้งานได้ต่อไป...

วัดทั่วไปในสมัยก่อน จะมีข้อนและจานสังกะสีเคลือบเหล่านี้จำนวนมาก โดยจานสังกะสีเคลือบมักจะมีคำจารึกโอกาสที่สร้างไว้ด้วย เช่น

 ถวายวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา ที่ระลึกงานทอดกฐินปี พ.ศ. ๒๕๑๐

อนุสรณ์งานยกช่อฟ้า วัดกระดังงา อ. สทิงพระ จ. สงขลา พ.ศ. ๒๕๑๔

๒๕๐๖ งานฉลองสะพาน วัดแหลมวัง ต. คูขุด อ.สทิงพระ

......ฯลฯ......

สาเหตุที่มีคำจารึกไว้ด้วย นอกจากจะเป็นเครื่องเตือนใจแล้ว ก็จะได้หมายรู้ว่าเป็นของวัดไหน จะได้จัดส่งคืนถูก เมื่อมีใครยืมไป (ช้อนมักไม่ค่อยมีคำจารึก แต่ทางวัดจะนำสีมาป้ายที่หางช้อนเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นของวัดไหน)

จานและช้อนเหล่านี้จะนิยมสร้างกันทุกปี รุ่นใหม่ๆ ก็จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่รุ่นเก่าๆ ซึ่งชำรุดไปตามกาลเวลา ในยุคนั้นไม่มีใครรู้สึกว่าต่ำต้อยอะไรเลยที่จะต้องกินข้าวกับจานและช้อนเหล่านี้  ... และแล้ว จานกระเบื้อง และช้อนสแตนเลส ก็เริ่มเข้ามายึดพื้นที่ ...

อันที่จริง จานและถ้วยกระเบื้องก็มีมานานแล้ว แต่เมื่อก่อนยังเป็นของแพง ยังไม่เป็นที่นิยมดังเช่นปัจจุบัน... ส่วนช้อนสแตนเลสแบบปัจจุบันนั้นเพิ่งมีไม่นาน (แต่สมัยก่อนก็มีช้อนซ่อมแบบอย่างตะวันตกซึ่งทำด้วยโลหะบางอย่าง ช้อนซ่อมเหล่านั้นเป็นของส่วนตัวใครมีก็เก็บไว้ในย่าม) ...

เมื่อจานและถ้วยกระเบื้องเริ่มมีมากขึ้น ก็เริ่มมีการแบ่งแยกชนชั้น เช่น ท่านพระครู พ่อท่าน เจ้าคณะอำเภอ ท่านอุปัชฌาย์... ก็ต้องจัดสำรับไว้ด้วยถ้วยจานกระเบื้อง คู่กับช้อนสแตนเลส...

พวกญาติโยมก็เช่นเดียวกัน เช่น นายอำเภอ สารวัตรใหญ่ เถ้าแก่ใหญ่ คณะผ้าป่าจากกรุงเทพฯ.. ก็ต้องจัดสำรับไว้ด้วยถ้วยจานกระเบื้อง คู่กับช้อนสแตนเลส...

บางทีงานใหญ่ พระเถระ ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือคนสำคัญมากันมาก จานและช้อนรุ่นใหม่ไม่พอใช้ บางท่านก็รู้สึกไม่พอใจว่าทางวัด คณะกรรมการ หรือเจ้าภาพไม่ให้เกียรติ ประมาณนี้... วิธีการแก้ปัญหาก็คือ ต้องสร้างใหม่... บางวัดท่านสมภารประกาศทางเครื่องขยายเสียงว่า ทำนองว่า... 

ปัจจัยที่ได้ญาติโยมทำบุญปีนี้ ส่วนหนึ่งจะนำไปซื้อถ้วยจานกระเบื้อง และช้อนสแตนเลส... ปีหน้าให้ญาติโยมมากันอีก อาตมารับรองว่า จะไม่ให้จานและช้อนสังกะสีเคลือบอยู่ในวัดอีกแล้ว...

กระแสนิยม ค่านิยมของคนนี้ น่ากลัวจริง ... จานและช้อนสังกะสีเคลือบก็เริ่มไม่ค่อยมีใครมายืมจากวัด... วัดโน้นสร้างได้ วัดนี้ก็ต้องสร้างได้... เถ้าแก่ในตัวเมืองตั้งใจมาทำบุญ มาเจอคนทะเลาะกันในวัดเรื่องจาน ก็เลยซื้อมาถวาย... เครื่องสังฆทานก็เริ่มมีจานกระเบื้องเป็นส่วนประกอบชิ้นหนึ่ง...สรุปว่า จานและช้อนสังกะสีเคลือบ ไม่มีใครใช้อีกแล้วในวัด และกลายเป็น สมบัติบ้าในวัด

จานและช้อนสังกะสีเคลือบ ซึ่งตกกระป๋องมาเป็นสมบัติบ้าภายในวัด ต่อมาก็ค่อยๆ ถูกฝังลงในที่ดินของวัด (จะขายหรือให้ใครก็ไม่ได้ เพราะมีตราวัดอยู่ ไม่มีใครกล้านำไปใช้เป็นของส่วนตัว)... ผู้เขียนเคยร่วมฝังจานและช้อนสังกะสีเคลือบเหล่านี้หลายๆ วัด ซึ่งบางครั้งก็มีจานและช้อนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้ ยังมีกระดาษบางๆ ห่ออยู่ ก็ถูกฝังไปด้วย น่าเสียดาย ....

ยังมี ปิ่นโตสังกะสีเคลือบ ร่วมสมัยกับ ถ้วย จาน และช้อนสังกะสีเคลือบ ซึ่งผู้เขียนค่อยเล่าตอนต่อไป