<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไปดูหนังมาครับ สนุกดี ได้ข้อคิดและสะท้อนชีวิตที่เคยผ่านมาบ้างในบางตอนของเรื่อง สิ่งแรกที่คิดได้ หนังเล่าเรื่องโดยใช้ตัวละครหลายตัวเดินเรื่องไปแบบไม่ขาดตอน ไม่สะดุด ดูไม่เบื่อ ดูแล้วก็คิดถึงชีวิตตอนเรียนมัธยม แต่ชีวิตผม แตกต่างตรงที่ไม่ได้อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน แบบเพื่อนเฮ เพื่อนฮา เหมือนในหนัง เมื่อฟังดูแล้วหมือนไม่ต่างกัน แต่ในความรู้สึกของคนอย่างผม ที่เคยสัมผัสชีวิต ม.ปลายมาแล้ว มันช่างต่างกันโดยสิ้นเชิง </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจเป็นเพราะว่า ช่วงที่ผมอยู่ ม. ปลายไม่ค่อยรู้สึก แฮปปี้กับมันเท่าไหร่ แต่ไม่ขอเล่านะครับ เดี๋ยวจะยาวมากอาจจะต้องเขียนเป็น </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นวนิยายอีกหนึ่งเรื่อง เรื่องนี้สอนให้เห็นความสัมพันธ์และการให้กำลังใจของคนในครอบครัวในชีวิตวัยรุ่นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วงชีวิตวัยรุ่นเป้ฯวัยที่เปราะบางมาก มีอารมณ์ไม่แน่นอนและพรวดพราดรวดเร็วยังกับลมตดที่สะสมมานาน รอวันทะลักออกมาเท่านั้นเอง ในหนังเรื่องนี้นำเสนอในส่วนที่ดี มีกำลังใจที่ดี มีเพื่อนที่ดีคอยอยู่เคียงข้างกัน เลยเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและไม่เหงาเดียวดาย ต่างจากชีวิตจริงของวัยรุ่นในปัจจุบัน ที่ชีวิตวัยรุ่นมีทั้งยาเสพติด ครอบครัวร้าวฉาน และชีวิตที่โดดเดี่ยวมาเกี่ยวข้อง บรรยากาศเลยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่จะเจาะจงไปที่ เปอร์เด็กหนุ่มหน้าใส</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่มีสไตล์การดำเนินชีวิตที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการเดิน การพูด และการแสดงออกทางความคิดหลายๆเรื่องที่แสดงออกมา เปอร์มีโลกส่วนตัวและมีความคิดที่คิดไกลออกไปจากตัวตนปัจจุบันแต่สิ่งที่เขาคิดสามารถเป็นจริง หรืออาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้ ( หมายถึง 50 % ขึ้นไป) ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่พวกเพื่อนและเปอร์ไปเที่ยวทะเลกัน พวกเขานั่งล้อมกองไฟคุยกันอย่างเปิดใจโดยการสนทนาเป็นรูปแบบของการจัดการความรู้ซึ่งไม่มีกำแพงใดมาขวางกั้นทางความคิดของพวกเขา เปอร์ถามว่า “ถ้าวันนึงพวกเรามีหน้าทีการงานที่ต่างกันเราจะยังมานั่งกินเหล้ากันแบบนี้ไหม” เพื่อน ๆ หยุดคิดไปครู่หนึ่ง และก็ตอบมาทันใจตามประสาวัยที่กำลังใจเร็ว ว่า “ไม่มีทางเราก็ยังกินเหล้ากันได้เหมือนเดิม” เปอร์ย้ำว่า “และถ้ามึงเป็นนายก กู้เป็นยามมึงจะมานั่งกินหล้าอีกไหม” เมื่อสิ้นคำถามของเปอร์ ผมก็มานั่งคิดได้ว่า ไม่น่าเชื่อว่าเด็ก ม.6 จะสามารถคิดได้และน่าสนใจมากในความคิดของเขา คำตอบคงไม่ต้องมีนะครับ เราสามารถตอบเองในใจเองได้ หากเป็นเราถึงวันนั้นเราจะตอบแบบไหน และข้อคิดใหญ่ที่ผมได้รับจากการดูหนังเรื่องนี้ก็คือเรื่องครอบครัว สังคมไทยเป็นสังคมอุ้มชู สังคมแห่งความห่วงใยซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะความห่วงใยทีไม่เคยเหือดหายเลย ระหว่างแม่กับลูก ซี่งมีให้เราดูได้ตลอดเรื่อง การมองต่างมุมของคนสองคนระหว่างแม่กับเปอร์ในเรื่องๆเดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่ต่างกันที่วัยวุฒิ มุมมองและความคิด ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันตลอดเรื่อง เท่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงตัวเราได้บ้างตอนที่เป็นวัยรุ่น อาจจะไม่ได้เหมือนเปอร์ไปซะหมด แต่ก็ทำให้เรามีส่วนร่วมไปกับเนื้อเรื่องได้ จนเพลินไม่มีเบื่อ ขอบคุณที่ทำหนังดีดี มีแง่คิด สะท้อนชีวิตจริงให้ชาวโลกได้เห็น เพราะคนบางคนสามารถสอนตัวเองได้ หรือไม่ก็ยอมให้คนอื่นสอนได้ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ต้องหาตัวอย่างมาสะท้อนให้เห็น ถึงจะสามารถเข้าใจและยอมรับได้</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">หนังเรื่องนี้ผมขอชื่นชมความพยายาม ของผู้กำกับและคณะทำงานที่มีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขาได้คิดออกมาเป็นหนัง 90 นาทีจาก 365 วัน มาให้เราได้เพลิดเพลินด้วยเงิน 120 บาท ช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกินสำหรับผมครับ</p>
365 วัน ชีวิตลิขิตได้ (?)