ชีวิตลิขิตได้?
365 วัน   ชีวิตลิขิตได้ (?)

  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไปดูหนังมาครับ  สนุกดี ได้ข้อคิดและสะท้อนชีวิตที่เคยผ่านมาบ้างในบางตอนของเรื่อง  สิ่งแรกที่คิดได้  หนังเล่าเรื่องโดยใช้ตัวละครหลายตัวเดินเรื่องไปแบบไม่ขาดตอน  ไม่สะดุด  ดูไม่เบื่อ  ดูแล้วก็คิดถึงชีวิตตอนเรียนมัธยม  แต่ชีวิตผม  แตกต่างตรงที่ไม่ได้อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน  แบบเพื่อนเฮ เพื่อนฮา เหมือนในหนัง  เมื่อฟังดูแล้วหมือนไม่ต่างกัน   แต่ในความรู้สึกของคนอย่างผม ที่เคยสัมผัสชีวิต ม.ปลายมาแล้ว  มันช่างต่างกันโดยสิ้นเชิง  </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อาจเป็นเพราะว่า  ช่วงที่ผมอยู่ ม. ปลายไม่ค่อยรู้สึก แฮปปี้กับมันเท่าไหร่  แต่ไม่ขอเล่านะครับ เดี๋ยวจะยาวมากอาจจะต้องเขียนเป็น </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นวนิยายอีกหนึ่งเรื่อง  เรื่องนี้สอนให้เห็นความสัมพันธ์และการให้กำลังใจของคนในครอบครัวในชีวิตวัยรุ่นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วงชีวิตวัยรุ่นเป้ฯวัยที่เปราะบางมาก  มีอารมณ์ไม่แน่นอนและพรวดพราดรวดเร็วยังกับลมตดที่สะสมมานาน  รอวันทะลักออกมาเท่านั้นเอง  ในหนังเรื่องนี้นำเสนอในส่วนที่ดี  มีกำลังใจที่ดี  มีเพื่อนที่ดีคอยอยู่เคียงข้างกัน  เลยเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและไม่เหงาเดียวดาย   ต่างจากชีวิตจริงของวัยรุ่นในปัจจุบัน  ที่ชีวิตวัยรุ่นมีทั้งยาเสพติด  ครอบครัวร้าวฉาน  และชีวิตที่โดดเดี่ยวมาเกี่ยวข้อง   บรรยากาศเลยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง   โดยส่วนใหญ่จะเจาะจงไปที่ เปอร์เด็กหนุ่มหน้าใส</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่มีสไตล์การดำเนินชีวิตที่ไม่เหมือนใคร  ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการเดิน  การพูด และการแสดงออกทางความคิดหลายๆเรื่องที่แสดงออกมา   เปอร์มีโลกส่วนตัวและมีความคิดที่คิดไกลออกไปจากตัวตนปัจจุบันแต่สิ่งที่เขาคิดสามารถเป็นจริง  หรืออาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้ ( หมายถึง 50 % ขึ้นไป) ยกตัวอย่างเช่น   ตอนที่พวกเพื่อนและเปอร์ไปเที่ยวทะเลกัน   พวกเขานั่งล้อมกองไฟคุยกันอย่างเปิดใจโดยการสนทนาเป็นรูปแบบของการจัดการความรู้ซึ่งไม่มีกำแพงใดมาขวางกั้นทางความคิดของพวกเขา เปอร์ถามว่า ถ้าวันนึงพวกเรามีหน้าทีการงานที่ต่างกันเราจะยังมานั่งกินเหล้ากันแบบนี้ไหม เพื่อน ๆ หยุดคิดไปครู่หนึ่ง และก็ตอบมาทันใจตามประสาวัยที่กำลังใจเร็ว ว่า ไม่มีทางเราก็ยังกินเหล้ากันได้เหมือนเดิม เปอร์ย้ำว่า และถ้ามึงเป็นนายก  กู้เป็นยามมึงจะมานั่งกินหล้าอีกไหม  เมื่อสิ้นคำถามของเปอร์  ผมก็มานั่งคิดได้ว่า  ไม่น่าเชื่อว่าเด็ก ม.6 จะสามารถคิดได้และน่าสนใจมากในความคิดของเขา  คำตอบคงไม่ต้องมีนะครับ   เราสามารถตอบเองในใจเองได้   หากเป็นเราถึงวันนั้นเราจะตอบแบบไหน    และข้อคิดใหญ่ที่ผมได้รับจากการดูหนังเรื่องนี้ก็คือเรื่องครอบครัว  สังคมไทยเป็นสังคมอุ้มชู สังคมแห่งความห่วงใยซึ่งกันและกัน  โดยเฉพาะความห่วงใยทีไม่เคยเหือดหายเลย   ระหว่างแม่กับลูก  ซี่งมีให้เราดูได้ตลอดเรื่อง  การมองต่างมุมของคนสองคนระหว่างแม่กับเปอร์ในเรื่องๆเดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่ต่างกันที่วัยวุฒิ  มุมมองและความคิด  ก่อให้เกิดความขัดแย้งกันตลอดเรื่อง  เท่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงตัวเราได้บ้างตอนที่เป็นวัยรุ่น  อาจจะไม่ได้เหมือนเปอร์ไปซะหมด  แต่ก็ทำให้เรามีส่วนร่วมไปกับเนื้อเรื่องได้  จนเพลินไม่มีเบื่อ  ขอบคุณที่ทำหนังดีดี มีแง่คิด สะท้อนชีวิตจริงให้ชาวโลกได้เห็น  เพราะคนบางคนสามารถสอนตัวเองได้  หรือไม่ก็ยอมให้คนอื่นสอนได้  แต่ก็มีอีกหลายคนที่ต้องหาตัวอย่างมาสะท้อนให้เห็น ถึงจะสามารถเข้าใจและยอมรับได้</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">หนังเรื่องนี้ผมขอชื่นชมความพยายาม ของผู้กำกับและคณะทำงานที่มีความพยายามอย่างยิ่งยวด  ที่จะถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขาได้คิดออกมาเป็นหนัง 90 นาทีจาก 365 วัน   มาให้เราได้เพลิดเพลินด้วยเงิน 120 บาท  ช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกินสำหรับผมครับ</p>