ข้าพเจ้าได้เรียนกับอาจารย์สมลักษณ์ วงศ์สมาโนดน์ ตั้งแต่วิชาชีววิทยาเบื้องต้น Animal Biology และ Cell Biology ก็มีความรู้สึกประทับใจ เพราะเรียนกับอาจารย์ไม่เครียด สบายๆ เป็นกันเอง อาจารย์จะไม่ได้สอนเฉพาะในวิชาที่เรียนอย่างเดียว แต่อาจารย์ยังสอนหลักธรรม การดำเนินชีวิตที่มีประโยชน์ให้กับนิสิต ซึ่งตอนแรกๆที่ข้าพเจ้าอยู่ปี 1 กลัวมากเพราะเราไม่รู้จักใคร แล้วก็กลัวที่จะต้องมาเรียนกับอาจารย์ที่จบ Doctor เราต้องเรียนไม่ทันแน่เลย เพราะในใจตอนนั้นคิดว่า อาจารย์ต้องพูดแต่ภาษาอังกฤษ แล้วเราก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษด้วย ข้าพเจ้าเรียนสมัยมัธยม ครูจะเดินมาสอนที่ห้อง เพราะโรงเรียนที่ข้าพเจ้าเรียนเป็นโรงเรียนประจำตำบลเล็กๆ มีนักเรียนประมาณ 500 คน ครูประมาณ 30 คน

      การเรียนที่มหาวิทยาลัยต่างจากที่ข้าพเจ้าเคยเรียนมาในสมัยอยู่มัธยมมาก เพราะตอนมัธยมจะสนิทกับครูมากกว่าที่นี่ ส่วนการเรียนที่นี่ อาจารย์จะเป็นผู้แนะนำให้ลูกศิษย์ ศึกษาหาความรู้เองเพราะเป็นวัยที่โตขึ่นมาหน่อย คือ ต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่อาจจะเป็นตัวข้าพเจ้าเองก็ได้ ที่ไม่กล้าเข้าหาครูอาจารย์ จึงรู้สึกไม่ค่อยสนิท แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า ครูอาจารย์ทุกท่านห่วงและรักลูกศิษย์ทุกคน ถ้าไม่เช่นนั้นจะมานั่งพูด นั่งสอน กันทำไม ตัวครูเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แถมยังอาจจะถูกเกลียดด้วยซ้ำว่าจะมายุ่งทำไม โตแล้ว แต่ก็เพราะความหวังดี อยากเห็นอนาคตที่ดีของลูกศิษย์ แล้วสิ่งที่อาจารย์สอนก็ไม่ใช่เนื้อหาในวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกาสอนที่นำคุณธรรม จริยธรรมมาสอนด้วน เพราะคนเราที่จะเก่งได้ ก็ต้องมีดีทั้ง EQ และ IQ  ธรรมะก็สามารถพัฒนาจิตใจและอารมณ์ของเราได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ชีวิตในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่มีพ่อแม่ให้ความช่วยเหลือตลอดเวลาเหมือนอยู่บ้าน ถ้าเปรียบก็เหมือนนกที่พ่อแม่ป้อนอาหาร เลี้ยงดู ขนแข็งแรง แต่ยังสมบูรณ์ ถูกนำไปปล่อยกลางท้องฟ้าให้หัดบิน โดยพ่อแม่เป็นพี่เลี้ยงห่างๆ มีสายลมเป็นเพื่อนที่จะพาไปทุกทิศทุกทางและอาจหลงทางได้ เราไม่ควบคุมตัวเราเอง มีพระอาทิตย์และพระจันทร์เป็นคนบอกว่ามืดหรือสว่าง เช้านกก็จะรู้โดยอัตโนมัติ ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในเวลากลางวันและกลางคืน แรกๆ อาจจะบินเซไปบ้างเพราะยังไม่รู้จุดมุ่งหมายแต่หัดบินได้สัก 2-3 วันก็เริ่มชำนาญ

       ข้าพเจ้าจะนำเอาสิ่งที่อาจารย์สอนมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพราะรู้สึกได้แง่คิดและมุมมองหลายด้าย แล้วธรรมะก็ทำให้เราใจเย็นและสงบมากขึ้น คนเราทุกคนเกิดมามีอวัยวะทุกๆ อย่างคล้ายกัน เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้มาไม่เหมือนกัน คือ กรรมหรือการกระทำ ที่ต้องแสดงบนโรงละครแห่งนี้ มีโลกเป็นโรงละคร มีกรรมเป็นบทละครของแต่ละคนที่ต้องดำเนินต่อไปจนถึงตอนอวสานของแต่ละคน..