จิตอาสา....จิตสาธารณะ

  สานศรัทธา สร้างสังคม ..... สื่อสารกับปัญญาของธรรมชาติ ผ่านมุมมองทางจิตวิญญาณ... หัวใจเพื่อเธอ บทเพลงสร้างฝัน แบ่งปันสร้างสุข  

กิจกรรมดีๆ ที่หาได้ในเมืองใหญ่ กิจกรรมเพื่อต่อเติมจิตสำนึก กระตุ้นจิตอาสา ให้มีพลังในการทำงานเพื่อสังคมต่อไปในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้

วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีงานดีๆ 3 งานที่ได้ไปเดิน ไปดู ไปฟัง ไปเติมความฝัน ความหวังให้กับหัวใจของตัวเอง

วันเสาร์ 25 พฤศจิกายน งาน 25 ปีมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม มอส. ได้หนังสือที่จัดทำเนื่องในโอกาสครบรอบงานนี้ มีคำกลอนดีๆ อยู่ที่ปกหน้า........

อีกไกลมากหากจะไปให้...ถึงฝัน  ผ่านคืนวันหวั่นไหวอีกหลายหน ต้องเพียรถามเพียรตอบต่อตัวตน ว่าอดทนด้นเดินอยู่เพื่อใด ก้าวต่อก้าวที่เท้าย่างบนทางนี้ เธอคนดีตระหนักแน่อยู่แค่ไหน เตรียมความพร้อมความแกร่งแห่งดวงใจ ไปชมดงดอกไม้ที่ปลายทาง..... สุจิตรา สุดเดียวไกร

ส่วนปกหลังก็มีข้อความดีๆ อีกเช่นกัน

แท้จริงอาสาสมัครเป็นงานที่เราควรทำไปจนตลอดชีวิต เช่นเดียวกับการศึกษาซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เป็นงานที่ทุกคนควรทำจนกว่าจะหมดลมหายใจ เนื้อแท้ของความเป็นอาสาสมัครนั้นอยู่ที่จิตใจ คือมี "จิตอาสา" ที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น หรือนึกถึงส่วนรวม จะเป็นครู พ่อค้า นักธุรกิจ หรือข้าราชการ ก็สามารถเป็นอาสาสมัครได้ตลอดเวลา หากมีจิตใจที่คำนึงถึงส่วนรวมอยู่เสมอ เราจำต้องตระหนักอยู่เสมอว่า "อาสาสมัคร" นั้นไม่ใช่อาชีพ หากคือสำนึกที่สมควรอยู่คู่กับความเป็นมนุษย์ของเราจนกว่าชีวิตจะหาไม่.... พระไพศาล วิสาโล

จริงๆ แล้วมีหนังสือที่สัมภาษณ์ มอส. รวมทั้งคณะกรรมการอีกหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงอัมพร มีสุข อาจารย์โคทม อารียา อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์ และอีกหลายๆคน ชื่อหนังสือว่า  Change ...คิดว่าคงจะมีวางที่ร้านหนังสือทั่วไป..

บรรยากาศภายในงานมีซุ้มกิจกรรมต่างๆ มากมาย หลายซุ้มที่น่าสนใจ ... ขอเขียนถึงซุ้มนี้เพราะว่าเคยทำงานเก่าในสายงานนี้มาทำให้นึกไปถึงภาพเก่าๆ ที่ผ่านมา ซุ้มของมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ มีงานหนังสั้นเป็น วีซีดี มาแจกชื่อ  หนังม่านรูด (เซ็กส์ที่ไม่เจ็บ) เป็นซีดีที่ทำแพ็คเกจสวยน่าติดตาม รวมทั้งหนังสั้นทุกเรื่องที่อยู่ในซีดีนั้น ใครสนใจ คิดว่าเขาคงจะมีให้ download จากเว็บไซต์ภายในเร็วๆนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน story telling and learning from HPP program

คำสำคัญ (Tags)#uncategorized

หมายเลขบันทึก: 8248, เขียน: 28 Nov 2005 @ 09:19 () , แก้ไข, 17 Jun 2012 @ 17:01 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

โอ มสช
IP: xxx.90.140.154
เขียนเมื่อ 

พอวันอาทิตย์ก็มีอีก 2 งานควบชื่องาน สื่อสารกับปัญญาของธรรมชาติ: นิเวศวิทยาจากมุมมองทางจิตวิญญาณ จัดโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)  และองค์กรภาคีรวมจัดอีกหลายหน่วยงาน

ผู้ร่วมเสวนาเรื่องชีวิต ความเชื่อและธรรมชาติ มีพ่อฉลวย จากนครสวรรค์ เปาะจิ ดือราแมจากนราธิวาส พะตีจอนี จากเชียงใหม่ และพระครูสุธรรมานาถ จากนครปฐม 

คำถามปิดท้ายวงเสวนาที่ว่า เราจะอยู่อย่างไรในสังคมโลกาภิวัฒน์ คงจะไม่มีข้อสรุปใดที่ดีไปกว่า การอยู่อย่างรักและเคารพในธรรมชาติ

งานสุดท้ายที่ได้ไปมาคืองานคืนความหวัง คนหลังคลื่น(สึนามึ) ปีสอง จัดที่แพร่งภูธร ในงานมีซุ้มกิจกรรมต่างๆ มากมายรวมทั้งดนตรี การแสดงทั้งละครหุ่นสาย วงฟองน้ำ หนังใหญ่ โฮปแฟมิลี่ มีเด็กๆ ชาวมอแกนมาสอนการสานกำไลและแกะสลักเรือ กลุ่มฅนเฒ่าฅนแก่จากเชียงราย มาสอนการสานของเล่นที่เราเคยเห็นเมื่อยังเป็นเด็ก ไม่ว่าจะเป็นใบพัดไม้พัด และอีกมากมาย

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการไปงานทั้งสามแห่ง ช่วยเติมชีวิตและจิตวิญญาณ ของตัวเอง และคิดว่าทุกคนที่มีโอกาสได้ไปร่วมงานคงจะเกิดความรู้สึกนี้เช่นกัน.......

โอ มสช.
IP: xxx.90.140.154
เขียนเมื่อ 

ช่วงนี้เหมือนกับธรรมชาติจัดสรร นอกจากงานที่ตัวเองไปร่วมมาทั้งสามงาน วันนี้พอมาทำงานเช้าวันจันทร์ ได้คุยกับพี่ด้วง (คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์) เรื่องที่ไปดูงานมูลนิธิฉือจี้ ที่ไต้หวันกลับมา ความประทับใจที่พี่เขาได้ถ่ายทอดให้ฟัง ทำให้เรื่องที่เขียน จิตอาสา... จิตสาธารณะ ได้เรื่องเล่ามาเสริมพลังอีกหนึ่งเรื่องย่อๆ ส่วนเรื่องเต็มๆประสบการณ์ที่ได้จากการดูงาน พี่เขาจะเขียนเล่าเอง คงต้องติดตามต่อไป

ยกตัวอย่างเรื่องที่เราฟังแล้วประทับใจ.............. มูลนิธินี้ใช้หลักในการทำงานบนพื้นฐานของหลักธรรมพรหมวิหาร 4 : เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่มาเป็นอาสาสมัครที่นี่ ดวงตามีพลัง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เบิกบาน งานของมูลนิธิแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ

Medical Education สอนให้แพทย์มีหัวใจในการทำงาน ปีแรกของการเรียนต้องเรียน Humanity ก่อน เพื่อเติมเต็มความเป็น Humanitian ในตนเอง เรียนดนตรี จัดดอกไม้ ชงน้ำชา ตามความพอใจ

Culture การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสถานีโทรทัศน์ของตนเองชื่อสถานี ต้าไห่ แปลว่า ความรักอันยิ่งใหญ่ เล่าเรื่อง storytelling ที่ทรงพลัง เล่าเรื่องการทำความดีของผู้คน และอาสาสมัคร

นอกจากนี้มี โรงเรียนอนุบาล ประถม และมหาวิทยาลัย ซึ่งสอนให้ผู้ที่เรียนมีความกตัญญูกตเวทิตา

อาสาสมัครที่ทำงานจะทำด้วยใจ งานจะออกมาเรียบร้อยและสวยงาม เพราะทำงานด้วยหัวใจ ไม่ต้องมีคนมาคุม คนทำงานก็หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

คงเป็นส่วนหนึ่งในอีกหลายๆ เรื่องที่น่าสนใจ ประสบการณ์ที่คนๆ หนึ่งจะถ่ายทอดเล่าสู่กันฟัง

แต่คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเปลี่ยนแปลง transformation ที่เริ่มจากตัวเราเองเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนที่เราจะไปทำงานเปลี่ยนแปลงสังคม