GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำไมห้างนอกจึงนิยมบุกไทย

เหตุผลง๊าย..ง่าย

ก็คือบุกได้ง่าย กำไรก็ดี

กำไรขนาดไหน ?

ลองดูกันอย่างง่าย ๆ ก็แล้วกัน

ล่าสุด รอยเตอร์ ออกข่าวว่า วอร์เรน บัฟเฟต คนที่รวยเป็นอันดับสองของโลกเพราะลงทุนในหุ้น เข้าซื้อหุ้นของเทสโกหลายเปอร์เซนต์ (..ไม่กี่ร้อยล้านเหรียญ ซึ่งก็คงไม่ถึงหมื่นล้าน บาทเอง)

(...ผมคงติดมาจากพวกขายบ้านหรูแน่เลย ดูโฆษณาแล้วดันจำติดหู จะพูดถึงเงินไทยทีไร ชอบจำผิด ว่าเป็นหน่วย "บาทเอง")

บัฟเฟตเองนั้น พูดย้ำอยู่เนือง ๆ ว่า เขาเองมองว่า ซื้อหนึ่งหุ้น หรือซื้อยกบริษัท ก็ไม่ต่างกัน คือเขาซื้อธุรกิจที่โตไวมั่นคง (อ้างอิง: Warren Buffett's Letters To Berkshire Shareholders

ผลคือ มูลค่าพอร์ตลงทุนของเขา กลายเป็นทวีคูณทุก 3 ปี มาตลอดหลายสิบปีนี้ (ผ่านไป 3 ปีทีนึง ก็คูณ 2 ไปทีนึง ทำแบบนี้มาแค่สี่สิบกว่าปีเอง)

(มีหน่วย บาทเอง ก็ไม่แปลกที่จะมีหน่วย ปีเอง

นั่นคือ เขาต้องมองว่า มูลค่าบริษัทที่เขาซื้อ ตองโตแบบเท่าตัว ทุก 3 ปี ด้วย ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ซื้อให้เสียประวัติ เพราะถ้าโตช้ากว่านี้มาก ๆ แสดงว่า เขาฝีมือตก

สูตรการประเมินมูลค่ากิจการที่ระบบบริหารอยู่ตัวแล้ว และมี ROE ดีสม่ำเสมอ คือ มูลค่ากิจการ แปรผันตรงกับยอดขาย

การประเมินราคาธุรกิจห้าง นิยมอิงจากยอดขายต่อปี ซึ่งอาจตั้งแต่เอายอดขายต่อปีหาร 3 หรือ 4 (ห้างไทย) ไปจนถึงยอดขายต่อปีคูณ 3 หรือคูณ 4 (ต่างประเทศที่ PE ตลาดสูงลิ่วเสียดฟ้า)

นั่นคือ เขาต้องมองว่า ยอดเงินที่คนมาจับจ่ายซื้อของในห้างต่อปี ต้องโตแบบเท่าตัวทุก 3 ปีด้วย

ลองไปดูข้อมูลของบริษัทที่มีลักษณะเป็นห้างที่จดทะเบียน ในตลาดลัก..เอ๊ย..หลักทรัพย์ของไทยดูก็ได้ อย่างเช่น BIG C,  MAKRO (ผมไม่ทำ link ไปดูข้อมูลห้างโรบินสัน เพราะบริษัทเพิ่งสร่่างไข้จากวิกฤติปี 40 จึงไม่ยุติธรรมที่จะมาเปรียบเทียบกับคนอื่น และไม่ดูห้างเซ็นทรัล เพราะทำธุรกิจอื่นด้วย จนไม่เหมาะที่จะใช้แนวคิดการประเมินแบบเดียวกันมาจับ) โดยเอามูลค่าธุรกิจ (Market Capitalization) หารด้วยยอดขายต่อปี (Revenue) ก็คงพอจะนึกออก ถึงวิธีคิดในการประเมินราคาธุรกิจประเภทนี้ในไทยได้ง่ายขึ้น 

ราววันที่ 11 เมษายน 2550 มีข่าวรอยเตอร์ว่าเทสโกเตรียมทุ่มเจ็ดพันล้านบาทขยายสาขาในไทย (Tesco Plans $217 Million Expansion in Thailand) โดยคาดว่าจะเปิดเพิ่มอีกหลายสิบสาขา

หากบุกไทยได้สะดวกอย่างคาด การเติบโตก็จะราบรื่นไม่รู้จักคำว่าอิ่มตัว ดูง่าย ๆ จากจำนวนห้างใกล้บ้านที่เปิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งยิ่งสาขามาก อำนาจต่อรองมาก ค่า ROE ก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก เพราะ economy of scale สูง (=ประหยัดเพราะความใหญ่ยักษ์) ก็ทำให้มีอำนาจต่อรองเรื่องต้นทุนซื้อที่สูงขึ้นไปอีก

สมการความรวยของกิจการที่สามารถงอกแบบลูกโซ่ก็คือ

% รวยเพิ่ม ~ % เพิ่มสาขา + % เพิ่ม ROE + % เพิ่มการจับจ่ายในแต่ละสาขา

พิสูจน์เสียหน่อย:

  • Earning = Sales x Revenue/Sale
  • Sales = ยอดขายต่อสาขา x จำนวนสาขา
  • ผมประมาณ Revenue/Sale ด้วย ROE ซึ่งแม้ไม่ถูกนัก แต่ก็คงไม่ผิดมาก
  • ดังนั้น Earning = ยอดขายต่อสาขา x จำนวนสาขา x ROE
  • ใส่ natural log แล้ว differentiate จะได้ตามที่ผมเขียนไว้ข้างต้น

แน่นอน..ห้างไทยทำไม่ได้ขนาดนี้ครับ

แน่นอน..โชห่วยไทย ก็ทำแบบนั้นไม่ได้..เหมียนกัน..

ที่ห้างนอก โตได้ไว เพราะคนไทย นิยมเลี้ยงลูกในห้างครับ

เด็กเล็กเด็กน้อยเมื่อได้เข้าห้าง ตาเป็นประกาย

ผู้ใหญ่บางคนที่ผมเห็นในห้าง ก็ตาเป็นประกายเหมือนกัน

เอ..รึว่าคนที่เข้าห้างส่วนใหญ่ ล้วนตาเป็นประกาย ?

อือม์..ผมคงต้องใส่แว่นตอนเข้าห้างแล้วละ ไม่งั้น จะสังเกตพฤติกรรมการตาเป็นประกายของผู้คนไม่ถนัด.. 

คิดง่าย ๆ ว่า ถ้าวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ หรือแม้ยามค่ำคืน เด็กไม่โตในสวนสาธารณะ แต่โตในห้าง ก็สมควรอยู่ ที่ยอดขายของจะโตไว และก็สมควรแล้ว ที่ห้างเขาอยากขยายสาขาไปทุกหัวมุมถนน

ดูแล้วอึ้งครับ

สงสารเด็กไทย

โถ..โตในห้าง..น่าสงสารออก..

ไม่สงสารคนไทยหรอกครับ

แหม...ก็อยู่น่าหมั่นใส้ออกถึงกระไรปานนั้น..

แหม..ดันไปเลี้ยงลูกในห้าง..

ดูเด๊..ดูเขาทำ..

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 81685
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

เพิ่งได้ข่าวว่า จะมีโลตัสที่ แถบๆ ม.วลัยลักษณ์ อีกด้วยใช่ไหมครับ ร้านรายย่อยอาจจะยับ ตอนนี้ทั้งประเทศใครทราบไหมครับ ว่ามีทั้งหมดกี่ร้อยกี่พันห้างครับ เราคงไม่เป็นเหมือนอาเจนต์ เนอะ

คุณเม้ง สมพร ช่วยอารีย์...

  • ...ประวัติศาสตร์ไม่เคยซ้ำรอย...
  • ...อย่างซ้ำเหมือนเดิมทุกประการ..
  • ...มั้งครับ ?...
  • ครับ หวังว่าเราจะก้าวไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริงร่วมกันนะครับ
  • ค่าตัวชี้ต่างๆ จากภายนอกต่างประเทศสูงก็จริง แต่หากความเป็นอยู่ของคนในระดับฐานของประเทศไม่มีไรจะกิน ต้องกู้หนี้เราก็ไม่ได้พัฒนาไรไปสู่จุดสมดุลย์และยั่งยืนที่แท้จริง
  • ครับ
  • เมื่อบริโภคนิยมเข้าถึงทุกชุมชนเราก็คงจะต่อต้านกระแสลำบากครับ
  • คงต้องปลูกผังค่านิยมใหม่ ๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจครับ
  • ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนครับ

สวัสดีครับคุณ wwibul

ในโลกของทุนนิยมการรวมกลุ่มกันให้มีขนาดใหญ่นั้นสำคัญมาก อย่างที่ได้เขียนไว้ในบล็อกครับว่าทางรอดหนึ่งของร้านขายของชำเมืองไทยก็คือการรวมกลุ่ม เพื่อที่จะเพิ่มขนาดของตัวเองได้ รัฐบาลอาจจะจำเป็นต้องเป็นหัวหอกสำคัญครับที่จะต้องเขามาทำนั่นเป็นสิ่งที่ผมมองว่าน่าจะเป็นทางรอดหนึ่งครับ

น่าสนใจกับข้อสังเกตคุณ  wwibul ที่ว่าคนไทยนิยมเลี้ยงลูกในห้าง จะว่าไปผมว่าเทรนด์เรื่องการเลี้ยงลูกในห้างคงน้อยลงเรื่อยๆ เพราะว่าปัจจุบ้นครอบครัวไทยนั้นมีลูกน้อยและก็หวังในคุณภาพของลูกมาก ก็อาจจะทำให้เรื่องการเลี้ยงลูกในห้างน้อยลงก็ได้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้ายก็คือแนวโน้มการเติบโตของห้างนอก ผมมองว่าอาจจะยากไปซักหน่อยเพราะว่าปัจจุบันคนเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวของห้างนอกมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ได้เขียนไว้ว่า Wal-Mart เองตอนนี้ก็ไม่ได้มีผลประกอบการจากต่างประเทศที่ดีมากนักนะครับ

สวัสดีครับ คุณไปอ่านหนังสือ...

  • ผมซื้อของในห้างเป็นส่วนใหญ่
  • ยกเว้นผลไม้...ของบางห้าง...ที่ขายแบบโกงลูกค้า และขายขูดเลือดขูดเนื้อ เช่น ติดป้ายสลับราคา ซึ่งถ้าลูกค้าคนไหนโง่ไปซื้อ จะได้กินของแพงจนสมอยาก
  • ไม่บอกครับ ว่าห้างไหน... 
  • เรื่องเลี้ยงลูกในห้าง เป็นประเด็นที่ผมแซว เพื่อจบหักมุม ต้องขออภัย หากทำให้คิดว่าผมซีเรียสเรื่องนี้
  • จริง ๆ แล้วไม่หนักใจเรื่องเลี้ยงเด็กในห้างหรอกครับ
  • ข้อหนึ่ง ไม่ใช่ลูกผมซักหน่อย คนเป็นพ่อเป็นแม่อยากเลี้ยงที่ไหนก็ช่างเขาปะไร
  • ข้อสอง ดูเด็กเล็ก ๆ ในห้างก็เพลินดีออก
  • แต่ที่ต้องแซวปิดท้าย เพราะเกรงว่า หากไม่ใช้อารมณ์ขันมาช่วย จะเผลอสาดรังสีอำมหิตออกมา เพราะเรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นประเด็นที่หนักมากของสังคมในระยะยาว
  • จะหาโอกาสไปแจมในกระทู้วอลมาร์ทครับ

 

 

ต้องขอโทษคุณ wwibul นะครับที่ผมรับมุกไม่ทัน หน้าแตกอย่างยิ่งเลยครับ :D

เรื่องเลี้ยงเด็กในห้างผมอาจจะเอาตัวเองเป็นเกณฑ์นิดหนึ่งนะครับ ตรงที่สมัยก่อนตอนเด็กๆ วันเสาร์คุณแม่จับไปว่ายน้ำ วันอาทิตย์คุณพ่อจับไปเรียนดนตรีครับ เลยมีความรู้สึกว่าเทรนด์นี้มันอาจจะลดลงก็ได้นะครับ ตามความรู้สึกส่วนตัว (แต่ว่าหลังจากไปกับคุณพ่อคุณแม่เสร็จ ก็ไปห้างเหมือนกันนะครับ แต่ส่วนมากไปทานข้าวครับ)

ขออภัยคุณไปอ่านหนังสือ...

  • ไม่ไ้ด้เจตนาจะกัดใคร เกี่ยวกับเลี้ยงเด็กในห้างเลยครับ
  • เพียงแต่อยากสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยรับห้างมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิต หากไม่มีระบบเบรกไว้บ้าง เรื่องการขยายสาขาแบบตามสบาย มีหวัง โดนห้างยักษ์เหยียบตายเป็นเบือทั้งประเทศแน่