GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อย่ามองด้านเดียว

Why Unconditional Love?

อย่ามองด้านเดียว

....เก็บเรื่องของเขามาเล่าให้ฟัง.... อยากให้สะกิดใจ ไม่ได้นินทานะ...

             ในศูนย์อาหารย่านสีลมเที่ยงวันหนึ่ง  ผู้หญิงอายุราวๆ 30 ปีสองคนแต่งตัวในชุดทำงาน  คนหนึ่งผมสั้น อีกคนผมยาว ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะพร้อมถาดอาหาร 

             คนผมยาวซึ่งนั่งลงก่อน แล้วเอ่ยปากขึ้นว่า “ใจเย็น ๆ น่า เล็ก ทานไปคุยไปก็ละกันนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนที่แสดงให้เห็นว่าเธอเอาใจใส่เพื่อนของเธอคนนี้มาก

             คนผมสั้นเอ่ยตอบว่า “โอเค กบ ฉันเชื่อเธอเพราะมีแต่เธอแหละที่ฉันกล้าคุยเรื่องในครอบครัวให้ฟัง”

            สาวผมสั้นค่อย ๆ บรรจงวางถาดอาหารลง  เธอเริ่มต้นกินอาหารไปอย่างช้า ๆ  พร้อม ๆ กับเอ่ยปากเล่าเรื่องของเธอต่อไปว่า “ฉันละเซ็งพี่แดงสามีของฉันเหลือเกิน หากฉันจะลิสท์ (list) คุณสมบัติยอดแย่ของสามีฉันละก้อ เธอเอ๋ย หน้ากระดาษหนึ่งคงไม่พอ

             กลับบ้านค่ำ แถมเอางานกลับมาอีก ไม่ชอบดูละคร ดูแต่เคเบิ้ลทีวี เวลาดูก็หมุนเปลี่ยนทุกช่อง ชอบเก็บกวาดบ้านด้วยตนเอง ไม่เคยให้ความสนใจดูแลฉันเลย โอ๊ยฉันละเบื่อ  ทีกับลูกน้องตัวเองละก็ประคบประหงมยิ่งกว่าลูกอีก เฮ้อ” เธอถอนหายใจเสียงดังหลังจากเล่าจบ แถมยังหยิบกระดาษโน้ตพร้อมจดรายการที่เธอเพิ่งพรรณาจบลงไปด้วย 

              เธอเอ่ยถามคู่หูคนสนิทต่อ “กบเธอแต่งงานมาตั้งห้าปีแล้วมากกว่าฉันตั้งสามปี ทำไมไม่เห็นบ่นเรื่องสามีของเธอเลย เธอคงมองโลกในแง่ดีมากเลยนะ ฉันอิจฉาเธอจังเลย”

              กบเอ่ยตอบ “เล็กฉันก็เคยเป็นอย่างเธอเหมือนกันเมื่อสองสามปีที่แล้ว วันหนึ่งฉันอัดอั้นมากจนทนไม่ไหว ด้วยสายเลือดเลขามืออาชีพของฉัน ซึ่งเหมือน ๆ กับเธอนี่แหละ  ฉันหยิบกระดาษออกมาแล้วระบายลงไปเลยว่ารายการจุดอ่อนของสามีฉันมีอะไรบ้าง เธอรู้ไหมว่าฉันได้กี่ข้อ”

              เล็กรีบถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น “กี่ข้อละ”

              กบตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “สามสิบข้อ เท่ากับขนาดเอวของสามีฉันเลยละ” เล็กกลั้นหัวเราะไม่อยู่ข้าวในปากกระเด็นออกมา โชคดีที่เธอทานคำไม่โต เธออุทานกลั้วเสียงหัวเราะว่า “แหมเธอนี่ช่างเปรียบเทียบจริงๆนะ หึ..หึ..หึ”

              กบเล่าต่อ “เย็นวันนั้น ฉันตั้งใจว่ากลับบ้านแล้ว ฉันจะส่งรายงานชิ้นเอกให้สามีของฉันดู เพียงแต่ว่าฉันต้องไปงานศพลุงของฉันก่อน พอเลิกงานฉันก็รีบรุดไปงานศพของลุงฉันซึ่งอายุเพิ่งหกสิบเอง  คุณป้าฉันก็อายุห้าสิบห้า ลุงฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์คว่ำ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่ได้คาดคิดมาก่อน ป้าฉันตกใจมาก เพราะไม่เคยเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้มาก่อน

              ฉันสนิทกับป้าฉันคนนี้มากเป็นพิเศษ เมื่อฉันไปถึงงานศพฉันก็ไปนั่งคุยกับคุณป้า เมื่อไปถึง คุณป้าก็ซึ่งมีสีหน้าเศร้าสร้อยอยู่ก็ดีใจที่พบหน้าฉัน เราสองคนนั่งคุยกันสักพัก คุณป้าก็หยิบกระดาษโน้ตสองสามแผ่นออกมาแล้วก็ส่งให้ฉันดู

               ฉันรับมาดูแล้วก็นั่งอ่าน ในกระดาษนั้นมีข้อความที่ป้าบรรยายข้อความว่า

               “ถึงพี่เปรม  วันนี้ทั้งวันฉันนึกถึงพี่ตลอด  เวลาสิบห้าปีที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันมักจะบ่นต่อว่าในข้อเสียของเธอมาตลอด จนกระทั่งถึงวันที่เธอจากไป เมื่อฉันมีโอกาสทบทวนดูชีวิตคู่ของเรา ฉันพบว่าฉันได้มองข้ามสิ่งดีๆของเธอไปมากมาย” กบเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ

               เธอเอ่ยต่อว่า “ในกระดาษโน้ตนั้น คุณป้าของฉันบรรยายคุณความดีของลุงไว้นับร้อยข้อ พอฉันอ่านจบ น้ำตาของฉันก็นองหน้า”

               ป้าฉันเอ่ยกับฉันว่า “ป้ารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เป็นผู้บอกสิ่งดี ๆ เหล่านี้ในระหว่างที่คุณลุงของหนูยังมีชีวิตอยู่ หลานอย่าทำพลาดแบบป้าอีกคนละ”

               ฉันนั่งฟังอยู่แล้วคิดตามไปว่า มีคนจำนวนมากที่เมื่อคนรักของตนจากไปแล้ว ค่อยบันทึกคุณความดีของผู้จากไป ลงที่หลุมฝังศพ หรือจัดพิมพ์เป็นเอกสารอย่างดี แต่ว่าผู้จากไปกลับไม่มีโอกาสอ่าน ซึ่งขณะที่เขามีชีวิตอยู่ กลับได้ยินแต่สิ่งที่เป็นข้อบกพร่องของเขา

               คิดได้อย่างนั้น ฉันรีบดึงเอาลิสต์รายการของสามีฉันออกมาแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เลิกงานศพแล้วฉันรีบกลับบ้านทันที พอเจอหน้าสามีฉันก็กระโดดกอดเขาเลย เสร็จแล้วฉันก็ถือโอกาสสาธยายคุณความดีทั้งหลายของเขาว่ามีอะไรบ้าง สามีฉันมีสีหน้าแปลกใจเล็กๆ แต่ว่าท่าทีเขาดูอ่อนโยนมากขึ้นและเอื้ออาทรกับฉันขึ้นมาทันที ฉันเองก็เริ่มมีความรู้สึกที่ดีต่อเขามาก

               หากเรารักใครแล้วเราบอกสิ่งที่ดีของเขาให้เขาได้ยิน เขาก็จะรักเราตอบและบอกสิ่งที่ดีตอบกลับมา สามีฉันก็เผยความในใจถึงข้อดีของฉันอีกมากมายที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน

              ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็เลิกคิดถึงรายการจุดอ่อนของคนที่เรารัก ฉันคิดว่าเราควรจะรักเขาอย่างที่เขาเป็นแหละ อย่าไปหวังให้เขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่แตกต่างกับเราเลย ความรักที่แท้จริงก็คือ Unconditional Love คือการที่เรารักเขาแล้วไม่ได้ตั้งเงื่อนไขให้เขาเปลี่ยนแปลงอะไร จงรักเขาอย่างที่เขาเป็น แล้วโฟกัสในสิ่งที่ดีของเขาซะ เราก็จะมีความสุข เขาก็จะมีความสุข” กบเล่าจบด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ

              เล็กซึ่งนั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ  นัยน์ตาเธอมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ ในมือเธอกำแน่นด้วยเศษกระดาษลิสต์รายการ ที่บัดนี้ถูกเธอฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ เล็กเอ่ยขึ้นว่า “ขอบใจมากจ๊ะกบ ฉันว่าเรารีบกลับออฟฟิศเถอะ ฉันอยากโทรหาสามีของฉันหน่อย มีข้อดีของเขาอีกมากที่ฉันควรจะบอกเขา”

              เรื่องแบบนี้อาจเกิดกับเรา  ที่ไม่เคยบอกจุดดีของคนอื่นแต่เรากลับมุ่งสนใจแต่จุดบกพร่องของเขาด้านเดียวได้หรือไม่

 

 

 

 

Why Unconditional Love?

Unconditional Love is a dynamic and powerful energy that lifts us through the most difficult times.  It is available at any moment by turning our attention to it and using its wonderful potential to free us from our limitations.  It requires practice and intent to allow this energy to fully permeate our daily experience. It begins with ourselves, for without self-love, we cannot know what true love can be.  In loving ourselves, we allow the feeling to generate within us and then we can share it to everyone and everything around us!  That which we send out, returns to us in greater measure.  If you have not thought about how you feel towards yourself, physically, mentally, and emotionally, or spiritually, we invite you to do so now.  Begin the journey that changes everything.  Begin the journey of unconditional love...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): expressionlimelightแนวคิดดีๆ
หมายเลขบันทึก: 81039
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

ครับ...ในชีวิตคนเราไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบครับ...

หันมองด้านที่ดี ๆ ของชีวิตบ้าง...

เราจะได้มีความสุขครับ...

"เรามักจะคิดแค่ว่าเหลือน้ำแค่ครึ่งแก้ว จนลืมไปว่าเรามีน้ำเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว"

สวัสดีครับ อ่านแล้วชอบเลยแวะทักทายครับ

สวัสดี + ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
P
  และ  
P

หากมีประสบการณ์ดีๆ ขอเชิญร่วมแลกเปลี่ยนกันนะคะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีคุณสุปราณี

           คนเราต้องมองทั้ง 2 ด้าน ทุกคนมีทั้งข้อดี และข้อเสีย อยู่ที่เรายอมรับจุดเสียของคนนั้นได้แค่ไหน ถ้ายอมรับได้เราก็อยู่กันยืด   เพราะคนเราเกิดมาต่างครอบครัวกัน  แต่ละครอบครัวมีการอบรมเลี้ยงดูแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถไปบังคับให้เขาเหมือนเราได้  แต่ต้องรู้จักยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นและบอกให้เขารับในสิ่งที่เราเป็น  ชีวิตคู่จะดำเนินไปอย่างราบรื่น    จากคนไม่เคยมีประสบการณ์คิดนะค่ะ