GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คุณคิดว่าคณิตศาสตร์ สำคัญกับชีวิตคุณอย่างไร และคุณนำไปใช้อย่างไรบ้างครับ เล่าสู่กันฟังครับ

คณิตศาสตร์ ยากเกินกว่าที่คุณคิดจริงหรือ

คณิตศาสตร์ ยากเกินกว่าที่คุณคิดจริงหรือ?

อยากทราบว่าแต่ละท่าน นำวิชาคณิตศาสตร์ไปใช้อย่างไรบ้างในชีวิตประจำวัน หรือกับอาชีพของท่านครับ แล้วท่านคิดว่าคณิตศาสตร์สำคัญหรือ มีประโยชน์อย่างไร หากท่านคิดถึงคนที่เรียนคณิตศาสตร์ท่านรู้สึกอย่างไรครับ

เป็นการเล่าสู่กันฟังนะครับ หากท่านไม่รู้ว่าคณิตศาสตร์กับวิชาชีพที่ท่านทำอยู่ไม่เกี่ยวกัน รบกวนเขียนไว้ด้วยนะครับ ผมจะลองหาความสัมพันธ์ดูครับ ว่าเกี่ยวกันได้อย่างไรบ้างครับ

อยากจะเชื่อมโยงอะไรบางอย่าง กันสนุกๆครับ ว่าจริงๆ แล้วคณิตศาสตร์มันยากเกินกว่าที่เราๆ คิดกันจริงหรือ

กราบขอบพระคุณมากครับ

สมพร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 80720
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

เริ่มที่ผมก่อนแล้วกันครับ

ผมนำคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้อธิบายการเจริญเติบโตของต้นไม้ ทางการเกษตรครับ ดูตัวอย่างได้ที่ www.somporn.net ครับ

ทางเภสัช ใช้หลัก ๆ ได้แก่

  • คำนวณพื้นฐานเกี่ยวกับหน่วย
  • คำนวณเกี่ยวกับ kinetics โดยใช้สมการเชิงอนุพันธ์
  • ใช้ทางสถิติ เพื่ออธิบาย เพื่อเปรียบเทียบ เพื่อทำนาย เพื่อหาความสัมพันธ์

ขอบคุณคุณ wwibul มากครับผม

   เห็นด้วยเลยครับ มีหลายอย่างให้ใช้เลยครับ ในสาขาเภสัช แล้วต้องการความถูกต้องด้วยซินะครับ หากมองตั้งแต่การผลิตยาเตรียมสารกันเลย อาจจะนำไปสู่การวิจัยที่ต้องทำโมเดลทางคณิตศาสตร์ได้ด้วย น่าสนใจมากครับผม

ขอบคุณมากนะครับ

สมพร

ดิฉันแวะตามมาอีกป้าย  ต่อจากทริกสอนลูกให้รักเลขค่ะของคุณเม้งค่ะ     พอดีว่าดิฉันกำลังหาวิธีบอกคุณพ่อให้เข้ามาโพสต์ใน Gotoknow  เผื่อว่าจะเจอคนที่สนใจตรงกัน

 พ่อดิฉันเป็นครูสอนเลขเด็กโต (ปริญญาตรี) ที่เกษียณอายุราชการแล้วค่ะ  แต่ยังรักที่จะสอนคณิตศาสตร์   และมีแนวคิดที่จะสอนให้เด็กๆเข้าใจตัวเลข  สอนให้นับเลขเป็น  เพื่อที่จะนำไปสู่ทักษะการคำนวณได้อย่างง่าย  และนำไปต่อยอดเป็นคณิตศาสตร์ในจินตนาการขั้นสูงได้ 

การสอนเลขคณิต คิดโดยวิธีนับนี้ ทำให้ลดความรู้สึกอคติว่าคณิตศาสตร์เป็นของยาก  เนื่องจากใช้การเรียนรู้ด้วยของจริง  (จับจริง นับได้จริง)

วิธีสอนคือเอาก้อนหินมาให้หัดนับและฝึกคำนวณ โดยเอาหลานๆที่แวะมาเยี่ยมเป็นหนูทดลองเอ๊ยเป็นกลุ่มเป้าหมาย  ปรากฏว่าหลานคิดได้อย่างว่องไวและตอบได้อย่างรวดเร็วหมดทุกคน 

แม้แต่ดิฉันซึ่งเป็นพวก ดิสออเดอร์ทางคณิตศาสตร์ ก็ยังเห็นจริงว่าวิธีนี้ใช้ได้ผล และช่วยให้เด็กไม่รู้สึกคับข้องกดดันในขณะที่กำลังเรียนรู้  เพราะตาได้เห็น มือได้จับ  และได้นับวัตถุ สัมพันธ์กับการจับคู่ตัวเลขในจินตนาการ  แล้วเห็นจริงตามนั้น  เป็นความจริงอย่างง่ายที่น่าสนใจจะนำไปประยุกต์ใช้

นี่ถ้าพ่อคิดวิธีนี้ออกตั้งแต่สมัยที่ดิฉันยังเล็ก  ป่านนี้ดิฉันคงนับเลขครบไปแล้ว......

ดิฉันเป็นพยานปากเอกได้  เพราะเป็นคนเดียวที่วิ่งหนีคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก    พ่อเริ่มสอนเมื่อไหร่ดิฉันก็จะเริ่มปวดหัว ปวดฟัน ปวดท้อง แล้วก็ลงท้ายด้วยการนั่งน้ำตาร่วงพรูดูน่าสงสาร  จนพ่อยกธงขาวในที่สุด 

ทั้งๆที่พ่อใจดีแล้วก็รักลูกมากนะคะ  แต่ด้วยว่าดิฉันสื่อสารกับภาษาชุดที่พ่อใช้ ณ ขณะนั้นไม่ได้  โครงการพ่อสอนเลข ก็เลยเป็นอันพับไป

สำหรับดิฉัน   จนถึงตอนนี้ก็ยังกลัวคณิตศาสตร์  ดิฉันไม่ทราบว่าจริงๆว่า เศษสองส่วนสาม ลบเศษหนึ่งส่วนสอง คูณด้วยเศษสองส่วนสี่  ได้ผลลัพธ์เท่าไหร่  ดิฉันหาที่มาที่ไป ของคำว่า เศษ และ ส่วนไม่ได้

เหมือนกับเด็กที่ไม่เข้าใจภาษา   และไม่เห็นที่มาที่ไปว่า  ทำไมต้องอ่านคำนี้ว่า "กาเหว่า"  ทำไมไม่อ่านว่า "กา - เห - ว่า"   และถ้าถามคุณครู ..ก็อาจโดนดุได้

ดิฉันระลึกถึงพระคุณครูที่สอนคณิตศาสตร์ให้ดิฉันทุกท่าน ที่เพียรพยายามอธิบาย"ภาษา"ขั้นสูง ให้พวกนักเรียน ที่"หัวไม่ไป"  ฟังอย่างอดทน  อดกลั้น  และเพียรพยายามต่อไปอย่างครูที่ดี  ทั้งๆที่รู้ว่าพูดไปก็ยากที่เด็กเหล่านี้จะทำความเข้าใจได้   

ดิฉันคิดว่า คณิตศาสตร์คือภาษา แต่เป็นภาษาของสัญลักษณ์ ที่ต้องใช้จินตนาการขั้นสูงที่จะทำความเข้าใจ  และบางครั้ง เด็กๆบางคนก็ถูกล็อกโดยอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขาเข้าใจภาษาชุดนี้ได้ยาก 

เป็นงานหนักของคุณครูที่จะต้อง"อ่าน" (หรือถอดรหัส) ให้ออกว่า เด็กแต่ละคน  ติดอยู่ที่ตรงไหน (Why Johnny can't add ?)  จะทำอย่างไรให้เขาขยับพ้นไปจากจุดติดตันนั้นได้ 

ดิฉันรู้สึกชื่นชมคุณพ่อของคุณด้วยใจจริงนะคะ ที่ท่านสามารถสอนคุณให้เรียนรู้ด้วยความรักได้  เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มิใช่จะสอนกันได้ง่ายๆเลย

....คุณเม้งตั้งคำถามนิดเดียว   ดิฉันก็ตอบเสียยาวเป็นกิโลเลยค่ะ........ ^_^ '

 

 

  

 

 

P

ขอบพระคุณคุณดอกไม้ทะเลมากๆ นะครับ

  • เห็นคำตอบของคุณแล้วทำให้ผมทึ่งครับ
  • ผมไม่น่าจะตอบช้าไปเป็นสิบวันเลยครับ
  • แต่ให้รับรู้ไว้ว่าผมดีใจมากครับ สำหรับสิ่งที่คุณเขียนมานี้ ผมว่าคุณเข้าใจคณิตศาสตร์ดีทีเดียวเลยหล่ะครับ เพียงแต่คลื่นจูนในตอนนั้นเกิดขัดข้องนะครับ
  • ผมเองท้าทายมากครับ กับการไม่เข้าใจของเด็ก ครับ แต่หากเด็กตั้งใจแล้วไม่ชอบคณิตแต่อยากเรียนรู้เนี่ย ผมคิดว่าไม่ยากครับ ที่จะสอนให้เข้าใจ
  • แต่กรณีที่พอนึกถึงเลขแล้วไม่เอาแล้ว มันน่าเบื่อ อันนี้คงต้องสร้างแรงจูงใจ โดยที่ให้เด็กไม่คิดว่านั่นคือเลข นั่นคือคณิตศาสตร์ ให้เค้าผูกพันกับตัวเลขเหล่านั้น เพราะเค้าต้องใช้ เมื่อเกิดแรงจูงใจแล้วเกิดความรู้สึกดีๆ แล้วผมว่าคราวนี้หล่ะครับ เราจะค่อยๆ เพิ่มซึมลึกให้เค้าชอบขึ้นมาได้ครับ
  • ผมมีคนชอบตั้งคำถามให้ผมบ่อยครับตอนเด็กๆ เช่นตัวเลขสองหลัก เอามาบวกลบกัน ผมสามารถตอบได้ภายในไม่เกิน 3-5 วินาที (ตอนนั้นน่าจะอยู่ ป สองหรือ ป สามครับ) ตอนนั้นปู่ผมคนหนึ่งมาที่บ้านบ่อย พ่อแม่ก็ไปทำงาน ผมก็จะชอบรอคำถามของปู่ ให้ผมตอบครับ ตอบแบบไม่ต้องเขียนลงกระดาษเลยนะครับ แบบว่านั่งทางในเอา
  • ปู่เลยไปแอบชมลับๆ ให้แม่ฟังครับ ว่าเด็กคนนี้หัวดี ส่งให้เรียนมากๆ แม่เพิ่งมาเล่าผมตอนโตแล้วครับ แต่ตอนนี้ผมหัวสมองเปลี่ยนไปครับ เมื่อมีเครื่องคิดเลข คอมพิวเตอร์เข้ามา ไม่ได้ฝึกฝนพวกนี้เท่าไหร่ ความชำนาญก็หดหายครับ ไปถนัดด้านอื่นแทนครับ
  • ขอบคุณมากๆ นะครับ หากมีอะไรให้ช่วย ด้วยความยินดีนะครับ ผมรู้สึกประทับใจคุณพ่อคุณเหมือนกันนะครับ ผมอยากรู้จักคนสอนคณิตศาสตร์เก่งๆ หลายๆ คนนะครับ ผมว่าหากมีศูนย์รวบรวมเทคนิคการสอนคณิตศาสตร์ในเมืองไทย ก็คงดีครับ อาจจะทำให้เด็กไทยชอบคณิตศาสตร์มากขึ้นครับ
  • หากเด็กไทยเรารู้คณิตศาสตร์ดีมากๆ เนี่ยเมืองไทยเราสู้ต่างชาติได้สบายๆ เลยครับ
  • เด็กเราได้รางวัลโอลิมปิกบ่อยๆ ครับ แต่นั่นแค่ไม่กี่คนครับ ผมมองถึงค่าเฉลี่ยทั่วทั้งประเทศนะครับ เพราะส่วนเบี่ยงเบนบ้านเราสูงมากครับ ในขณะที่มีเด็กเก่งได้เหรียญทองโอลิมปิกแต่ในทางกลับกันอีกเยอะมากๆ มีปัญหาพื้นฐานคณิตศาสตร์ ก็ไม่น่าจะดีนัก

อดีตโปรแกรมเมอร์ครับ

บางครั้งก็โมเดลปัญหาเป็นสมการ

แก้สมการก่อน แล้วนำไปเขียนโค้ดอีกทีก็มีครับ

ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากเก็บความต้องการมาหลาย ๆ หน้า

แล้วก็เขียนสัญลักษณ์เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดในหน้าเดียวก่อน

จากนั้นจึงสามารถทำงานได้ครับ

ผมว่าคนนี่มหัศจรรย์นะครับ

ไม่มีใครเกิดมาแล้วพูดได้ แต่โตขึ้นมาพูดได้

จากไม่เคยมีภาษา --> เข้าใจภาษาได้

ผมคิดว่านี่เป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างสุดยอดเพราะเราเริ่มจากไม่มีอะไรเลยจริง ๆ

สวัสดีครัีบคุณ kk

    ขอบคุณมากๆ เลยครัีบ ผมก็ใช้หลักการนี้เช่นกันครัีบ เริ่มจากศึกษาดินก่อนครัีบ หากเราจะสร้างต้นไม้ให้ยืนต้นได้ครัีบ แล้วค่อยๆ ดูว่าน้ำ อากาศ อุณหภูมิ สารอาหาร กรดด่าง อื่นๆ อย่างไร เริ่มจากง่ายๆ ไม่มีอะไรนี่ล่ะครัีบ

    ผมว่าเป็นการบวนการเรียนรู้อย่างธรรมชาติที่ดี ปรับธรรมชาติแล้วเราจะได้รหัสที่นำไปใช้ ปรับใช้กับโปรแกรมชีวิตที่เราต้องเขียนด้วยสติ ทุกๆ เสี้ยววินาทีของใจเราที่เร็วเหลือเกินครัีบ

    ขอบคุณมากๆ มาแลกเปลี่ยนกันอีกนะครับ ผมก็ทำในวง คณิตฯ โปรแกรมแอเรอร์ นี่ล่ะครัีบ มีอะไรที่ควรจะร่วมมือกันทำเยอะนะครับ

ขอบคุณมากๆ นะครับ