KM นครศรีธรรมราช อย่างไร?

การจัดขบวนส่วนราชการให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการทั้งรัฐท้องถิ่น ส่วนภูมิภาคและส่วนกลางทั้งภายในกรมและระหว่างกรม รวมทั้งการจัดขบวนของภาคประชาชนให้เกิดการบูรณาการเป็นขบวนฝูงปลาตะเพียนที่มีเป้าหมายเดียวกัน นำเข้าเชื่อมโยงกับส่วนราชการเป็นขบวนArea-Based Collaborative โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ชุมชน ส่วนราชการ เอกชนและวิชาการเข้ามาร่วมมือกัน

อ.จำนงครับ ที่จริงครูความรู้ก็ยังมีความสำคัญอยู่ ผมเข้าใจว่า บทบาทหลักของหน่วยงานควรเป็นครูกระบวนการหรือนักจัดการความรู้

ภาพฝันในจินตนาการคือ

ชาวบ้านรวมตัวกันเป็นกลุ่มองค์กรอย่างหลากหลายทั้งการเงิน สวัสดิการ อาชีพ วิสาหกิจชุมชน จัดการทรัพยากร สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชน เป็นต้น ในและกลุ่มย่อมมีผู้นำ รวมทั้งผู้นำทางการคือกำนันผู้ใหญ่บ้านและอบต.

คุณกิจก็คือผู้ปฏิบัติหรือคนที่อยู่หน้างานในแต่ละเรื่องทั้งบทบาทสมาชิกและกรรมการ

กระบวนการเรียนรู้เรื่องแผนแม่บทชุมชนคือ กระบวนการเรียนรู้ตนเอง ชุมชนและโลกเพื่อให้เกิดการระเบิดจากภายในคือเกิดสำนึกและตระหนักในพลังของการพึ่งตนเองและพึ่งพากันภายในเพื่อเชื่อมโยงกับภายนอกอย่างรู้เท่าทันและเท่าเทียม

ชุมชนนครศรีธรรมราชได้ผ่านการฝึกฝนกระบวนการเหล่านี้มาพอสมควรตั้งแต่UNDPจับมือกับมูลนิธิหมู่บ้าน สำนักงานเกษตรและธกส. ต่อมาก็กองทุนเพื่อสังคม(SIF) พอช.และสภาพัฒน์ฯ

การใช้KMเข้ามาเสริม คือ การจัดขบวนส่วนราชการให้เกิดการทำงานอย่างบูรณาการทั้งรัฐท้องถิ่น ส่วนภูมิภาคและส่วนกลางทั้งภายในกรมและระหว่างกรม รวมทั้งการจัดขบวนของภาคประชาชนให้เกิดการบูรณาการเป็นขบวนฝูงปลาตะเพียนที่มีเป้าหมายเดียวกัน นำเข้าเชื่อมโยงกับส่วนราชการเป็นขบวนArea-Based Collaborative โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ชุมชน ส่วนราชการ เอกชนและวิชาการเข้ามาร่วมมือกัน

การใช้KMเข้ามาเสริม คือ การจัดบทบาทของภาคีความร่วมมือ ซึ่งผมเห็นว่าส่วนราชการ 5 หน่วยงานควรทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยและคุณเอื้อ โดยที่กศน.ควรเป็นคุณอำนวยของคุณอำนวยอีกทีหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ใครเก่งกว่าใคร แต่เป็นบทบาทตามภารกิจและหน้าที่ที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง

KMไม่มีใครเก่งกว่าใคร ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ถ้าจะเก่งกว่าก็คือ เก่งกว่าตัวเองในอดีต

KMคือการปฏิบัติธรรม ถ้าจะเก่งขึ้นก็คือ ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น เกิดประโยชน์กับตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม มีความสุข เข้าถึง อิสรภาพและปล่อยวาง

ในยุคนี้ ครูความรู้มีความจำเป็นน้อยลง เพราะมีอยู่ทั่วไป หาได้จากทุกทิศทาง บุกเข้าถึงบ้านทุกวัน แต่ครูกระบวนการมีความจำเป็นและหาได้ยาก เพราะเป็นผู้ช่วยให้ความรู้ผุดบังเกิดขึ้นจากภายในซึ่งมีศักยภาพในการต่อยอดได้อย่างสอดคล้องเหมาะสมและมีความยั่งยืนกว่า

เปรียบความรู้เป็นรายได้ แต่การเรียนรู้เป็นทุน รายได้ใช้ก็หมดไป แต่ทุนใช้ได้ไม่หมด

ครูที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในตัวนักเรียน(คุณกิจ)จึงมีค่ามหาศาล

อย่างไรก็ตาม KMถือว่าคุณกิจก็เป็นครูของคุณอำนวยด้วย เพราะทุกคนเป็นนักเรียน

พูดให้ถูกแล้วKMถือว่าทุกคนเป็นกัลยาณมิตรที่มีส่วนช่วยให้ตัวเราเจริญเติบโต ทำประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นและประโยชน์ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถาบันจัดการความรู้เพื่อชุมชน

คำสำคัญ (Tags)#km#นครศรีธรรมราช

หมายเลขบันทึก: 80515, เขียน: 25 Feb 2007 @ 11:29 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 17:32 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

อ.ภีม ครับ

  • ตามเข้ามาอ่านตามที่ได้ชวนมาครับ
  • เห็นด้วยกับอาจารย์ในภาคความฝัน ภาคสวรรค์ทุกประการครับ แต่ในภาคปฏิบัติเดินดิน เราจะจัดขบวนกันอย่างไรละครับ ให้ กศน.เป็นครูของครูเลยหรือครับ ไหวหรือครับ แต่ถ้าดูตามฟังชั่น กศน.แล้วมันก็อย่างที่อาจารย์เขียนไว้ก็ไม่ผิด แต่ตอนนี้ที่ทำได้เลยคือเป็นผู้เรียนที่ดีในโครงการ เป็นผู้เรียนเรียนรู้งานหน้างานของตนเอง  เพราะถ้าไม่ลงมือเรียนรู้ด้วยตนเองที่ระเบิดออกมาจากข้างในตนเสียก่อน ความรู้ ปัญญาญาณก็จะไม่มี แค่มาเป็นผู้เรียนนี่ก็หวังอยากอยู่นะครับสำหรับคนที่ใจไม่มา
  • ABC research ของอาจารย์ผมว่าจะเป็นอีกแบบทดสอบหนึ่งว่า กศน.จะได้พัฒนาคนเองในเรื่องการทำงานแบบจัดการความรู้ได้ระดับใด โดยเฉพาะกับคนที่อีโก้มากๆเพราะยึดติดอยู่กับระบบซีเงินเดือนสูง บางคนนะครับ
  • หวังไว้สูงก็หวังได้ครับ ไม่ได้เสียหายอะไร แต่หวังแล้วก็ต้องออกแรงกันมากขึ้น
  • แล้วเราจะดับขบวนไปสู่ฝันกันอย่างไรละครับ
  • อีกอย่างหนึ่งครับ พรุ่งนี้ 26 ก.พ.ประชุมภาคีพัฒนาภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ไสใหญ่ ทุ่งสง อาจารย์จะเดินทางอย่างไรครับ
พรุ่งนี้ผมติดรถR&D อ้อมจะมารับที่บ้านพักตั้งแต่6.30น. คงไปรับทีมวิทยากรจากส่วนกลางที่สนามบิน อาจารย์ไปยังไงละครับ

ผมขับรถไปเอง ออกบ้านเวลา 07.30 น ครับ