<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">มีบทความที่น่าสนใจลองให้คุณอ่านได้คำตอบแล้วช่วยบอกด้วย</p>
มีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นกันใกล้รางรถไฟ 2 ราง รางหนึ่งอยู่ในระหว่างการใช้งานในขณะที่อีกรางหนึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว
มีเพียงเด็กคนเดียวเท่านั้นที่เล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานส่วนเด็กที่เหลือนั่งเล่นอยู่บนรางที่ยังใช้งานอยู่
เมื่อรถไฟแล่นมาคุณอยู่ใกล้ๆที่สับรางรถไฟคุณสามารถเปลี่ยนทางรถไฟไปยังรางที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อช่วยชีวิตเด็กส่วนใหญ่แต่นั่นหมายถึงการเสียสละชีวิตของเด็กคนที่เล่นอยู่บนรางที่ไม่ได้ใช้งาน
หรือคุณเลือกจะปล่อยให้รถไฟวิ่งทางเดิม? ลองหยุดคิดสักนิดมีทางเลือกใดที่เราสามารถตัดสินใจได้
คุณต้องทำการตัดสินใจก่อนที่จะอ่านต่อไปรถไฟไม่สามารถหยุดรอให้คุณไตร่ตรองได้ คนส่วนมากอาจเลือกที่จะเปลี่ยนทางรถไฟและยอมสละชีวิตของเด็กคนนั้น ฉันคิดว่า คุณก็อาจจะคิดเช่นเดียวกัน
แน่นอนตอนแรกฉันก็คิดเช่นนี้เพราะการช่วยชีวิตเด็กส่วนมากด้วยการเสียสละชีวิตเด็กหนึ่งคนนั้นดูสมเหตุผลทั้งทางศีลธรรมและความรู้สึกแต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าเด็กที่เลือกเล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานแล้วที่จริงเขาได้ตัดสินใจถูกต้องที่จะเล่นในสถานที่ๆปลอดภัยแล้วต่างหาก
แต่ทว่าเขากลับต้องเสียสละชีวิตให้กับเพื่อนที่ไม่ใส่ใจและเลือกที่จะเล่นในที่อันตราย
สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวันในสถานที่ทำงาน ย่านชุมชน การเมืองโดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตยคนกลุ่มน้อยมักจะถูกเสียสละให้กับผลประโยชน์ของคนหมู่มาก แม้ว่าคนกลุ่มน้อยจะฉลาดมองการณ์ไกล และคนหมู่มากจะโง่เง่าไม่ใส่ใจก็ตาม
เด็กคนที่เลือกที่จะไม่เล่นบนรางที่อยู่ในการใช้งานตามเพื่อนๆของเขาและคงไม่มีใครเสียน้ำตาให้หากเขาต้องสละชีวิตก็ตาม
เพื่อนที่ส่งต่อเรื่องนี้มาบอกว่าเขาจะไม่พยายามเปลี่ยนเส้นทางรถไฟเพราะเขาเชื่อว่าเด็กที่เล่นอยู่บนรางที่อยู่ในการใช้งานย่อมรู้ดีว่ารางนั้นยังอยู่ในระหว่างการใช้งานและพวกเขาควรจะหลบออกมาเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงหวูดรถไฟ
ถ้าทางรถไฟถูกเปลี่ยนเด็กหนึ่งคนนั้นต้องตายอย่างแน่นอนเพราะเขาไม่เคยคิดว่ารถไฟจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนั้น
นอกจากนั้นรางที่ไม่ได้ถูกใช้งานอาจเป็นเพราะรางนั้นไม่ปลอดภัยถ้ารถไฟถูกเปลี่ยนเส้นทางมาที่รางนี้เราทำให้ชีวิตของผู้โดยสารทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายในขณะที่คุณพยายามช่วยชีวิตเด็กจำนวนหนึ่งโดยการสละชีวิตเด็กหนึ่งคนอาจกลายเป็นการสังเวยชีวิตผู้คนนับร้อยก็เป็นได้
เรารู้ว่าชีวิตเต็มไปด้วยการตัดสินใจอันยากลำบากบางครั้งเราอาจลืมไปว่าการตัดสินใจอันรวดเร็วใช่จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
จำไว้ว่าสิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฏิบัติ และสิ่งที่เป็นที่นิยมไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป
ทุกๆคนสามารถทำสิ่งผิดพลาดได้และนั่นคือเหตุผลที่เขาใส่ยางลบไว้ที่ปลายของดินสอแล้วคุณละคิดอย่างไร
คุณจะเลือกทางไหน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ต๊ะติ๊งโหน่ง · 22 ก.พ. 2550
JJ · 22 ก.พ. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 22 ก.พ. 2550
นาย พีชพงศ์ พิทักษ์ · 22 ก.พ. 2550
Bright Lily · 22 ก.พ. 2550
librarian-C · 22 ก.พ. 2550
หากนายบอนอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น คงไม่สามารถที่จะคิดอะไรได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้แน่นอนครับ เมื่อเห็นรถไฟมาก็จะวิ่งไปเตือนเด็กๆที่กำลังเล่นอยู่บนราง หรือไปจูงเด็กๆที่กำลังเล่นอยู่บนรางที่ใช้งานได้นั้น ออกมาจากบริเวณนั้นครับ เมื่อรถไฟผ่้านไปแล้ว ก็เล่นต่อไปได้
เหมือนกับวิถีชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟ ที่มักจะเดินบนรางรถไฟ เมื่อเห็นรถไฟกำลังวิ่งมาบนราง พวกเขาก็จะหลบให้ห่างออกจากรางรถไฟ
หากเด็กไม่พิการ หูหนวก หรือตาบอด ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด พวกเขาย่อมหลบออกจากรางรถไฟแน่นอน
ยิ่งผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆรางรถไฟ ยิ่งไม่สามารถที่จะเพิกเฉยต่อเด็กที่กำลังเล่นอยู่ได้ครับ
ถ้าเป็นเรา…เราจะจอดรถไฟก่อน