ที่ผ่านมาผมได้ยินการพูดถึงการใช้พหุลักษณ์ พหุปัญญา และ พหุภาคีในการพัฒนา ระดับภูมิภาค และอย่างมากที่สุดก็ระดับพื้นที่ใหญ่ๆ แต่ผมยังไม่ค่อยได้ยินเป้าหมายการพัฒนาระดับครัวเรือน และระดับปัจเจก

 

วันนี้คุณศิริลัคนา เปี่ยมศิริ ได้เขียนถึงปัญหาสมาชิกโครงการหลงทางไปทำงานรับจ้างแทนการมาพัฒนาตัวเอง ที่พอบันทึกเสร็จกลับตั้งคำถามรอผมไว้เลยว่าควรจะป้องกัน แก้ไขอย่างไร ผมก็เลยตอบไปว่า

 

ผมก็เขียนเรื่องของโศกนาฏกรรมทางการพัฒนาเศรษฐกิจในอาร์เยนตินา ที่มันกำลังคืบคลานมาเมืองไทยอย่างไม่ช้าเท่าไหร่เลย

 
  • ทุกคนกำลังผันตัวเองเข้าสู่หลุมดำอันนี้
  • เหมือนมีทั้งแรงลม (ค่านิยมภายนอก) และ
  • แรงแม่เหล็ก (ค่านิยมภายใน) ดูดอยู่ทั้ง ๒ แรง
  • เราจะต้านกระแสนี้อย่างไร

ตัวผมเองนั้น ก็กำลังพยายามพัฒนาตัวเองเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่เป็นจริงและใกล้เคียงกับความสามารถของชาวบ้านมากที่สุดที่จะทำได้ เพื่อจะได้เป็นแรงช่วยอย่างแท้จริง โดยไม่มีข้อคำถามที่ทำให้เราเกิด "นิวรณ์" ในการทำงาน มัวแต่สงสัย ไม่ลองทำจริงสักที

 

สมาชิกกลุ่มของเราบางคน นอกจากวิ่งตามกระแสแบบไม่ดูตาม้าตาเรือแล้ว ยังดำเนินวิถีชีวิตที่เป็นปฏิปักษ์กับความก้าวหน้าของตัวเองอีกด้วย

 

วันนี้ ดูเหมือนว่าทุกคนต้องการเงิน

 

แต่เราใช้เงินอย่างฉลาด รู้เท่าทัน ทำให้มันกลับมาเป็นฐานให้เรายืนได้อย่างมั่นคงได้ไหม แทนที่จะทำตัวเป็นทาสมันอย่างในปัจจุบัน กล่าวคือ ใช้เงินเป็นทาสเรา แบบฉลาด รู้เท่าทัน

 

เราจึงยังมีทางเลือกที่เหลือคือ การติดอาวุธทางปัญญา จัดการความรู้ด้านการหาเงิน และใช้เงิน ตามความจำเป็น อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทที่ไม่ทำลายตนเอง ด้วยความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง

 

ดังนั้น เมื่อเราพูดถึง พหุลักษณ์ พหุปัญญา และ พหุภาคีในการพัฒนา ในระดับพื้นที่นั้น น่าจะลองมาปรับใช้เป็นแนวทางในการทำงาน

 

โดย เราอาจต้องปรับกระบวนให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

 

พหุภาคีที่ไหน จะช่วยเราได้เราต้องหา

 

พหุปัญญา อะไรที่จำเป็น

 

และ พหุลักษณ์ ของการพัฒนา จะออกไปในมุมใด ที่ในที่สุด จะมีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน แต่คนละเส้นทาง

 

คุณบุญเทียม ลูกชาย ของคุณศิริลัคนา อาจจะยังไม่หลงทาง แต่อาจจำเป็นต้อง "แวะ" ทำธุระ บางประการ หรือ อาจต้องเลือกทางเดินที่ต่างออกไปบ้างก็ได้

 

เพียงขอให้มีปัญญาเป็นไฟส่องทางบ้าง เขาก็ไม่น่าจะหลงทางครับ

 

เราคงต้องมาปรับกระบวนทัศน์ในการทำงานกับชุมชนกันสักหน่อยกระมังครับ

 

โจทย์คุณตุ๊วันนี้ "หนัก" แต่ท้าทายดีครับ  ทำให้ผมได้ความคิดในการทำงานในระยะ อย่างน้อยก็ ๔-๕ ปีข้างหน้า

 

ขอบคุณที่ทำให้ผมได้คิด ผมจะได้ไม่ต้องคิดมาก ในการหาช่องทางในการทำงานที่เป็นประโยชน์กับสังคมที่เป็นจริง

 

ทุกท่าน มองเห็นการพัฒนาแบบพหุลักษณ์ในระดับครอบครัว และปัจเจก อย่างไรครับ

 

ผมว่าต้องมีไว้เป็นทางเลือกในการพัฒนาที่แท้จริงครับ แต่เราจะหาใครมาช่วยเป็น พหุภาคี กับเราได้บ้าง จากพันธมิตรอิงกรอบ ได้ไหมครับ

 

ครูบาสุทธินันท์ครับ เราปรับกระบวนการทำงานของมหาชีวาลัย มาขยายการทำงานในมุมนี้ ให้มากขึ้น น่าจะดีนะครับ

 

ใครคิดออกอย่างไร เมื่อไหร่ และพร้อมจะเป็นภาคีการพัฒนา แบบพหุลักษณ์ และพหุปัญญา ช่วยบอก หรือแนะนำด้วยนะครับ

 ขอบคุณล่วงหน้าครับ ผมเชื่อว่า คุณตุ๊ น่าจะพร้อมเป็นเจ้าภาพงานนี้นะครับ