เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานวิจัย KM  ครั้งที่ 2  ได้จัดขึ้นอีกครั้ง   แต่ครั้งนี้จัดขึ้นในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ  ครั้งที่ 2  ณ  โรงแรมมิราเคิลแกรนด์  เมื่อวันที่ 1- 2 ธันวาคม 2548 

ครั้งนี้ รูปแบบการจัดเป็นลักษณะ คลินิคให้คำปรึกษา   มีผู้สนใจเข้ามาขอคำแนะนำจำนวนมากจนต้องเปิดให้บริการเพิ่มเป็น 2 รอบในคราวนั้น  

จากครั้งนั้น พบว่า  มีหลายสาขาที่ต้องการนำ KM  ไปใช้ในงานวิจัย  อาทิ การศึกษา  สาธารณสุข  การบริหารองค์กร  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์   พัฒนาชุมชนและสังคม   การจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่น   เป็นต้น    ซึ่งระดับการศึกษามีทั้ง ป.โท และ เอก  

ส่วนประเด็นที่เข้ามานั้น  มีทั้ง   ภาคชุมชน  ภาครัฐ  แต่โดยส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง  "การพัฒนาคุณภาพงานและองค์กร"    การใช้เครื่องมือพัฒนาคุณภาพ ควบคู่กับ KM   และยังมีประเด็นปลีกย่อย  อาทิ  KM Model    CoP   CKO 

คำถามที่พบบ่อย  คือ  "วิธีวิจัยด้านการจัดการความรู้ควรเป็นรูปแบบใด?"

ปัญหาของผู้วิจัยที่พบ  คือ   กรอบแนวคิด/ทฤษฎี และวิธีวิทยาการวิจัย  (ความเห็นของผู้ให้คำปรึกษา KM Thesis)  

และมีข้อคิดเห็นจากผู้ดูแล KM Thesis  ในครั้งนั้นซึ่งสรุปไว้น่าสนใจดังนี้

ผู้ที่ให้คำปรึกษานั้นต้องสามารถบูรณาการ  หลักแนวคิด ทฤษฎี     วิธีวิทยาการวิจัย  และบริบทของงานหรือองค์กรเฉพาะนั้นได้  

การวิจัยส่วนใหญ่ยังติดกับวิธีคิดเดิม    เน้นข้อมูลเชิงปริมาณ  เน้นความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล  มากกว่าใช้กระบวนทัศน์ปรากฏการณ์นิยม (Phenomenology)  ในการทำวิจัย

นักศึกษายังเกาะแน่นอยู่กับความรู้ที่มาจากนักวิชาการ   ไม่คุ้นเคยกับความรู้จากสายปฏิบัติ 

ดูรายละเอียดได้จากบทความ  AAR    KM Thesis   ในจดหมายข่าวถักทอสายใยแห่งความรู้  ฉบับที่ 16   คลิ๊กที่นี่