ในจังหวะและลีลาชีวิตของแต่ละคน   ย่อมมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผสมปะปนกันไป  บางครั้งก็ร้องไห้  บางคราได้หัวเราะ   บางจังหวะได้พานพบสิ่งดีๆ   แต่บางทีก็พบพานในสิ่งที่เลวร้าย   หากท่านเป็นมิตรรักแฟนเพลงประเภทลูกทุ่ง  ท่านจะได้ดื่มด่ำกับสิ่งที่กล่าวมาแล้วจากท่วงทำนองเนื้อร้องของเพลง  โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งรุ่นเก่าๆ  ซึ่งถ้าพินิจวิเคราะห์แบบเจาะลึก  เราจะพบว่ามีศาสตร์และศิลป์แห่งการจัดการความรู้แฝงไว้มากมาย                              

ผมเอ่ยถึงเพลงลูกทุ่ง  ด้วยมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักจัดรายการวิทยุหลายท่าน  ซึ่งท่านเหล่านั้นบอกผมว่า วิชาชีพนักจัดรายการวิทยุ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบ่นกับตนเอง    ด้วยการศึกษาหาข้อมูลมานำเสนอในรายการวิทยุ  หาอะไรที่คิดว่าดีๆมาเล่าสู่พี่น้องผองเพื่อนฟัง   เวลาเข้ารายการจึงมักมีความรู้สึกเหมือนพูดกับตัวเองและบ่นกับตนเอง 
                            

หลังจากแลกเปลี่ยนกับทีมงานแล้ว   ผมกลับคิดได้ว่าคนทุกคนจะต้องมีการบ่นกับตนเอง  อาจจะมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป  ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ว่าใครจะ ออกแบบการบ่นกับตนเองอย่างไร   เรียนรู้จากการบ่นกับตนเองอย่างไร   สำหรับผมถือว่าได้บ่นกับตนเองทุกวัน  ด้วยเชื่อว่า  การบ่นกับตนเองคือการทบทวนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเองตลอดเวลา   การบ่นกับตนเองเป็นสิ่งกระตุ้นให้เราตื่นตัว  พร้อมคิด  พร้อมแก้ไขและปรับปรุงตนเองตลอดเวลา   การบ่นกับตนเองทำให้เรามองเห็นความสัมพันธ์ของตัวเรากับสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา 
                          

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งของการบ่นกับตนเอง
คือ  หากว่าแนวคิดการจัดการความรู้มุ่งเน้นไปที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุดความรู้ที่มีอยู่ในตัวคน  โดยคาดหวังให้กลไกเหล่านี้มีผลต่อการพัฒนาในด้านใดๆก็ตาม   การนิยามคำว่า  บ่นกับตนเอง   ในเชิงสร้างสรรค์น่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการเรียบเรียงความรู้ที่แต่ละคนมีอยู่หรือได้เรียนรู้  ให้มีความสมบูรณ์และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่นๆเป็นลำดับต่อไป