ข้อคิดจาก KM
เกร็ดข้อคิดที่ได้รวบรวมและจากการฝึกอบรมการทำ KM ให้กับบุคลากรในโรงเรียน..
· การทำ KM เน้นการทดลอง และปฏิบัติจริง โดยใจที่พร้อมจะให้ และรับ เป็นปราการด้านสำคัญ เหมือนคนจะหัดขี่จักรยาน เมื่อใจพร้อมที่จะขี่จักรยานก็ลองขี่ได้เลย
· การทำ KM ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบของวิทยากร ขอให้กล้าที่จะคิดในรูปแบบของตนเอง ทั้งนี้เราต้องนำความรู้ไปปรับปรุงใช้กับจริตของหน่วยงานเอง
· การจัดการก็คือการสร้างโอกาสให้ได้มาเจอกัน การจัดการความรู้คือการการจัดการความสัมพันธ์ แบบ Win – Win คือได้ประโยชน์เพื่อไปสู่ความสำเร็จทุกฝ่าย สร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน เกิดการแบ่งปัน โดยธรรมชาติ ความรู้สึกดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้และรับ (Give and Take)
· ปัญหาของการแบ่งปัน ทุกคนมองว่าจะเป็นการให้ซึ่งการให้หมายถึงการสูญเสีย ซึ่งไม่ใช่ KM เพราะความรู้ยิ่งได้ให้ยิ่งเพิ่มงอกงาม ซึ่งเป็น GIVE and GROW อย่าห่วงความรู้ไว้กับตัว
· เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเก่งและรู้ทุกเรื่อง หัวหน้าไม่ใช่ว่าจะเก่งกว่า หรือรู้มากกว่าลูกน้อง คนตัวเล็กพูดให้คนตัวใหญ่ฟังได้ ทุกคนมีสิทธ์ที่จะเรียนรู้ร่วมกันทุกคนอย่าทำตนเป็นน้ำชาล้นถ้วย
· เมื่อเรารู้ว่าตนเองไม่รู้ จงรับรู้ เพื่อเปิดตนเองให้เลียนรู้ และเรียนรู้ ไม่ต้องเชื่อทั้งหมด แต่ต้องประยุกต์ใช้ในสิ่งแวดล้อมของเราเอง
· เราจะอยู่ขั้นไหนไม่เป็นประเด็น สิ่งสำคัญต้อง เริ่ม เน้นการช่วยเหลือกันและกันไม่ทับถมกัน หาแววให้เจอแล้วสร้างความมั่นใจและจัดการ ถ้าไม่มีใจให้แก่กันในองค์กรคงต้องดูเรื่องความดีความชอบเพื่อให้คนที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้กับคนอื่นได้รับผลดีอย่างเป็นรูปธรรม (Share and Shine)
· ดังนั้น องค์กรที่ทำ KM ต้องระลึกเสมอว่าจะทำอย่างไรเพื่อนำไปสู่ Learn Care Share Shine อย่าไปยึดติดกับโครงสร้างทางการ โยงใยเหมือนใยแมงมุม ผูกพันประดุจสายโซ่
จากที่กล่าวมาทั้งหมด..หวังเป็นยิ่งนะครับคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับพวกเราที่มีความหวังอยากให้ทั้งคนทั้งประเทศเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ท่านว่าจริงหรือไม่
เห็นด้วยครับ
แอบหวัง....จะได้ไปเรียนรู้ KM Model เทศบาล4 (เพาะชำ) ในอนาคตอันไกลนี้
ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
รู้แล้วว่าโรงเรียนเพาะชำนี้ท้าทายไม่ได้เลย
ช่วยเรียนท่านผู้อำนวยการว่าโรงเรียนของท่านคือ องค์กรเบอร์ 1 ของ 95 องค์กรในโครงการวิจัย
อยากได้อ่านเรื่องเล่าเด็ดๆจากโรงเรียนสัก 3 เรื่องค่ะ
ทัศนีย์
ขอเรียนคุณ Thawat นะครับว่า..ตอนนี้เราได้ KM Model ในเชิงบริหารแล้ว แต่ยังขออุ๊บไว้ก่อน..แล้วจะมานำเสนอในโอกาสต่อไปนะครับ..และต้องขอขอบพระคณ อ.ทัศนีย์นะครับ ที่ชื่นชมโรงเรียนเราขนาดนี้ ส่วนเรื่องเล่าขอติดไว้ก่อน..วันนี้ดู แก่น และขุม จากการทำ KM ครั้งที่ 1 ก่อนนะครับ..
เพื่อนำไปสู่ Learn Care Share Shine หมายถึง
ไม่แน่ใจว่าได้คำตอบโดนใจ..หรือ..เปล่า แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดคือประโยชน์ที่ได้จากการทำ KM
ขอหน่อยค่ะ อาจารย์ช่วยเขียนสั้นๆ 4 ย่อหน้าว่า คำทั้งสี่มันผุดออกมาจากขั้นตอนไหนของการทำโครงการวิจัยนี้
การได้ 4 ตัวนี้ก็เรียกว่าบรรลุสัจธรรมไปได้เยอะแล้วค่ะ องค์กรอื่นอาจจะแตกต่างไปบางตัวนะคะ
วันนี้วันที่ 1 มีนาคม 2550 บันทึกไว้เป็นหลักฐานเตือนใจตัวเองครับ <p> คณะนักวิจัยเคยกล่าวอ้างอิงถึงโรงเรียนเทศบาล4 หลายต่อหลายครั้ง ผมจึงเข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้การใช้ km ในกระบวนการบริหารงานของท่าน เลยถือโอกาสนำเอาบันทึกด้านบนไปเผยแพร่กับคณะครูโรงเรียนบ้านเมืองแปง แล้วจะแวะมาดูอีกครับ</p>
ขอพระคุณที่ให้ความสนใจนะครับ..แล้วถ้าหากเราได้ค้นพบอะไรที่ดีจากการจัดการความรู้แล้วเราจะนำมาเสนออีกนะครับ…ขอบพระคุณมาก