การก้าวข้ามกำแพงการเรียนรู้

โดย : นวลทิพย์ ชูศรีโฉม             

            เมื่อประมาณ สิงหาคม ๒๕๔๘ ผู้เขียนได้ติดตามท่านอาจารย์ทรงพล ซึ่งท่านรับเชิญเป็นวิทยากร เรื่อง “การจัดการความรู้” ให้กรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งจัดที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จังหวัดขอนแก่น มีการแนะนำตัวจากเจ้าภาพอย่างสมเกียรติในเวที หน้าที่ของผู้เขียนตอนนั้น คือ ช่วยติดกระดาษฟลิปชาร์ดและเขียนจับประเด็นเล็กน้อย รวมถึงถ่ายรูปบ้าง (ตามความชำนาญที่ทำซ้ำบ่อย ๆ มาประมาณเกือบปี) ไม่มีการทำกิจกรรมสันทนาการใด ๆ ทั้งสิ้นในเวทีนั้น

           ไม่ใช่ว่าผู้เขียนไม่รู้สึก ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะทำ แต่... ไม่มีความกล้าที่จะทำ ทั้งที่ ส่วนลึกข้างในอยากจะแสดงศักยภาพในเรื่องการทำกิจกรรมสันนาการ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป (ผ่านไปอีกแล้วเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน) ไม่ได้เริ่มต้นอีกแล้ว ไม่กล้าอีกแล้ว นึกเสียดายทุกครั้งเมื่อจบเวที ได้แต่คิดว่า เสียดายจัง!  รู้อย่างงี้...

             เมื่อการฝึกอบรมมาถึงวันสุดท้าย มีรุ่นน้องของ ท่านอาจารย์ทรงพล มาร่วมเวทีด้วย ขณะที่นั่งทานอาหารกลางวัน รุ่นน้องของอาจารย์หันมาถามผู้เขียนว่า “ทำงานกับอาจารย์ทรงพลนานหรือยังค่ะ” ผู้เขียนก็ตอบ “นานแล้วค่ะ” (นานจริง ๆ เกือบจะ ๑๐ ปีแล้ว) “ถ้าอย่างงั้นคงจะเก่งมากสิคะ เก่งเหมือนอาจารย์...”  คำพูดประโยคนั้นของรุ่นน้องอาจารย์ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าเหมือนโดนไม้หน้าสามมาตีที่ศรีษะอย่างแรง (ความจริงยังไม่เคยโดยแต่คิดว่าคงเจ็บและมึน) ที่รู้สึกอย่างนั้นเพราะความเป็นจริง “เราไม่มีอะไรเลย เราไม่เก่ง เราไม่มีความสามารถ และที่สำคัญเราไม่มีความกล้าเลย (นึกละอายใจ)”

               โอ! คำพูดประโยคนั้น ช่างโดน โดนจริง ๆ  คอยดูเถอะ... เราจะต้องทำให้ได้ คอยดูแสนยานุภาพของเราบ้าง...