การอยู่ร่วมกันของสัตว์ที่ใช้พละกำลังในการตัดสินใจ ใครเป็นผู้ทรงพลัง บวกความแรด เพิ่มความเฮง ก็จะเป็นผู้ชนะ มนุษย์เราก้เช่นกัน ไม่ผิดกับสัตว์เดรัจฉานเหล่านั้น

เมื่อวันก่อนครูอ้อยได้ดูรายการในโทรทัศน์เกี่ยวกับสัตว์  ธรรมชาติในป่า  และการอยู่รอดของพวกมัน  ดูไปก็คิดไป  เปรียบกับตัวเรา 

ในสังคมของคนที่ไม่แปลกจากสังคมของสัตว์เลยที่มีการอยู่รอด  ต่อสู้ดิ้นรน  แต่มีรสชาติ  มีความโหดร้าย ทารุณ  ไร้มนุษยธรรมเพิ่มขึ้นมามีสีสันขึ้นเท่านั้น  นอกนั้น  เหมือนกันหมด  พูดง่ายๆ 

ในตอนหนึ่งนั้นบรรดาสัตว์ทั้งหลายเกิดการแก่งแย่งที่อยู่กัน  ไม่ยอมกัน  ตกลงกันไม่ได้  พวกมันก็ชนกัน คิดว่าจะปลิดชีวิตกันด้วยหนทางของความเป็นสัตว์  ใช้พละกำลัง  ความฉลาดของมัน  ตลอดทั้งความเฮงหรือโชคดีเข้ามาช่วยด้วย  ฝ่ายนั้นจึงเป็นฝ่ายชนะและอยู่รอดได้  ผู้แพ้ก็กลายเป็นอาหารอันโอชะไป 

สังคมมนุษย์เริ่มจากสังคมเล็กๆคือสังคมครอบครัว  เมื่อพ่อผู้เป็นใหญ่ในครอบครัว ตกลงกับแม่ไม่ได้  ใช้พละกำลังในการปราบปรามแม่ซึ่งเป็นเพศเมีย  ต่อสู้กัน...  แน่นอน พ่อเป็นผู้ชนะและผู้แพ้คือ  แม่  ..แต่มีอะไรเกิดขึ้นติดตามมา... ..สิ่งที่เกิดขึ้น  คือ  ลูกน้อยไม่มีความสุข เกิดปัญหาที่แก้ไม่ได้  ก่อให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงติดตามมาอย่างไม่ลดละ 

เปรียบกับเสือ สิงห์ กระทิง แรด  ที่ต่อสู้กันในป่า  แย่งชิงกัน  ฆ่ากันตายไป   แล้วหญ้าต้นเล็กๆที่อยู่บริเวณนั้นจะเหลืออะไร  มีแต่ความพินาศสูญเสีย......ที่ไม่น่าเกิดขึ้น 

ในสังคมถัดมาที่ใหญ่ขึ้น  คือสังคมของการทำงาน  ผู้เป็นใหญ่ก็เปรียบสัตว์ใหญ่  ส่วนลูกน้อง  หรือทีมงาน  ก็คือ  สัตว์เล็ก  ที่ไม่มีหนทางต่อสู้ ไม่มีอุปกรณ์ประจำกายที่จะประหัตประหาร  ต่อสู้ได้  เมื่อเกิดการข่มขู่  ข่มเหง 

เพียงแค่สิงห์โตอยากจะคำราม  สัตว์เล็กในป่า  ก็...หงอ..ราบเรียบกันแล้ว 

เจ้านาย  หรือผู้บังคับบัญชาก็เช่นกัน...เพียงแค่..เอ่ยปาก..มอง..ลูกน้อง  ลูกทีม ก็สยบราบคาบกันแล้ว....

อย่ามาทะเลาะกัน  ต่อสู้กัน  ให้ต้นหญ้า  หรือสัตว์เล็ก  ราบเรียบไปด้วยเลย...ไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย...