วันที่ 29 มกราคม คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาเรื่อง เศรษฐกิจการเมืองท้องถิ่น 2550”     

อาจารย์สกนธ์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ทำวิจัยเรื่องนี้มานาน ได้พบปะ อบต.เกือบทั่วประเทศ  อาจารย์ให้รายละเอียดของกระบวนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้อย่างดี  และมองเห็นภาพเชิงบวกของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  

อีกด้านหนึ่ง  อาจารย์ชัยยนต์ จากมหาวิทยาลัยบูรพา ทำวิจัยเรื่องเจ้าพ่อท้องถิ่น อาจารย์แบ่งอำนาจเป็น 2 ประเภท คือ อำนาจที่เป็นอิทธิพล กับอำนาจที่เป็นอำนาจหน้าที่    อาจารย์เห็นภาพของความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ร่วม ระหว่างผู้มีอิทธิพล กับผู้มีอำนาจหน้าที่   กระบวนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจึงมีความน่าเป็นห่วง  

เราเองคิดเชิงบวกคล้ายอาจารย์สกนธ์   แต่เหตุผลอยู่ที่..เราเห็นพลังของชุมชนท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น   กลไกสำคัญ คือ  เครือข่าย  

ในความเห็นของเรา  เครือข่ายมี 2 แบบ

แบบแรก   เครือข่ายชาวบ้านที่ทำงานโดยมีประเด็นเป็นตัวตั้ง   จะทำงานข้ามพื้นที่และมีความเข้มแข็งเพราะมีโจทย์ร่วมกัน จึงมีเป้าหมายและทิศทางการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน  เช่น  เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน  เครือข่ายด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เครือข่ายประชารัฐ  เป็นต้น  เครือข่ายที่เข้มแข็ง มักจะมองข้าม อปท. ไปทำงานหรือต้องการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะระดับชาติ  (อาจสะท้อนความไม่ไว้วางใจต่อ อปท. หรือ อาจสะท้อนว่า อำนาจหน้าที่ อปท.จำกัดเกินกว่าที่จะแก้ปัญหาให้พวกเขาได้)  

แบบที่สอง  เครือข่ายแนวระนาบที่ทำงานในพื้นที่เดียวกัน เป็น area base  มักเป็นเรื่องของการพัฒนาท้องถิ่น  เราคิดว่า ลักษณะเครือข่ายเช่นนี้ เพิ่งเกิดขึ้นในระยะหลัง อาจมีแผนชุมชนเป็นตัวเชื่อม  เครือข่ายแบบนี้สามารถทำงานได้ใกล้ชิดกันมากกว่าแบบแรก  แต่ความเข้มแข็งจะเป็นอย่างไรยังไม่แน่ใจ  เพราะเพิ่งเริ่ม หรือเพราะในหนึ่งพื้นที่อาจมีโจทย์หลายข้อ  ถ้าไม่จัดลำดับความสำคัญของโจทย์อย่างชัดเจน  บางครั้ง  ต่างกลุ่มต่างคนที่มาทำงานร่วมกัน ก็มีโจทย์ในใจคนละอย่าง   การหาเป้าหมายร่วมจึงมีความสำคัญ 

องค์กรการเงินชุมชน มีความพิเศษที่รวมลักษณะของแบบแรก (มีเป้าหมาย มีประโยชน์ชัดเจน) และแบบที่สอง (ทำงานในพื้นที่ได้กว้างถึงระดับจังหวัด) ไว้ด้วยกัน  มีสมาชิกมาก มีเงินทุนมาก เป็นองค์กรชาวบ้านที่เข้มแข็งที่สุดในขณะนี้   ในทางกลับกัน  ภายใต้การมีเป้าหมายกลุ่มที่ชัดเจน  หากกลุ่มองค์กรการเงินสามารถร่วมผสานกับกลุ่มอื่นๆในพื้นที่ซึ่งอาจมีเป้าหมายด้านอื่นๆด้วย ก็จะเป็นพลังการพัฒนาพื้นที่ได้มาก