GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ไข้หวัดนก ฉบับชาวบ้านๆ

ในสถานการณ์ปัจจุบันประชาชนทั่วไปมีความเสี่ยงน้อยต่อการติดโรค

ความเป็นมา          
             ราว
20 ปีที่แล้ว พบไข้หวัดนกระบาดในไก่งวง ที่รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา
         
             ต่อมาอีก
2 ปี ก็พบไข้หวัดนกระบาดในไก่ที่รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกาเช่นกัน
          
             ปี
2540 พบไข้หวัดนกที่ฮ่องกง มีคน 18 คนสัมผัสเชื้อจากไก่ที่เป็นโรค ในจำนวนนี้เสียชีวิต 6 ราย นี่เป็นครั้งแรกที่มีรายงานการติดต่อมาสู่คน
         
            ปี
2546 คนฮ่องกงคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยไข้หวัดนก หลังกลับจากเมืองจีน
         
            ที่เนเธอร์แลนด์ สัตวแพทย์คนหนึ่งก็เสียชีวิต หลังจากไปตรวจฟาร์มไก่ที่เป็นโรค
         
            ตั้งแต่กลางปี
2546 – ต้นปี 2547 เมื่อเรียงตามลำดับของประเทศที่เกิดวิกฤตการณ์ไข้หวัดนกในภูมิภาคเอเชีย ตั้งแต่จีน เกาหลีใต้ เวียตนาม ไทย อินโดนีเซีย ปากีสถานแล้ว นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านปักษีวิทยาเชื่อว่า นกน้ำ นกชายเลน นกบก และเป็ดป่า ที่อพยพหนีอากาศหนาวเย็นจากไซบีเรีย น่าจะเป็นพาหะนำเชื้อไวรัส แพร่สู่พื้นที่ต่างๆที่มันมาพำนักอยู่ ทำให้สัตว์ปีกในพื้นที่นั้นๆติดเชื้อ จากนั้นเชื้อจากสัตว์ปีกจึงติดต่อมาสู่คน
         
           (แต่นักปักษีวิทยาและนักวิทยาศาสตร์บางท่านก็บอกว่า นกอพยพเหล่านี้ ไม่เคยถูกระบุว่านำเชื้อโรคร้ายจากที่หนึ่ง ไปแพร่อีกที่หนึ่ง หากนกอพยพเป็นต้นเหตุของไข้หวัดนกจริง เหตุใดโรคนี้จึงเพิ่งระบาดในปีนี้ ดังนั้น น่าจะเป็นเพราะระบบการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ปีกของมนุษย์ไม่ดีเอง ทำให้เชื้อโรคแพร่ระบาดจนต้านทานไม่อยู่มากกว่า)
 

เชื้อที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดนก  ไข้หวัดนก (Avian influenza เรียกย่อๆว่า Bird flu) เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซ่า เช่นเดียวกับที่ก่อให้เกิดไข้หวัดใหญ่ในคน แต่เป็นไวรัสคนละสายพันธุ์ ไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดนกคือ อินฟลูเอนซ่า H5N1  

การติดต่อของเชื้อ   สัตว์ปีกทุกชนิด ติดเชื้อไข้หวัดนกได้ทั้งสิ้น ด้วยการสัมผัสกับตัวสัตว์ป่วย /ตายโดยตรง หรือสัมผัสอุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของสัตว์ป่วย/ตาย การแพร่จากฟาร์มสู่ฟาร์ม เกิดจากการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ, ยานพาหนะ, กรง, อาหาร, เสื้อผ้า การแพร่สู่คน เป็นไปได้ด้วยการที่คนสัมผัสตัวสัตว์ป่วย/ตายโดยตรง หรืออุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของมัน  

การควบคุมโรค          
          
- ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรค
         
          
- ให้ขุดหลุมฝังหรือเผา ห้ามทิ้งลงน้ำ เพราะจะยิ่งแพร่ระบาดหนักโดยน้ำพาไป ทำให้ระบาดสู่คน (ที่กินน้ำที่มีเชื้อ) ได้ทันที
 

การป้องกันตนเอง          
           
- อย่าสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ปีกที่ป่วย โดยเฉพาะห้ามเชือดไก่ที่ป่วยหรือตาย ให้ขุดหลุมฝังหรือเผาเลย
         
           
- ใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช่น เวลาอยู่ในฟาร์มไก่
         
           
- เวลาปรุงอาหาร ควรแยกเขียง/มีด ที่ใช้กับเนื้อสัตว์ปีก และเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ผูกผ้ากันเปื้อนด้วยก็ดี
         
           
- ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งที่ปรุงอาหาร
         
           
- อาหารจำพวกเป็ด ไก่ ไข่ ควรปรุงให้สุก
           

โรคไข้หวัดนก สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคในคนอย่างใกล้ชิด ในสถานการณ์ปัจจุบันประชาชนทั่วไปมีความเสี่ยงน้อยต่อการติดโรค การรับประทานไก่และไข่ที่ปรุงสุกไม่ทำให้ติดโรค อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนก ทางกระทรวงฯได้แนะนำแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

ผู้ประกอบอาหาร ทั้งเพื่อการจำหน่าย และแม่บ้านที่เตรียมอาหารในครัวเรือน ควรป้องกันดังนี้          
          
1. เลือกซื้อเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่จากแหล่งที่มีการรับรองมาตรฐาน หรือร้านค้าประจำ อย่าซื้อไก่ที่มีเนื้อสีคล้ำ มีจุดเลือดออก ส่วนไข่ไก่ ควรเลือกฟองที่ดูสดใหม่ ก่อนปรุงควรล้างให้สะอาด
         
          
2. หมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจับต้องเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ และเปลือกไข่ที่มีมูลสัตว์เปื้อน
         
          
3. แยกเขียงสำหรับหั่นเนื้อไก่ ไม่ใช้เขียงร่วมกับอาหารอื่นๆ

  ผู้ชำแหละไก่ มีความเสี่ยงจากการติดโรคจากสัตว์ ควรระวังขณะปฏิบัติงาน ดังนี้          
           
1. ไม่ซื้อไก่ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ซึม หงอย ขนฟู หน้าหงอนหรือเหนียงบวมคล้ำ มีน้ำมูก หรือขี้ไหลหรือไก่ที่ตายมาชำแหละขาย
         
           
2. ไม่ขังสัตว์ปีกจำพวกไก่ เป็ด ห่านฯลฯ ที่รอชำแหละไว้ในกรงใกล้ๆกัน อาจเกิดเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ๆที่เป็นอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์ได้
         
            
3. ทำความสะอาดกรงและอุปกรณ์สม่ำเสมอ ด้วยน้ำผงซักฟอกและนำไปผึ่งกลางแดดจัดๆ หรือราดด้วยน้ำย่าฆ่าเชื้อเดือนละ 1 – 2 ครั้ง
         
            
4. หากสัตว์ที่ชำแหละมีลักษณะผิดปกติ ต้องไม่นำไปจำหน่าย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาตรวจสอบทันที เพราะอาจเป็นโรคระบาด
         
            
5. ล้างบริเวณชำแหละสัตว์ให้สะอาดด้วยน้ำผงซักฟอก และราดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นการชำแหละไก่
         
            
6. ผู้ชำแหละไก่ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เช่น พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดปากจมูก ถุงมือ แว่นตา รองเท้าบู๊ท และต้องล้างมือบ่อยๆ
         
            
7. รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติงานเสร็จ ควรซักหรือล้างเสื้อผ้าชุดเดิม พลาสติกหรือผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดปากจมุก ถุงมือ แว่นตา ให้สะอาดและผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้อีกครั้ง
 

ผู้ขนย้ายสัตว์ปีก ควรระมัดระวังตนเองไม่ให้ติดโรคจากสัตว์ และป้องกันการนำเชื้อจากฟาร์มหนึ่งไปแพร่ยังฟาร์มอื่น รวมทั้ง          
            
1. งดซื้อสัตว์จากฟาร์มที่มีสัตว์ตายมากผิดปกติ          
            
2. เมื่อขนส่งสัตว์เสร็จในแต่ละวัน ต้องรีบล้างทำความสะอาดรถให้สะอาดด้วยน้ำผงซักฟอก สำหรับกรงขังสัตว์ควรราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
         
            
3.  ใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เช่น ผ้าปิดปากจมูก ถุงมือ รองเท้าบู๊ท และล้างมือบ่อยๆ
         
            
4. รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังปฏิบัติงานเสร็จ ส่วนเสื้อผ้าชุดเดิมและเครื่องป้องกันร่างกาย ควรนำไปซักหรือล้างให้สะอาด และผึ่งกลางแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้อีกครั้ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 75191
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(1)

  • ขอบคุณมากค่ะ  สำหรับความรู้รอบดึก  ตอนนี้ที่พิษณุโลกเริ่มระบาดอีกแล้วค่ะ    ในมหาวิทยาลัยเริ่มขับไล่นกกันใหญ่เลย