ข้อเสนอแนะในการปรับใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 ในร่างแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 10 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">สร้างระบบสุขภาพฐานความรู้ด้วยการจัดการความรู้</p> <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt"> การจัดระบบเพื่อให้เกิดการตรวจสอบ ติดตามประเมินผลนโยบาย </li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.1 มีระบบเหมืองข้อมูลรวม(Data mining) ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ทำให้สามารถวิเคราะห์และจัดระบบข้อมูลที่ให้ผู้บริหารสามารถเข้าไปดูได้ง่าย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.2 มีการกำหนด KPIs อย่างเหมาะสมเพื่อใช้วัดผลงานและติดตามงาน โดยมีตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่แสดงให้เห็นได้เป็นตัวเลข ชั่งตวงวัดได้ง่าย ที่ไม่มองแค่ผลผลิต(Outputs)เท่านั้น แต่ควรมองไปถึงผลลัพธ์(Outcomes) ผลกระทบ(Impacts)และผลลัพธ์บั้นปลาย(Ultimate outcomes)ได้ด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.3 ตัวชี้วัดเชิงปริมาณอย่างเดียวจะไม่เพียงพอที่จะวัดความสำเร็จของงาน ควรมีการกำหนดตัวชี้วัดเชิงคุณภาพไว้ด้วย เนื่องจากระบบสุขภาพหลายเรื่องไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ แต่สามารถเล่า บอก กล่าว เขียน พรรณนาออกมาให้เห็นภาพของความสำเร็จได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.4 การนิเทศติดตามงานเชิงบวก ไม่ควรต้องการแค่ตัวเลขเท่านั้น แต่ควรมีการค้นหาสิ่งดีๆ ความสำเร็จ นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ด้วยพร้อมทั้งมีเวทีที่จะเผยแพร่ชื่นชมผู้ที่สร้างผลงานเหล่านั้นด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.5 มีระบบเปรียบเทียบผลงาน (Benchmarking) กันอย่างสร้างสรรค์ ทำให้แต่ละพื้นที่มีข้อมูลที่สามารถเปรียบเทียบผลงานกันได้ จะทำให้ได้ Best practice หรือ Innovation ออกมา และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันจากBest practiceหรือ Innovation ที่เกิดในพื้นที่</p> <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt"> สร้างและสนับสนุนให้เกิดองค์การเรียนรู้และการประยุกต์ใช้แนวคิดการจัดการความรู้ในองค์กรสุขภาพต่างๆเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในทุกระดับ </li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.1 เข้าใจแนวคิด หลักการของKM โดยเน้นการจัดการความรู้ในตัวคน (Tacit knowledge) มากกว่าความรู้ในตำรา (Explicit knowledge) ไม่ใช่ไปเน้นแต่การถอดความรู้มาเก็บเป็นตำรา ใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่งผิดทิศผิดทางของการจัดการความรู้ที่ไปเน้น “เข้าเครื่อง” มากกว่า “เข้าคน” ผลทางสุขภาวะทางจิตวิญญาณและความสัมพันธ์ของคนจะไม่เกิดขึ้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.2 ใช้เครื่องมือและรูปแบบการจัดการความรู้ที่หลากหลาย ไม่ใช่เน้นแค่การจัดตั้งชุมชนแนวปฏิบัติเท่านั้น อาจใช้เพื่อนช่วยเพื่อน เรื่องเล่าเร้าพลัง สุนทรียสนทนา ทบทวนหลังปฏิบัติ สุนทรียสาธก สุนทรียทัศนา เป็นต้น หรือจะใช้หลายอย่างบูรณาการไปก็ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.3 ควรจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่ไปเน้นแค่เวทีแลกเปลี่ยนในอินเตอร์เน็ตเท่านั้น กลุ่มที่จะมาแลกเปลี่ยนก็ควรจะมาจากส่วนที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วยกันเอง เจ้าหน้าที่จากแต่ละกระทรวงหรือร่วมกับประชาชนกับชุมชนก็ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.4 มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ของการจัดการความรู้คืองานดีขึ้น คนดีขึ้น และวิธีปฏิบัติดีขึ้นหรือนวัตกรรมมากขึ้น</p> <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt"> สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา </li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal">3.1 ควรพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to research : R2R) เพราะจะทำให้ได้งานวิจัยที่สอดคล้องกับงานประจำ นำไปปรับปรุง พัฒนางานประจำที่ทำอยู่ได้</p> <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt"> พัฒนาระบบข้อมูลสาธารณสุขให้ทันสมัย เชื่อถือได้ เอื้อต่อการเข้าถึงและการนำไปใช้ประโยชน์ </li></ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.1 จัดทำคลังความรู้ด้านสุขภาพของชาติ (HealthKnowledgeAssetCenter) ที่เก็บคลังความรู้ที่สกัดมาจากความรู้ในตัวคนหรือความรู้ฝังลึกมากกว่า ไปเก็บเอาความรู้ในตำรามารวบรวมกันไว้อย่างเดียวโยไม่ได้ผ่านการปฏิบัติจริงในพื้นที่ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งความรู้ที่ไม่เหมาะกับบริบท ทำให้ไม่มีใครดึงเอาไปใช้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.2 มีกลไกการบริหารจัดการเพื่อให้มีการกระตุ้นให้นำเอาความรู้ในคลังความรู้ ไปใช้ พัฒนา ต่อยอด และมีการทบทวนความทันสมัยของความรู้อยู่เป็นระยะๆ เพราะความรู้ที่ดีต้องปรับได้เปลี่ยนได้ คือปรับให้เหมาะกับสถานการณ์และเปลี่ยนให้ทันกับความต้องการของลูกค้า</p> 4.3 คลังความรู้ ควรมีทั้งคลังความรู้ที่เป็นความรู้ในตำราเพื่อเก็บไว้ใช้อ้างอิง คลังความรู้ที่เป็นBest practice คลังความรู้ที่เป็นInnovation และคลังความรู้ที่เป็นเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ (Expert network)หรือจัดทำเป็นแผนที่ศักยภาพของมนุษย์ (Human Mapping) ทางด้านสุขภาพเพราะด้วยข้อจำกัดหลายด้าน อาจทำให้ไม่สามารถถอดความรู้ในตัวคนจากผู้รู้จริงได้ทั้งหมด การทำเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจะช่วยได้มาก โดย นายแพทย์พิเชฐ บัญญัตินายแพทย์ 8 ด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาก จังหวัดตาก
สร้างระบบสุขภาพฐานความรู้ด้วยการจัดการความรู้
4.3 คลังความรู้ ควรมีทั้งคลังความรู้ที่เป็นความรู้ในตำราเพื่อเก็บไว้ใช้อ้างอิง คลังความรู้ที่เป็นBest practice คลังความรู้ที่เป็นInnovation และคลังความรู้ที่เป็นเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ (Expert network)หรือจัดทำเป็นแผนที่ศักยภาพของมนุษย์ (Human Mapping)
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Dr. Phichet Banyati · 24 ม.ค. 2550
Panda · 24 ม.ค. 2550
พิชชา · 24 ม.ค. 2550
IBNUFUAD · 24 ม.ค. 2550
beeman 吴联乐 · 24 ม.ค. 2550
somtawin · 24 ม.ค. 2550