การทำวิจัยเป็นเรื่องที่ จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย เนื่องจากว่าตามความจริงแล้วในทุกๆ วันนี้เราก็ดำเนินชีวตอยู่บนพื้นฐานของการวิจัยอยู่แล้วแต่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระบบแค่นั้นเอง
การทำวิจัยเป็นเรื่องที่ จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย เนื่องจากว่าตามความจริงแล้วในทุกๆ วันนี้เราก็ดำเนินชีวตอยู่บนพื้นฐานของการวิจัยอยู่แล้วแต่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระบบแค่นั้นเอง การวิจัยเริ่มต้นด้วยปัญหาครับ เอาตัวอย่างง่ายๆ เลย อย่างหน้าหนาวนี้ไม่อยากลุกขึ้นมาตอนเช้าเล้ย(ไอ้นี่แหละ คือ ปัญหา) ยิ่งเป็นครูอยู่บนพื้นที่สูงนี่ยิ่งไปใหญ่เลย(นี่ก็ตัวแปรคุณลักษณะ ปรับอุณหภูมิตามใจชอบไม่ได้ต้องเป็นไปตามธรรมชาติครับ) ต้องมาคิดว่ามีภาระต้องตรวจแถวนักเรียนตอนเช้าทุ้กวันจะทำอย่างไรดี(เริ่มกระบวนการคิดหาทางแก้) เอ...ควรจะนอนให้เร็วขึ้น หรือว่าตั้งนาฬิกาปลุก อืม...หรือว่าจัดตารางเวลาให้เหมาะสม (พิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุด) อยากจะรู้ว่าวิธีใหนดีที่สุดต้องทดลองปฏิบัติดู เอ..ควรจะลองปฏิบัติสลับวิธีวันเว้นวันหรืออย่างละอาทิตย์ดี(พิจารณารูปบบการทดลอง) เอาล่ะลองวิธีละ 1 อาทิตย์ดีกว่าและจดบันทึกไว้จะได้ดูว่าวิธีใหนจะช่วยให้ตื่นได้เร็วขึ้น .... เวลาผ่านไป 3 อาทิตย์ ไวเหมือนโกหก เมื่อนำเอาทั้ง 3 วิธีมาเปรียบเทียบกัน ปรากฏว่าการจัดตารางเวลาให้เหมาะสมนอกจากจะช่วยให้ตื่นเช้ากว่าวิธีอื่นแล้วยังช่วยให้การทำงานมีระเบียบมากยิ่งงขึ้นด้วย อย่างนี้ต้องเอาไปบอกคนอื่นให้ทำตามบ้างดีกว่า แล้วดูว่าคนอื่นจะตื่นเร็วขึ้นรึเปล่า..... ตัวอย่างที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องเล่าของผมเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการนำการวิจัยมาใช้ในชีวิตประจำวัน หากต้องการทราบขั้นตอนที่ถูกต้องสามารถอ่านจากบทความที่มีอยู่ทั่วไปหรือที่ http://www.wijai48.com ครับผม
งานวิจัยจริงๆแล้วเป็นวิถีชีวิต งานวิจัยไม่ยากและไม่ใช่แค่นักวิชาการที่สามารถทำได้
สกว. สนับสนุนให้ชาวบ้านทำวิจัย ที่เรียกว่า "วิจัยเพื่อท้องถิ่น" เป็น KM อย่างหนึ่ง ที่สร้างพลังจากคนเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชน...พัฒนาสู่ความยั่งยืนครับ
ให้กำลังใจในการเขียนบันทึกนะครับ