มี ๒ วง เชื่อมต่อกัน
KM ไข้หวัดนก
KM เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนกน่าจะมี ๒ วง
· วงความรู้สากล
· วงความรู้ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น
และมีกลไกเชื่อม ๒ วงเข้าด้วยกน
ใน แผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดนก (พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๐) ที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. แล้วเมื่อวันที่ ๒๕ ม.ค. ๔๘ ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับ KM คือยุทธศาสตร์ที่ ๓ – ๖
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ สร้างและจัดการความรู้เรื่องไข้หวัดนก
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การสร้างเสริมศักยภาพขององค์กรและบุคลากร
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและธุรกิจ
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาระบบและกลไกการจัดการเชิงบูรณาการ
พิจารณาเนื้อในของยุทธศาสตร์ข้างต้น คำว่าการจัดการความรู้พุ่งไปที่ วงแรกเท่านั้น ไม่ได้คิดถึง KM วงชาวบ้าน หรือท้องถิ่นเลย
ผมมองว่ายุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหวัดนกต้องชัดเจนว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่เน้นปัญญา เน้นความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เน้นการใช้ปัญญาของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เน้นใช้เฉพาะปัญญาสากล มองชาวบ้านเป็นเพียงฝ่ายรับรู้และปฏิบัติตามความรู้ที่ภาครัฐ วิชาการ และต่างประเทศกำหนด ผมมองว่า จะต้องเพิ่มรายละเอียดเข้าไปในยุทธศาสตร์ที่ ๓ – ๖ ให้มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการบันทึก “ขุมความรู้” (Knowledge Assets) ที่มาจากชาวบ้าน หรือชุมชน ด้วย และจะต้องมี เจ้าภาพ (และทรัพยากร) สำหรับดำเนินการจัดการความรู้เพื่อป้องกันและควบคุมไข้หวัดนก ในระดับชุมชน หรือระดับชาวบ้าน ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑๓ มิ.ย. ๔๘
KM เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนกน่าจะมี ๒ วง
· วงความรู้สากล
· วงความรู้ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น
และมีกลไกเชื่อม ๒ วงเข้าด้วยกน
ใน แผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดนก (พ.ศ. ๒๕๔๘ – ๒๕๕๐) ที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. แล้วเมื่อวันที่ ๒๕ ม.ค. ๔๘ ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับ KM คือยุทธศาสตร์ที่ ๓ – ๖
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ สร้างและจัดการความรู้เรื่องไข้หวัดนก
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การสร้างเสริมศักยภาพขององค์กรและบุคลากร
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและธุรกิจ
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาระบบและกลไกการจัดการเชิงบูรณาการ
พิจารณาเนื้อในของยุทธศาสตร์ข้างต้น คำว่าการจัดการความรู้พุ่งไปที่ วงแรกเท่านั้น ไม่ได้คิดถึง KM วงชาวบ้าน หรือท้องถิ่นเลย
ผมมองว่ายุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหวัดนกต้องชัดเจนว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่เน้นปัญญา เน้นความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เน้นการใช้ปัญญาของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เน้นใช้เฉพาะปัญญาสากล มองชาวบ้านเป็นเพียงฝ่ายรับรู้และปฏิบัติตามความรู้ที่ภาครัฐ วิชาการ และต่างประเทศกำหนด ผมมองว่า จะต้องเพิ่มรายละเอียดเข้าไปในยุทธศาสตร์ที่ ๓ – ๖ ให้มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการบันทึก “ขุมความรู้” (Knowledge Assets) ที่มาจากชาวบ้าน หรือชุมชน ด้วย และจะต้องมี เจ้าภาพ (และทรัพยากร) สำหรับดำเนินการจัดการความรู้เพื่อป้องกันและควบคุมไข้หวัดนก ในระดับชุมชน หรือระดับชาวบ้าน ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑๓ มิ.ย. ๔๘
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ครับ มีหลายๆอย่างในทาง Medicine ที่เราไปอิงกับต่างชาติจนลืมดูสภาพความเป็นไทย ตัวอย่างเช่น เน้นรับแต่ technology มากกว่ากว่าการแปรผล และการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด... ผมว่าวิชาชีพเราน่าจะคิดแบบ ภูมิปัญญาชาวบ้านและเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ
หวัดนกในไทย...และหวัดนกในเวียดนาม และ Canada ทั้งสามที่คงใช้แนวทางและมาตรการแต่ละที่ไม่น่าเหมือนกันอยู่แล้ว.........ขอบคุณครับ