ลูกจำได้ไหมที่แม่เคยสงสัยว่า ในอดีตกลุ่มคนอินเดียที่ล่องเรือข้ามอ่าวเบงกอลมาทำการค้าและผลิตลูกปัดแถวชุมพรบ้านเรา… พวกเขาเดินทางมาจากไหนกันแน่?

วันนี้แม่ได้อ่านงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง แล้วก็เจอคำตอบ กลายเป็นว่าคนที่เข้ามาบุกเบิกและสร้างความรุ่งเรืองให้ “เขาสามแก้วโบราณ” ก็คือ “ชาวทมิฬนาดุ” (Tamil Nadu) หรือคนอินเดียใต้โบราณที่มีเอกลักษณ์ผิวเข้ม ตาคม และผมหยักศกสีดำสนิทนั่นเอง

นักโบราณคดีพบร่องรอยสำคัญที่พิสูจน์ว่า แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเมืองท่าโบราณที่ชื่อ “อริกะเมดู” (Arikamedu) ในดินแดนทมิฬ ประเทศอินเดีย โดยมีหลักฐานชิ้นสำคัญคือ:

  • เครื่องปั้นดินเผาผิวเงาลายริ้ว (Rouletted Pottery): โบราณวัตถุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวทมิฬ
  • ลูกปัดแก้วหลากสี: ซึ่งผลิตจากอริกะเมดู หรือไม่ก็ผลิตโดยช่างฝีมือชาวทมิฬที่หอบเสื่อหอบหมอนย้ายมาตั้งรกรากและสร้างโรงงานอยู่ที่ชุมพรบ้านเรานี่แหละลูก

พ่อค้านักเดินเรือชาวทมิฬโบราณเหล่านี้ ล่องเรือข้ามอ่าวเบงกอลพาสินค้าหรูหราอย่างแก้ว ปะการัง และไวน์จากจักรวรรดิโรมัน มาแลกเปลี่ยนกับ ทองคำ ดีบุก และทองแดง จากบ้านเราเพื่อส่งกลับไปขายต่อ

แม่ประทับใจมากกับที่ว่า ชาวทมิฬไม่ได้มาเพียงเพื่อค้าขายแล้วกลับ แต่พวกเขานำเทคโนโลยีชั้นสูงมาถ่ายทอดให้คนท้องถิ่นด้วย จนเกิดเป็นวัฒนธรรมลูกผสมที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น อย่างที่แม่เคยเล่าให้ฟังไงลูกว่า

  • ช่างฝีมือที่เขาสามแก้วและเขาเสก ใช้เทคโนโลยีหัวเจาะปลายเพชรในการเจาะรูลูกปัดหินคาร์เนเลียนและอาร์เกต ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำขั้นสูงมาก เทคโนโลยีนี้ส่งตรงมาจากอินเดียผ่านเครือข่ายการค้าของชาวทมิฬโดยตรง
  • มีการผลิตชามที่มีลวดลายเฉพาะตัว ชามสำริดดีบุกสูง (High-tin bronze bowls) ซึ่งฮิตมากในแถบทะเลจีนใต้ ซึ่งเทคนิคการผสมเนื้อโลหะแบบนี้เหมือนกับที่ใช้ในรัฐทมิฬนาดุเป๊ะๆ

แม่จะบอกให้ว่า สิ่งที่พวกเราค้นพบในตอนนี้ เป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวเองนะลูก นักวิจัยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่พบในเขาสามแก้วและเขาเสกเป็นแค่จิ๊กซอว์ไม่กี่ชิ้นจากภาพใหญ่ทั้งหมด น่าเสียดายที่ผ่านมานักโบราณคดีไม่ได้เข้าถึงที่ดินทั้งหมด บางจุดเป็นพื้นที่เกษตรกรรม บางจุดก็โดนลักลอบขุดทำลายไปก่อน

ยกตัวอย่างตอนที่เขาไปขุดค้น โรงงานตีเหล็กโบราณอายุ 2,300 ปี ที่เขาเสก พอขุดลึกลงไปใต้พื้นดินอีกแค่ 600 มิลลิเมตร (หรือประมาณสองฟุตกว่าๆ) เขากลับเจอเตาหลอมที่เก่าแก่ยิ่งกว่านั้นซ้อนอยู่ข้างใต้! นั่นหมายความว่า ยังมีความลับ สถาปัตยกรรมเมืองโบราณ และเมืองบริวารในแถบคอคอดกระที่ยังนอนนิ่งอยู่ใต้ผืนดิน รอวันให้เราไปค้นพบอีกมากมายแน่นอน

ทีนี้ พอแม่มาดูข่าวปัจจุบันที่กำลังมีการผลักดัน “โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง” ทั้งการสร้างทางรถไฟ ท่าเรือน้ำลึก และมอเตอร์เวย์เชื่อมสองฝั่งทะเล… ในฐานะแม่และคนไทยคนหนึ่ง แม่ยอมรับตรงๆ เลยว่าใจหายและกังวลมากเลยลูก

จริงอยู่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจมันสำคัญ แต่แม่แอบกังวลใจเมื่อคิดถึงสิ่งที่เราอาจจะต้องสูญเสียไปตลอดกาล อย่างที่แม่เล่าไปว่า ใต้ผืนดินลึกลงไปแค่ไม่กี่เซนติเมตรยังมีอารยธรรมโบราณซ่อนอยู่ การใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ขุดเจาะ ถล่มภูเขา และปรับหน้าดินเพื่อทำเมกะโปรเจกต์ อาจจะทำลายประวัติศาสตร์ที่เรายังไม่ทันได้ค้นพบ โดยที่เราไม่มีวันได้เรียนรู้ Unseen เหล่านั้นอีกเลย

แม่หวังว่า ก่อนที่โครงการแลนด์บริดจ์จะลงมือขุดเจาะกันอย่างจริงจัง อยากจะให้มีการศึกษาและ “กู้ภัยทางโบราณคดี” (Rescue Archaeology) อย่างละเอียดรอบคอบ ให้โอกาสนักโบราณคดีได้เข้าไปค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ก่อน เพราะถ้าพังพินาศไปแล้ว ต่อให้มีเงินหมื่นล้านแสนล้านบาท ก็ไม่สามารถสร้างอารยธรรมล้ำค่าอายุ 2,400 ปีกลับคืนมาได้อีกแล้วล่ะลูก

ฝากไว้ให้คิดกันนะจ๊ะ

อ้างอิง: Dokras, U. (2020). Ancient Tamil Economic Adventurers. Indo Nordic Author’s Collective.