ตอนที่แล้ว

ผมถาม ChatGPT เป็นลูกติดพันว่า “มหาวิทยาลัยไทยควรปรับตัวอย่างไร 7 ประการ เพื่อสอดคล้องกับ UNESCO Transforming Higher Education”   ได้รับคำตอบที่น่าสนใจมาก ดังนี้

 

ChatGPT

ข้อเสนอของ UNESCO ในกรอบ Transforming Higher Education 2026 สะท้อนว่า มหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 ต้องเปลี่ยนบทบาทจากสถาบันถ่ายทอดความรู้ ไปเป็น สถาบันสร้างการเปลี่ยนแปลงของสังคม ดังนั้น หากพิจารณาในบริบทประเทศไทย มหาวิทยาลัยควรปรับตัวอย่างน้อย 7 ประการสำคัญ ดังนี้

 

1. เปลี่ยนพันธกิจจาก “ผลิตบัณฑิต” เป็น “พัฒนาสังคม”

มหาวิทยาลัยต้องมองตนเองเป็น สถาบันสาธารณะเพื่อประโยชน์ของสังคม (public good institution)
ไม่เพียงสอนและวิจัย แต่ต้องมีบทบาทในการแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น

  • ความเหลื่อมล้ำ
  • การพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
  • ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยจึงควรเป็น anchor institution ของภูมิภาค

 

2. เปลี่ยนการเรียนการสอนสู่ Transformative Learning

การเรียนรู้ควรเปลี่ยนจากการบรรยายเป็นหลัก ไปสู่

  • problem-based learning
  • experiential learning
  • service learning
  1. interdisciplinary learning

แนวคิดนี้สอดคล้องกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของ David A. Kolb ซึ่งทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมความรู้กับโลกจริง

 

3. เปลี่ยนระบบวิจัยจาก “publish for ranking” เป็น “knowledge for society”

มหาวิทยาลัยไทยจำนวนมากเน้นการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ แต่แนวโน้มโลกเน้น

  • translational research
  • policy research
  • social innovation research

ความรู้ต้องสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาของประเทศและชุมชนได้

4. เสริมสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอุดมศึกษา

การเปลี่ยนแปลงอุดมศึกษาต้องให้ความสำคัญกับ equity และ inclusion

มหาวิทยาลัยควรขยายโอกาสให้กับ

  • นักศึกษาจากครอบครัวยากจน
  • คนในพื้นที่ชนบท
  • ผู้ใหญ่ที่ต้องการเรียนรู้ใหม่

รวมทั้งพัฒนาระบบ lifelong learning

 

5. พัฒนาทักษะสำหรับเศรษฐกิจและสังคมใหม่

โลกกำลังเข้าสู่ยุค

  • AI
  • digital economy
  • green economy

มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น

  • systems thinking
  • creativity
  • collaboration
  • ethical leadership
  •  

6. สร้างระบบกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นและอิงข้อมูล

มหาวิทยาลัยควรพัฒนา

  • data-driven governance
  • policy experimentation
  1. adaptive management

การตัดสินใจควรใช้ข้อมูลจริงและมีระบบเรียนรู้จากผลลัพธ์ของนโยบาย

 

7. ปกป้องเสรีภาพทางวิชาการและสร้างวัฒนธรรมวิชาการ

ความรู้ใหม่เกิดขึ้นได้เมื่อมี

  • academic freedom
  • open inquiry
  • critical thinking

มหาวิทยาลัยต้องเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถตั้งคำถามต่อความรู้เดิม และสร้างความรู้ใหม่ได้อย่างอิสระและรับผิดชอบ

 

ข้อสรุป

หากสรุปอย่างสั้นที่สุด แนวคิดของ UNESCO ชี้ว่า มหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 ต้องเปลี่ยนจาก  Teaching University → Transformative University   คือ  สอน +  สร้างความรู้  +  เชื่อมโยงสังคม  +  ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

สำหรับประเทศไทย การปรับตัวทั้ง 7 ประการนี้จะช่วยให้มหาวิทยาลัยเป็นพลังสำคัญในการนำประเทศไปสู่

  • เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
  • สังคมที่เท่าเทียม
  • พลเมืองที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม

 

เป็นคำแนะนำเพื่อการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย ๗ ประการที่น่าสนใจมาก

วิจารณ์ พานิช

๑๕ มี.ค. ๖๙