หนึ่ง
ซวดเซ ซูบโซ โกโรโกโรค
คงยืนคงโยกสะโพกผาย
ผายเพียงโครงผ่ายผอม! ยอมตาย!
หยียดยั่วเหยียดย้าย ส่ายซากส่ายซ้ำ
กร้าวกระไรเลย กะเทยเฒ่า
แกร่งกระไรเล่า กายเก่าคร่ำ
กับชุดสาวชาวเกาะ โอ้, เคราะห์กรรม
กลับซุกหัวลงต่ำ ซ่อนน้ำตา
สอง
เชิญทุกท่านด้านใน-รถไต่ถัง
ข้าชมแล้วผิดหวัง กระทั่งว่า-
ไม่ผาดโผนผิดแผกแหวกลีลา
คืนเงิน! เกินราคา! ท้าเดิมพัน
ลังเล ก็ล้อลม ชมโชว์ก่อน
รีรอ ก็เซาะซอนขาอ่อนนั่น
ถึงเนื้อถึงไหน เท่าไหร่เท่ากัน
เอ้า, อีหนูกระแทกกระทั้นสนั่นเวมร…
โฆษกคนเศร้า เฝ้าเค้นเสียง
คาดคั้นผู้คนเพียงเดินเลี่ยงหนี
เด็กเหลือขอก่อกวนยิ้มยวนยี,
ยิ้มยิงฟันครึ่งซี่ขี้มูกกรัง
ดึกดื่นทุกขณะ จะเหลือใคร-
รอมอเตอร์ไซค์แล่นไต่ถัง
3บิดคันเร่งแรงร้อน เพื่อผ่อนรั้ง
อุ่นเครื่องอีกครั้ง ยังมืดมน
สาม
รอหม่นมืด-มหกรรมประจำเมือง
เรืองไฟระฟ้ามาแต่ต้น
ลมแห่งท้องทะเลเมษายน
ท้นทะเลมนุษย์-คืนสุดท้าย
ทะลักไหลไปไหนในสายลม
ลบเจ้าเลือนจางกลางฝุ่นทราย-
คละคลุ้งมุ่งหมายแห่งปลายเท้า
ครึกครื้นตื่นเต้น-เครื่องเล่นประหลาด
ยานอวกาศใหม่หมาด ริมหาดเก่า,
เหมือนเสียงร้องสัตว์ร้าย คล้ายหวีดเร้า
เหวี่ยงเร็วขึ้น พลิกแรงเข้า กระเช้านรก
ลานรถปะทะ ช่างสะสา,
ลานเต้นรำ-ดำกฤษณามาไหม้หมก,
ค่ำกลบคำรำพันอันเพ้อพก
คืนกลืนเสียงโฆษกซึ่งตกยุค
สี่
คืนสุดท้าย-ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย
เหยียดยั่วเหยียดย้ายชายชอบสนุก
ทุกข์ก็จะแท้แก่เพลิงทุกข์
ล้มก็จะลุกหัวซุกหัวซุน
สาวชาวเกาะ-ช่วงก้าวสาวชาวเกาะ
พร้อมเหือดกรังแห่งเกราะเพราะลมกรุ่น
กลับทานกลับทนเกินต้นทุน
ตอบแทนการอุดหนุนของฝุ่นและเงา
หลังหมอกน้ำตา, หน้าเวที
ว่างเปล่าเหมือนเดือนปีที่เปลืองเปล่า
กลายสู่พายุแล้วลมแผ่วเบา
กระทั้นกะเทยเฒ่า โถมเข้ามา
รถไต่ถัง-หัวใจไต่เส้นลวด
หมิ่นเหม่ ร้าวรวด ปวดปร่า
ดับเครื่องรถ-หัวใจไม่นานช้า
พร้อมดนตรีผีบ้าจะลาลาน
ห้า
ฤดูร้อน, ดึกรอมรสุม
หนุ่มสาวสู่หนไหน ไม่กลับบ้าน
มหกรรมมืดมิด-ปิดงาน
ร้านรวงรางรางจะร้างรอย
โต๊ะขายบัตร กระทั่งโครงถังเก่า
เก็บก่อนเวทีเปล่าอยู่เศร้าสร้อย
ยังย้อนคืน-เด็กเหลือขอชูคอคอย
ค่อยเหยียดยิ้มน้อยน้อยค่อยก่อกวน
ประกาย ปรัชญา
ไรเตอร์ สิงหาคม 2540