ปัญหาความไม่สงบในชายแดนใต้ดำเนินมายาวนานหลายสิบปี รัฐไทยเคยพยายามแก้ด้วยการสร้างธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ผลประโยชน์อาจยังไม่จูงใจพอที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้จริง

ตัวเลข 70% ในชื่อบทความเป็นการประเมินส่วนตัวจากการวิเคราะห์เชิง incentive structure ไม่ใช่สถิติจริง ผมจะอธิบายว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น

สิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไม่ได้มาจากในประเทศ มันมาจากตะวันออกกลาง

ถ้าอิหร่านสยบแล้ว โลกจะเปลี่ยนอย่างไร

อิหร่านคือแหล่งเงินทุนและอุดมการณ์หลักของกลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่มทั่วโลก เมื่ออิหร่านถูกตัดกำลัง เงินหยุดไหล อาวุธหยุดส่ง อุดมการณ์ขาดแรงหนุน แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

ซาอุดีอาระเบีย ทำไมซาอุในยุคนี้จึงไม่เน้นก่อการร้าย ไม่เน้นทำสงครามปลดปล่อยใคร คำตอบคือ Vision 2030 ซาอุกำลังทุ่มทุกอย่างเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่น้ำมัน ท่องเที่ยว บันเทิง เทคโนโลยี การเงิน เมื่อคุณกำลังสร้างอนาคต ความวุ่นวายคือศัตรู

UAE เดินหน้าไปไกลกว่านั้น ดูไบคือศูนย์กลางการเงิน การค้า และ startup ของภูมิภาค มีบริษัทเทคโนโลยีหลายร้อยแห่ง มีระบบ logistics ที่เชื่อมโลก และยังเป็นสะพานที่มุสลิมทั่วโลกไว้วางใจ

อิสราเอลมีนวัตกรรม startup เกษตรกรรมในทะเลทราย เทคโนโลยีน้ำ และ cybersecurity ที่โลกต้องการ

สามเหลี่ยมนี้กำลังจะจับมือกัน ไม่ใช่เพราะรักกัน แต่เพราะผลประโยชน์ชี้ทางเดียวกัน มันคือ new s-curve ของตะวันออกกลาง

ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการความสุขสบาย คนที่ยึดอุดมการณ์แบบไม่แคร์ชีวิตตัวเองมีอยู่ แต่เป็นคนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ต้องกินต้องใช้ ต้องหาเงินเลี้ยงลูกเมีย

มีกลยุทธ์หนึ่งในสามสิบหกกลยุทธ์จีน เรียกว่า ถอนฟืนใต้กระทะ ไม่ต้องดับไฟโดยตรง แค่ดึงเชื้อเพลิงออกก็พอ

สมมติว่าตอนนี้รับเงินเดือนละ 100,000 บาทแต่เสี่ยงชีวิต ถ้ามีงานใน new s-curve ที่ได้ 80,000 บาท ปลอดภัยกว่า และมีอนาคต ตัวเลือกที่สองน่าสนใจกว่ามาก ประเทศที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายก็มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนทิศ เมื่อการเข้าร่วม new s-curve คุ้มกว่าการรักษาความวุ่นวาย พวกฮาร์ดคอร์จริงๆ มีอยู่ไม่กี่คน เมื่อเงินสนับสนุนหาย ลูกน้องมีทางเลือกที่ดีกว่า ความสามารถในการก่อการก็ลดลงเอง

ทั้งหมดนี้ยังเป็นอนาคต แต่ถ้ามันเกิดขึ้น ไทยไม่ควรรอดูอยู่เฉยๆ

ในระยะสั้น ลองทำโครงการอบรมเกี่ยวกับ new s-curve การสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ และการขายของออนไลน์ ให้กับคนในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยใช้คนในชุมชนที่มีความรู้เป็นครูสอนมีเบี้ยเลี้ยงให้คนบรรยาย 3,000 บาท ทีมงานคนละ 500 บาท มีอาหารเลี้ยง มีค่าเดินทาง 100 บาท ใครสมัครก่อนได้ก่อน สอบผ่านได้ใบประกาศพร้อมเงินรางวัล 300 บาท

ใครมีโครงการธุรกิจหรือสตาร์ทอัพทีน่าสนใจ เขียนมาขอทุนสนับสนุนได้ รวมถึงมีการปล่อยสินเชื่อให้ด้วย

“ต้นทุนต่ำ ใช้เงินไม่มาก” แต่ส่งสัญญาณว่ามีทางเลือกอื่นที่อาจจะดีกว่า

วันใดที่ new s-curve ของตะวันออกกลางเกิดขึ้นจริง ไทยอาจทำดีลส่งแรงงานจากสามจังหวัดชายแดนใต้ไปทำงานในภูมิภาคนั้นได้โดยตรง

ปัญหาชายแดนใต้อาจคลี่คลายได้ในอีกไม่นาน “ชนะโดยไม่ต้องรบ” เพราะว่า incentive structure ของโลกกำลังเปลี่ยนครับ