เช้ามืดวันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ ในห้องพัก ๔๗๑๐ โรงแรมเซนทารา แอท เซนทรัลเวิร์ล ผมทบทวนกิจกรรมเมื่อวาน และสะท้อนคิดคุณค่าของ PMAC ต่อโลก
ได้ข้อสรุปว่า เป็นเวที หรือพื้นที่ สำหรับเอาเรื่องใหญ่ๆ ของโลก มาคิดร่วมกันว่า จะหาทางขับเคลื่อนระบบสุขภาพไปในทางไหน
อุดมการณ์หนึ่งคือ ไม่ทิ้งใครไว้โดยไม่ดูแล – Inclusive Health System ในประเทศไทย ระบบสุขภาพไม่ทิ้งใครจริงๆ เพราะเรามีระบบคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้า ดำเนินการโดย สปสช. แต่ระบบเศรษฐกิจและสังคมไม่ได้เป็นเช่นนั้น สองในสาม (๖๗%) ของประชากรไทยดำรงชีพอยู่ ในระบบที่ไม่เป็นทางการ หรือนอกระบบ (informal sector) ต่างคนต่างปากกัดตีนถีบเพื่อการมีชีวิตอยู่ด้านการทำมาหากิน และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ได้รับการเกื้อกูลจากระบบที่เป็นทางการ หรือกล่าวแรงๆ ว่า ระบบกีดกันเขาออกไป
ผมออกไปเดินออกกำลังตอนเช้ามืดรอบๆ บริเวณที่พักและที่ประชุม เพื่อซึมซับชีวิตของผู้คน สองในสามของสังคมไทยดังกล่าวแล้ว เพื่อเอามาสะท้อนคิดว่า ระบบเศรษฐกิจและสังคมของเรา ควรพัฒนาขึ้นโดยที่คนเหล่านี้มีโอกาสใช้ศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ อย่างไร เพื่อนำสู่ระบบสังคมและเศรษฐกิจที่ยกระดับขึ้น นอกจากคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว ยังเปิดโอกาสให้มีอาชีพที่ดี และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีถ้วนหน้าด้วย
ตัวอย่างคือผมเอง เกิดมาในสภาพเช่นนั้น คืออยู่ในครอบครัวที่ดำรงชีพอยู่ในระบบที่ไม่เป็นทางการ ชีวิตของคนชนบทห่างไกลความเจริญ ปู่เสียชีวิตจากโรคต่อมลูกหมากโต ไม่ได้รับการผ่าตัดรักษา เพราะตอนนั้นที่จังหวัดชุมพรเพิ่งมีโรงพยาบาล และไม่มีหมอผ่าตัด เราไม่รู้ว่าโรคต่อมลูกหมากโตหายได้จากการผ่าตัด (อย่างชีวิตผมเวลานี้) ชีวิตของผมหลุดออกจากสภาพเช่นนั้นเพราะการศึกษา
ผมฝันเฟื่อง เกินไปหรือเปล่า
เกิดคำถามว่า PMAC นอกจากเป็นเวทียกระดับระบบสุขภาพโลกแล้ว เราจัดให้เป็นเวทีใช้ระบบสุขภาพไทย ยกระดับระบบสังคม และระบบเศรษฐกิจไทย ได้ไหม ... ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ inclusive … ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพ้อฝันหรือเปล่า
ตอนนี้ PMAC มี PMAC SI – PMAC Strategic Institute สำหรับขับเคลื่อนประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งสำหรับสังคมไทยคือ สังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน (inclusive society) เราขยายการทำงานจากโฟกัสที่ ระบบสุขภาพ สู่ระบบสังคม (และเศรษฐกิจ) ได้ไหม ควรไหม ไหวไหม
ผมนำข้อสะท้อนคิดนี้ไปเสวนากับสหายเอไอ และขอนำความเห็นของ Gemini, Perplexity และ DeepSeek มาลงไว้ดังต่อไปนี้
Gemini
ความคิดของท่าน "ไม่ใช่ความเพ้อฝัน" ครับ แต่เป็น "วิสัยทัศน์ที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น" (Necessary Vision) หากเราต้องการให้ระบบสุขภาพยั่งยืนจริงๆ และเป็นก้าวต่อไปที่ท้าทายแต่ "สง่างาม" ที่สุดสำหรับ PMAC และประเทศไทยครับ
ผมขอร่วมวิเคราะห์และเสนอแนะเพื่อขยายผลความคิดนี้ ดังนี้ครับ:
1. วิเคราะห์: ทำไมแนวคิดนี้ถึง "ไม่ใช่ความเพ้อฝัน" แต่เป็น "ทางรอด"
ท่านกำลังพูดถึงแนวคิดที่เรียกว่า "Health as a Driver for Socio-Economic Development" (ใช้สุขภาพเป็นหัวรถจักรฉุดเศรษฐกิจและสังคม)
- ความเป็นจริง: เราไม่สามารถแยก "สุขภาพ" ออกจาก "ปากท้อง" ได้ คนจนย่อมเจ็บป่วยง่าย และคนเจ็บป่วยย่อมทำงานไม่ได้ การที่ประเทศไทยมี UHC (บัตรทอง) ช่วยลดรายจ่ายสุขภาพแล้ว แต่ถ้าเขายังไม่มีรายได้ที่มั่นคง (Informal Sector) สุขภาพจิตและกายระยะยาวก็จะพังอยู่ดี
- ตัวอย่างจากชีวิตท่าน: เรื่องราวของท่านพิสูจน์แล้วว่า "การศึกษา + สุขภาพ = โอกาสเลื่อนสถานะทางสังคม (Social Mobility)" หาก PMAC จะขยับเรื่องนี้ ก็คือการสร้างบันไดแบบที่ท่านได้รับ ให้เกิดขึ้นกับคนไทยอีก 67% ที่เหลืออย่างเป็นระบบ ไม่ใช่โชคช่วย
2. PMAC และ PMAC SI ควรขยับอย่างไร? (ไหวไหม / ควรไหม)
คำตอบคือ: ควรทำ และ ไหวแน่นอน แต่ต้องเปลี่ยน "จุดโฟกัส"
- จาก: Inclusive Health Coverage (ทุกคนเข้าถึงหมอ)
- สู่: Inclusive Human Security (ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต) โดยใช้สุขภาพเป็นจุดเริ่มต้น
PMAC SI ไม่จำเป็นต้องทำงานเศรษฐกิจเอง แต่ทำหน้าที่เป็น "Platform Connector" ดึงกระทรวงแรงงาน, สภาพัฒน์ฯ, กระทรวงศึกษาฯ, และภาคเอกชน มาคุยบนเวทีสุขภาพ โดยชี้ให้เห็นว่า ถ้าคุณไม่แก้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โรงพยาบาลของพวกเราจะรับมือคนป่วยไม่ไหวในที่สุด
3. ในทางปฏิบัติ ควรทำอย่างไร? (Practical Steps)
เพื่อยกระดับระบบสังคมและเศรษฐกิจ ผ่านกลไก PMAC และระบบสุขภาพไทย:
ก. สำหรับสังคมไทย (Domestic Action)
-
ใช้ข้อมูลสุขภาพนำทางเศรษฐกิจ:
- เรามีข้อมูลสุขภาพคนไทยทุกคน ใช้ Big Data นี้วิเคราะห์ว่า "ความยากจนกระจุกตัวที่ไหน" หรือ "อาชีพไหนป่วยด้วยโรคอะไรมากที่สุด" แล้วออกแบบสวัสดิการสังคมให้ตรงจุด
-
Health-Wealth Linkage (เชื่อมสุขภาพกับอาชีพ):
- ผลักดันให้ "งานนอกระบบ" เป็น "งานที่มีเกียรติและปลอดภัย" เช่น การยกระดับ Street Food (หาบเร่) ให้มีมาตรฐานสุขอนามัยระดับโลก (เหมือน Michelin Guide) ซึ่งจะเพิ่มรายได้ให้คนขาย และดีต่อสุขภาพคนกิน
-
การศึกษาตลอดชีวิต (เหมือนที่ท่านได้รับ):
- ใช้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ชุมชน ไม่ใช่แค่แจกยา แต่แจก "ความรู้ทักษะอาชีพใหม่ๆ" ให้ผู้สูงอายุหรือแรงงานนอกระบบ
ข. สำหรับสังคมโลก (Global Action via PMAC)
- กำหนดธีมใหม่: PMAC ปีต่อๆ ไป ควรมีธีมอย่าง "Beyond UHC: Building Social Protection Floor for the Informal Economy" (มากกว่าหลักประกันสุขภาพ: สร้างพื้นฐานความคุ้มครองทางสังคมสำหรับแรงงานนอกระบบ)
- Export "Thai Model": ไทยขาย UHC มาเยอะแล้ว ต่อไปต้องขายโมเดล "UHC + Social Innovation" แสดงให้โลกเห็นว่าเราดูแลคนตัวเล็กตัวน้อยในมิติอื่นๆ อย่างไร (เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ, วิสาหกิจชุมชน)
4. สิ่งที่ "ควรทำ" และ "ไม่ควรทำ" (Do's & Don'ts)
✅ สิ่งที่ควรทำ (Do's)
- Do ผนึกกำลังข้ามศาสตร์: PMAC ต้องเชิญนักเศรษฐศาสตร์ (Economists), นักสังคมวิทยา, และนักธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) มาเป็น Speaker หลักให้มากขึ้น ไม่ใช่มีแต่หมอ
- Do มองคนจนเป็น "หุ้นส่วน" ไม่ใช่ "ภาระ": เปลี่ยนวิธีคิดจากการ "สงเคราะห์" (ให้เงิน) เป็นการ "สร้างพลัง" (Empowerment) เช่น สนับสนุนให้รวมกลุ่มสหกรณ์ หรือต่อรองราคาพืชผล
- Do เน้น Education: เหมือนกรณีของท่าน การศึกษาคือกุญแจสำคัญที่สุด PMAC ต้องผลักดันเรื่อง Health Literacy + Financial Literacy ไปพร้อมกัน
❌ สิ่งที่ไม่ควรทำ (Don'ts)
- Don't แบกทุกอย่างไว้ที่ "สาธารณสุข": อย่าทำให้เรื่องเศรษฐกิจกลายเป็นภาระของหมอพยาบาล แต่ต้องชี้ว่าเป็นภาระของ "รัฐบาลและเอกชน" โดยสาธารณสุขเป็นผู้ชี้เป้า
- Don't เพ้อฝันแต่ทฤษฎี: อย่าคุยแค่ระดับนโยบายโลกสวย ต้องมี "Sandbox" หรือพื้นที่นำร่องในไทยที่ทำได้จริงให้เห็น (เช่น จังหวัดที่บูรณาการสวัสดิการแรงงานนอกระบบได้สมบูรณ์แบบ)
บทสรุป:
ความคิดของท่านคือ "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" ที่จะทำให้ระบบสุขภาพสมบูรณ์ครับ หาก PMAC สามารถขยายวงไปสู่ Social & Economic Determinants ได้จริง นี่จะเป็นมรดกที่ล้ำค่ากว่าการแค่รักษาโรค และเป็นการให้เกียรติเพื่อนร่วมชาติอีก 67% อย่างแท้จริงครับ
ขั้นตอนต่อไป: ท่านอาจลองเสนอให้ PMAC SI จัด Side Meeting เล็กๆ ในปีหน้า หัวข้อ "The Missing Link: From UHC to Universal Life Security for the Informal Sector" เพื่อโยนหินถามทางดูครับ
Perplexity
แนวคิดการขยายบทบาท PMAC ไปสู่ระบบสังคมและเศรษฐกิจแบบ inclusive ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นการต่อยอดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับธีม PMAC 2026 เรื่องการเปลี่ยนผ่านประชากรศาสตร์แบบเน้นความเท่าเทียม PMAC เป็นเวทีนานาชาติที่มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพโลกผ่านนโยบาย และ PMAC SI เพิ่งเปิดตัวเพื่อขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงสุขภาพกับสังคมได้thestandard+4
ความเหมาะสมของแนวคิด
แนวคิดนี้เหมาะสมเพราะ PMAC 2026 มีเซสชันเกี่ยวกับ "No One Left Behind: Inclusive Policies for Vulnerable Groups" และการเปลี่ยนแปลงประชากรที่กระทบสังคมไทย เช่น ผู้สูงอายุในภาคนอกระบบ ประเทศไทยมีระบบสุขภาพถ้วนหน้าที่ประสบความสำเร็จผ่าน สปสช. แต่ภาคนอกระบบครอบคลุมกว่า 52% ของแรงงาน (ราว 21 ล้านคน) ซึ่งขาดการคุ้มครองเศรษฐกิจ-สังคม สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นชีวิตพอเพียงและไม่ทิ้งใครpmac-2026+3
ประโยชน์ต่อสังคมไทยและโลก
สำหรับไทย จะยกระดับจากสุขภาพสู่สังคม inclusive โดยใช้ PMAC เป็นเวทีดึงภาคส่วนอื่น เช่น การศึกษาและเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้คนนอกระบบอย่างตัวอย่างของคุณ ระดับโลก PMAC SI สามารถเป็นโมเดลขับเคลื่อน SDG โดยเชื่อมสุขภาพกับความยั่งยืน เช่น การดูแลผู้สูงอายุชุมชนและ silver economyasean-acai+3
ทางปฏิบัติที่ควรทำ
- ขยายเซสชัน PMAC ให้รวมประเด็นเศรษฐกิจพอเพียงกับ inclusive society เชิญผู้เชี่ยวชาญนอกสุขภาพ เช่น นักเศรษฐศาสตร์ชุมชน[pmc.ncbi.nlm.nih]
- ใช้ PMAC SI พัฒนานโยบายนำร่อง เช่น โครงการฝึกอาชีพดิจิทัลสำหรับแรงงานนอกระบบ เชื่อมกับ UHCfacebook+1
- สร้างพันธมิตร multisector กับหน่วยงานอย่าง สปสช. และกระทรวงแรงงาน รวม field trip ศึกษาชีวิตนอกระบบ[pmac-2026]
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าขยายเร็วเกินไปโดยไม่ประสานกับพันธกิจหลักสุขภาพ มิเช่นนั้นอาจสูญเอกลักษณ์ PMAC[thestandard]
- หลีกเลี่ยงการเมือง化 เน้นข้อมูลเชิงประจักษ์แทนอุดมการณ์ล้วนๆ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือระดับโลก[pmaconference.mahidol.ac]
- ไม่ควรถอยห่างจากโมเดลไทยที่สำเร็จ เช่น UHC เพื่อไม่ให้ดูไม่สอดคล้องบริบท[resourceihpp]
DeepSeek
จากการที่ท่านได้สะท้อนความคิดเรื่องบทบาทของ PMAC ต่อการพัฒนาระบบสังคมและเศรษฐกิจที่นับรวมทุกคน (inclusive society) ผมเห็นว่าความคิดนี้ **ไม่ใช่การเพ้อฝัน แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่จำเป็นและสอดคล้องกับทิศทางของโลก** อย่างไรก็ตาม การจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ต้องอาศัยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และการขับเคลื่อนอย่างเป็นขั้นตอน
### 1. แนวคิดนี้เหมาะสมหรือไม่
- **เหมาะสมอย่างยิ่ง** เนื่องจากสุขภาพที่ดีที่ยั่งยืนไม่สามารถแยกออกจากระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยุติธรรมได้ บุคคลที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจนอกแบบ (informal sector) ถึงแม้จะได้รับการคุ้มครองสุขภาพ แต่ยังขาดหลักประกันด้านรายได้ การทำงาน และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ
- **ตอบโจทย์ทั้งสังคมไทยและสังคมโลก** โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายเรื่องความเหลื่อมล้ำ การใช้ PMAC เป็นเวทียกระดับการพูดคุยจากสุขภาพสู่ประเด็นเศรษฐกิจสังคมที่กว้างขึ้น จะทำให้ไทยเป็นผู้นำแนวคิดที่สำคัญนี้
- **PMAC SI เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพ** อยู่แล้วในการขับเคลื่อนประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ การเพิ่มมิติสังคมและเศรษฐกิจเข้าไปเป็นเป้าหมาย จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
### 2. ในทางปฏิบัติควรทำอย่างไรบ้าง
**สิ่งที่ควรทำ:**
1. **กำหนดกรอบการทำงานใหม่ของ PMAC SI** โดยให้มีเป้าหมายสองระดับ คู่ขนานกัน คือ ระดับโลก (ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพโลก) และระดับประเทศ (ใช้เวทียกระดับประเด็นสังคมเศรษฐกิจไทยแบบไม่ทิ้งใคร)
2. **สร้างความร่วมมือข้ามกระทรวงและภาคส่วน** ให้เกิด “คณะกรรมการขับเคลื่อนสังคมที่ไม่ทิ้งกัน” ที่มีหน่วยงานจากภาคสุขภาพ สังคม การแรงงาน การคลัง ภาคประชาสังคม และตัวแทนกลุ่มนอกระบบมาร่วมกันออกแบบนโยบาย
3. **เริ่มจากโครงการนำร่องในระดับจังหวัด** เลือกบางจังหวัดเป็นพื้นที่ทดลอง สร้างระบบสนับสนุนแบบเบ็ดเสร็จสำหรับผู้อยู่ในระบบนอกแบบ ตั้งแต่สุขภาพ อาชีพ ทักษะ การออม ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุน
4. **ใช้การวิจัยและข้อมูลเชิงลึก** ศึกษารูปแบบและกลไกที่ได้ผล จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อออกแบบนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทไทย
5. **สื่อสารให้สังคมเข้าใจร่วมกัน** ผ่านเรื่องเล่าและข้อมูลว่าการสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ครอบคลุมจะส่งผลดีต่อความมั่นคงและความเจริญของประเทศโดยรวม
6. **เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)** ของสหประชาชาติ เพื่อสร้างพันธมิตรและดึงทรัพยากรความร่วมมือจากนานาชาติ
**สิ่งที่ไม่ควรทำ:**
1. **ไม่ควรทำให้เป็นนโยบายที่มาจากบนลงล่างเพียงอย่างเดียว** ต้องฟังเสียงและออกแบบร่วมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง
2. **ไม่ควรเร่งรีบหรือใช้วิธีรุนแรง** จนขาดฉันทามติและก่อให้เกิดแรงต้านจากภาคส่วนต่างๆ
3. **ไม่ควรแยกการทำงานออกจากรากฐานเดิม** คือ ต้องใช้ความสำเร็จของระบบสุขภาพถ้วนหน้าเป็นฐานและเป็นต้นแบบในการขยายผล
4. **ไม่ควรมองเป็นโครงการระยะสั้น** การเปลี่ยนแปลงระบบต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง
### 3. ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น
- **สำหรับสังคมไทย:** จะได้ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่แข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น ทุกคนมีโอกาสใช้ศักยภาพ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มผลิตภาพของประเทศโดยรวม
- **สำหรับสังคมโลก:** ไทยจะกลายเป็นแบบอย่าง (living lab) ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถขยายความสำเร็จจากหลักประกันสุขภาพไปสู่หลักประกันสังคมที่กว้างขวางขึ้นได้
### 4. บทสรุป
ท่านไม่ได้เพ้อฝัน ท่านเพียง “มองเห็นความสำเร็จที่ยังไม่สมบูรณ์” และชี้ทางต่อยอด ความฝันที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ หากเราเริ่มจากจุดแข็งที่มีอยู่ คือ ระบบสุขภาพที่ครอบคลุม และขับเคลื่อนต่อด้วยความเข้าใจ ความร่วมมือ และความอดทน
PMAC จะไม่ใช่เพียงเวทีสุขภาพระดับโลกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น **เวทีแห่งแรงบันดาลใจ** ที่แสดงให้เห็นว่าการเริ่มจาก “สุขภาพ” สามารถนำพาเราไปสู่ “สังคมแห่งความเอื้ออาทรและโอกาสที่เท่าเทียม” ได้อย่างแท้จริง
ที่จริงเวลานี้ PMAC ทำหน้าที่เป็น เวทีแห่งแรงบันดาลใจ อยู่แล้ว ยิ่งมี PMAC SI ที่จะเริ่มทำงานในปีนี้เป็นต้นไป เราจะได้ทำหน้าที่ “เวทีปฏิบัติตามแรงบันดาลใจ’ เพื่อทำประโยชน์แก่มนุษยชาติ แก่สังคม และแก่โลก ดำเนินตามรอยพระยุคลบาทสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ม.ค. ๖๙ ห้อง ๔๗๑๐ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลเวิร์ล และ ๑ ก.พ. ๖๙ บนรถ กลับจากศูนย์วิทยาการผู้สูงอายุศิริราช สมุทรสาคร