
เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในวาระ ๑๒๙ ปี นับแต่วันประสูติ
หลังการบำเพ็ญพระกุศล เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระวโรกาสให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ นำผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา โรงเรียน สำนักเรียนพระปริยัติธรรม โรงพยาบาล และองค์กรสาธารณกุศล จำนวน 50 แห่ง เฝ้ารับประทานทุนมูลนิธิ
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า “เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอุปัชฌายะของอาตมภาพ มีพระอัธยาศัยโปรดการบำเพ็ญพระกุศลสาธารณสงเคราะห์ ด้วยน้ำพระทัยเมตตาเอื้ออารี การอันใดจะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนา และประชาชน การอันนั้นจะทรงยินดีบำเพ็ญด้วยความเบิกบานพระหฤทัย แม้พระองค์จะเสด็จสิ้นพระชนม์ไป แต่มูลนิธิที่พระองค์ได้ประทานกำเนิดไว้ ก็ยังคงสืบสานพระปณิธานอยู่ เสมือนว่าพระองค์ยังเสด็จสถิตอยู่กับเราทั้งหลายตลอดเวลา ท่านทั้งหลายมารับทุนมูลนิธิ ต่อเบื้องหน้าพระอัฐิในวันนี้ ก็เป็นการปฏิบัติประหนึ่งสมัยยังทรงดำรงพระชนม์ จึงขอทุกท่านร่วมกันน้อมจิตน้อมใจ รำลึกถึงพระเดชพระคุณของพระองค์ แล้วมุ่งมั่นบำเพ็ญกรณียกิจ ตามหน้าที่ของตน ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ วิริยอุตสาหะ และกตัญญู ถวายเป็นเครื่องบูชาสนองพระเดชพระคุณ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและพระศาสนาสืบไป”
หลังเสร็จการพิธี ระหว่างเจ้าพระคุณ ฯ เสด็จกลับตำหนัก และตรงประตูทางเข้าตำหนักอรุณ อ.อัพ รศ.ดร.ชัชพล ไชยพร ไวยาวัจกรวัด / รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ให้นักเรียนคนหนึ่งจากจันทบุรี ที่มาร่วมในพิธี เข้ากราบเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ และได้แนะนำว่านักเรียนมาจากโรงเรียน xxx จังหวัดจันทบุรีครับ
เจ้าพระคุณตรัสถามว่า “โอ้ว มาจากจันทบุรี อัญแยยแขมร์บาน????” (พูดภาษาแขมร์ได้ใช่ไหม?) นักเรียน ครู และหมู่ชนต่างสงบนิ่ง เงียบกริบ อาจเพราะงุนงงและฟังไม่ออกว่าทรงตรัสอะไร เกล้า ฯ ผู้ยืนไหว้อยู่ด้านหลังคณะครูและนักเรียน จึงทูลตอบไปว่า “ขญม อัญแยยบานบาฏ” เจ้าพระคุณเลยตรัสถามว่า “นา ระนาอัญแยยบาน โมวปี่นา เกิดโกนแขมร์หนะ นูวเซราะนา นิโกนเญอ อัญแยยบาน” เกล้า ฯ จึงได้ทูลตอบกลับเป็นภาษาแขมร์ ตามที่ตรัสถาม เจ้าพระคุณ ฯ สนพระทัยที่จะมีปฏิสันถานต่อ ทรงมีความปีติที่ได้สนทนาภาษาบรรพชน แต่ด้วยเวลากระชั้นด้วยถึงเวลาเพล ผู้ตามเสด็จจึงได้ทูลเชิญเข้าตำหนัก หลังจากนั้น ผมจึงได้ขออนุญาตผู้รักษาความปลอดภัยว่า ขอฝากสิ่งของ “กำนัล” ที่ได้หิ้วมาจากขอนแก่น ช่วยกรุณานำส่งให้ รศ.ดร.ชัชพล สักหน่อยจะได้ไหม เพราะจะเดินทางกลับแล้ว ฝากเรียนท่านว่าเป็นของฝากจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วยกรุณานำส่งท่านด้วย
เจ้าหน้าที่ จึงบอกว่า ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องฝากไว้ เดี๋ยวผมพาเข้าไปด้านใน นำไปส่งให้ท่านด้วยตัวเองได้เลยครับ ตามผมมาเลย แล้วเจ้าหน้าที่ก็พาเดินเข้าไปที่สำนักงาน ฯ จึงมีโอกาสได้พบท่านอาจารย์ชัชพล กล่าวทักทาย และส่งมอบของฝาก อันมีหนังสือที่ระลึก 60 ปี มข. หนังสือธรรมะ วัดป่าบ้านตาด และกะละแมทูลใจ ธาตุพนม ที่เฮงฝากมาให้ และได้สนทนาเรื่องบรรจุภัณฑ์ใหม้อขง “ทูลใจ” ถามไถ่กันนิดหน่อยก่อนร่ำลา แล้วทิ้งท้ายว่า “รอภาพตอนประทานทุนนะ เดี๋ยวก็คงได้” ฝ่าย มข. จึงยกมือไหว้อำลาพร้อมกล่าวว่า “ขอบพระคุณครับ”
ระหว่างเดินออกจากตำหนัก เจ้าหน้าที่วัดก็แซวว่า “โอ้ว คนพูดภาษาเขมร เก่งมากเลย” ก็ได้แต่ตอบกลับว่า ขอบพระคุณครับ และเมื่อออกมาที่ลานข้างพระอุโบสถ ก็ได้ยินคณะครูและนักเรียนกลุ่มดังกล่าวสนทนากันว่า “ต่อไป เราคงต้องสอนภาษาเขมรที่โรงเรียนแล้วแหละ”
เหตุการณ์ทั้งนั้น ยังความปลื้มปีติ อิ่มเอมใจ ให้สุขแก่เกล้า ฯ อย่างหาที่สุดมิได้
บันทึกไว้ให้ทรงจำ
มีนาคม 2569
