บันทึกก่อนๆ 

วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ เป็นวันเรียนรู้ของผม ที่ช่วยให้ผมรู้จัก มทส. ในมิติที่ลึกขึ้น   และเชื่อว่า น่าจะช่วยให้ทำหน้าที่กำกับดูแล มทส. ได้ดีขึ้น   และยิ่งดีใจที่มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๒ ท่านไปร่วมงานพร้อมกันด้วย    คือ ดร. วิจารย์ สิมะฉายา  และ ดร. อัมรินทร์ ดรัณภพ ผู้เป็นศิษย์เก่าวิศวรุ่น ๓ และเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ 

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตเกือบ ๒ พันคน ใช้เวลาไม่ถึง ๒ ชั่วโมงก็เสร็จก่อนเวลา ๑๑ น.   โดยมีพักช่วงกลาง ๑๕ นาที    องค์ประธานผู้เสด็จมาแทนพระองค์คือกรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เหมือนทุกๆ ปี    โดยปีนี้ มทส. ทูลเกล้าถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แด่กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ (๑)     

ลักษณะพิเศษของพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของที่นี่ ส่วนที่ผมไม่เคยเห็นจากที่มหาวิทยาลัยอื่นคือ  ตอนท้ายของพิธีเป็นการพระราชทานเข็มทองคำแก่ผู้สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑  และได้คะแนนสูงสุดในแต่ละสาขา รวม ๓๔ ราย    และรางวัลศรีปีบทอง ๑ ราย   

เวลา ๑๑ น. เสวยพระกระยาหารกลางวัน  มีผู้เข้าร่วมโต๊ะเสวยประมาณ ๒๐ คน   แล้วเที่ยงเศษๆ เสด็จชมนิทรรศการผลงานวิจัยยอดเยี่ยม ๓ เรื่อง โดยอาจารย์เจ้าของผลงานกราบบังคมทูลรายงานผลงานและตอบข้อซักถาม    ได้แก่ ๑) ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (drone) (๒)  โดย รศ. ดร. ชาญชัย ทองโสภา และคณะ   ๒) X-Zense 101 เครื่องตรวจคัดกรองมะเร็งแบบพกพา (๓)  โดย อ. ดร. สนอง สุขแสวง และ รศ. ดร. สุดเขตต์ พจน์ประไพ    ๓) Peptoderma Biocosmetic Scar Gel  โดย รศ. ดร. มารินา เกตุทัต-คาร์นส์ และคณะ  เป็นผลิตภัณฑ์ที่สะกัดจากจิ้งหรีด (๔)      

จบด้วย นศ. ทุนพระราชทานของสมเด็จองค์ประธาน รวม ๑๖ คน ตั้งแถวรับเสด็จ    และถวายรายงานตัวพร้อมผลการเรียนสั้นๆ    เห็นได้ชัดว่า เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก   

งานเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีแด่ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และศาสตราจารย์เกียรติคุณ  (๕)  

เริ่ม ๑๔.๑๕ น. เสร็จ ๑๖ น.  เป็นงานที่ทรงพลังมาก    เราได้ฟัง    ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ๓ ท่าน คือ  ๑) นายถาวร ชลัษเฐียร  ๒) นายทวี ปิยะพัฒนา  ๓) นายสุจินต์ สุวรรณกิจบริหาร  กล่าวความในใจเกี่ยวกับการศึกษาหรือการพัฒนาคนของประเทศ    ส่วนท่านผู้หญิงเพชรา เตชะกัมพุช ไม่สามารถมาร่วมงานได้ด้วยตนเอง    เนื่องจากในข่าว (๕) มีรูปกิจกรรมชัดเจนแล้ว   ผมขอเพิ่มเติมข้อความในคำกล่าวของ ดุษฎีบัณฑิต ๓ ท่าน (ท่านผู้หญิง เตชะกำพุช ไม่ได้มารับพระราชทานด้วยตนเอง)        และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ๓ ท่าน (ศ. ดร. ประสาท สืบค้า ได้เสียชีวิตก่อนพิธี)        

นายถาวร ชลัษเฐียร ประธานคณะกรรมการสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย    ร่วมมือกับ มทส. มานานและอย่างเหนียวแน่น ในเรื่อง CWIE  และ Lifelong Learning   ที่ฟังแล้วผมเติม Experiential Learning เข้าไปด้วย    หาก มทส. มีผู้บริหารที่ใช้พลังความสามารถของท่านเป็น    จะร่วมมือกันสร้างระบบผลิตบัณฑิต ๔.๐ ให้แก่อุตสาหกรรม ๔.๐ ได้   

นายทวี ปิยะพัฒนา  เจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเล   ที่มีแนวคิดและริเริ่มร่วมงานระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมของตนกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา มาเป็นเวลานาน ๔๐ ปี    ผมฟังคุณถาวรกับคุณทวีแล้ว เห็นว่า มทส. มีโอกาสสูงมาก ในการใช้อุดมการณ์ และประสบการณ์สูงยิ่งของทั้งสองท่าน ในการให้คำแนะนำวิธี transform รูปแบบการผลิตบัณฑิตของ มทส. ยุคใหม่  ที่เด่นทั้งด้านความรู้ปฏิบัติ และความรู้ทฤษฎี     

นายสุจินต์ สุวรรณกิจบริหาร  กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟอร์เวิร์ต เอ็นจิเนียริง คอนซัลแทนส์ จํากัด เล่าว่า ท่านอ่านพบบทคัดย่อรายงานวิจับของ อ. ธวัชชัย แห่ง มทส. จึงติดต่อและได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบรถไฟฟ้าด้านต่างๆ ของประเทศไทย มาเกือบ ๑๐ ปี    ฟังแล้วผมเกิดไอเดียและคำถามมากมาย    ว่า มทส. ได้ใช้ความสัมพันธ์นี้ยกระดับพลังของการวิจัย และการผลิตบัณฑิตอย่างเป็นระบบอย่างไรบ้าง   เน้นเรื่องการยกระดับระบบ      

ศ. ภก. เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ เป็นอดีตอาจารย์นักวิจัย ที่ได้รับยกย่องว่ามีผลงานวิจัยตีพิมพ์และได้รับการอ้างอิง top 2% ของโลก สาขา Clinical Medicine    ท่านเล่าให้ผมฟังในโต๊ะอาหารเช้าว่า ท่านได้รับประโยชน์มากจากโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ที่ สกว. สมัยผมเป็นผู้อำนวยการ ริเริ่มขึ้น   ท่านกำลังจะกลับมาร่วมก่อตั้งสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ เพื่อผลิตเภสัชกรออกไปเปิดร้านให้บริการประชาชนในพื้นที่นครชัยบุรินทร์   

ศ.  ดร. เจมส์ เกตุทัต-คาร์นส์ บอกว่า ท่านเติบโตด้านการวิจัยสาขาชีวเคมีที่ มทส. สมัยที่ระบบวิจัยไทยเบ่งบานภายใต้การนำของพ่อตาของท่าน (คือ ศ. ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต) กับผม   แต่สมัยนี้มีการปฏิรูประบบ ววน. ทำให้ระบบสนับสนุนการวิจัยและนักวิจัยอ่อนแอลงไป   

ศ. นาวาอากาศโท ศราวุธ สุจิตจร (๖) ย้ายจากตำแหน่งอาจารย์โรงเรียนนายเรืออากาศมาเป็นอาจารย์ที่ มทส. สมัยก่อตั้ง    โดย มทส. ชดใช้ทุนแก่กองทัพอากาศ   ต่อมาออกไปเป็นผู้อำนวยการศูนย์ซินโครตรอน   แล้วกลับมาเป็นอาจารย์และผู้บริหาร มทส. อีก     ท่านเล่าความประทับใจ ท่านอดีตอธิการบดี ผศ. ดร. ทวี เลิศปัญญาวิทย์    ทีบอกกับท่านตอนท่าน ในฐานะรองอธิการบดี ริเริ่มจัดให้มีรางวัลอาจารย์ดีเด่น    ท่านอธิการบดีทวีกำชับว่า แล้วอย่าให้รางวัลตัวเองเข้านะ    ทำให้ท่านผงะ เพราะไม่เคยคิดมาก่อน   หลังจากนั้นเมื่อมีคนเสนอชื่อท่านเข้ารับรางวัล ท่านก็ปฏิเสธตลอด   จากแรงกำชับของท่านอธิการบดีทวี ให้ระมัดระวังการทำงานบริหารเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ในเรื่องชื่อเสียง          

ผมกลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม ด้วยความเหนื่อยกาย  แต่อิ่มเอมใจ   

วิจารณ์ พานิช         

 ๒๖ ธ.ค. ๖๘