ประชุมเรื่องเร่งด่วน
นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับหนังสือเชิญประชุม อ.ก.ค.ศ. ที่มีตราประทับว่า “ด่วนที่สุด” ในหนังสือมิได้แจ้งสาเหตุที่เร่งด่วน เพียงแต่บอกว่าเป็นการประชุมครั้งที่ ๒ /๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น.
คงจะเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ เพราะเลื่อนการประชุมจากวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๙ มาเป็นวันนี้
ก่อนจะทราบความจริงว่ารีบเร่งเพราะอะไร ผมคิดไปถึงเรื่องการพิจารณา จะโยกย้ายใครเร่งด่วนหรือเปล่า หรือว่าจะต้องจัดทำแผนงบประมาณเป็นกรณีพิเศษ คิดไปถึงเรื่องเงินเดือนก็ไม่น่าใช่เพราะผ่านมาแล้ว
พอเปิดเข้าไปอ่านวาระการประชุม ผมก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นเรื่องร้องทุกข์ของข้าราชการครู กรณีเหตุร้องทุกข์เกิดจากคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งการตามมติของ อ.ก.ค.ศ.
จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณาเร่งด่วนและดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนในวันนี้
พอเข้าเรื่องร้องทุกข์ ก็ต้องย้อนไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม มีการประชุมอ.ก.ค.ศ.เกี่ยวกับเรื่องเลื่อนเงินเดือนครูปรากฎว่าครูท่านนี้ ผู้บริหารโรงเรียนไม่พิจารณาให้ขึ้นเงินเดือน ด้วยสาเหตุหลายประการด้วยกัน
ที่สำคัญก็คือคะแนนการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานอยู่ในระดับปรับปรุง
การประชุมคราวนั้น ในที่ประชุมอภิปรายแสดงความรู้สึกและพูดกันถึงข้อเท็จจริงอย่างกว้างขวาง อนุกรรมการบางท่านก็ว่า น่าจะมีความเมตตาต่อกัน การขึ้นเงินเดือนให้ครูด้วยคะแนนอันน้อยนิดใช้เงินเพียงไม่กี่บาท
ถือเสียว่าเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงาน การบริหารจัดการก็จะได้เป็นไปอย่างราบรื่น
อีกมุมหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดสถานการณ์ก็มองว่าน่าเห็นใจผู้บริหารสถานศึกษาเหมือนกัน สามารถรับรู้ความรู้สึกได้เลยว่าเขาน่าจะเจออะไรมาบ้าง คงหนักหนาสาหัสเหลือเกินที่ต้องตัดสินใจกับครูแบบนี้
ถือเป็นการประเมินการทำงาน มิได้ลงโทษทางวินัย แต่ก็สามารถเป็นกรณีตัวอย่างในแง่ของการบริหาร
อย่างไรก็ตาม อ.ก.ค.ศ.ก็ต้องมองรอบด้านและให้ความเป็นธรรมแก่ครูให้มากที่สุด ด้วยการไม่รีบเร่งพิจารณา ไม่มีการลงมติเห็นชอบใดๆ ให้ผู้บริหารโรงเรียนกลับไปทบทวนทั้งในด้านข้อมูลและคำสั่งฯ โดยให้เวลา ๑ สัปดาห์
การประชุมครั้งต่อมา ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ เพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือนอีกครั้ง ปรากฎว่าทางโรงเรียนคู่กรณีของครู ยังคงยืนกรานในมติเดิมที่จะไม่เลื่อนเงินเดือนให้ครูท่านนี้
ในการนี้ ยังได้เพิ่มเอกสารหลักฐานประกอบมากมายทั้งการทำงานในรูปของคณะกรรมการ และพฤติกรรมการจัดการเรียนการสอนของครู ตลอดจนภาพถ่ายของงานส่วนรวมที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากครู
ที่ประชุมอ.ก.ค.ศ.ใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบและนานมาก ก่อนเห็นชอบไปตามนั้น
วันนี้ เมื่อครูมาร้องทุกข์และบอกว่าได้รับความเดือดร้อนจากผู้บังคับบัญชาและให้ผู้มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งเรื่องเลื่อนเงินเดือน ครั้งที่ ๒ (๑ ตุลาคม ๒๕๖๘) ก็ถือว่าเขตพื้นที่ฯได้รับฟังและพิจารณาแล้ว
โดยไม่ปล่อยผ่านไปแต่อย่างใด ทั้งที่เรื่องการไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับ “เงินเดือน”นั้น ต้องไปร้องต่อ ก.ค.ศ.ก็ตาม ณ ตอนนี้ เขตฯต้องทำตามระเบียบคือ ส่งเรื่องต่อไปยังก.ค.ศ.เพื่อหารือและพิจารณา
เสร็จจากประชุมฯผมเดินทางกลับบ้านด้วยความเห็นอกเห็นใจครูท่านนี้อยู่เหมือนกัน ต่อจากนี้ไปท่านจะอยู่อย่างไรให้มีความสุขในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เพื่อทำงานเพื่อเด็ก ผู้ปกครองและชุมชน
ขณะเดียวกันผมก็เห็นใจเขตด้วย โดยเฉพาะท่านผอ.เขต ท่านเพิ่งมาดำรงตำแหน่งได้ไม่กี่วัน ต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้ ที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุมาก่อน แต่ต้องมาร่วมพิจารณาและแก้ปัญหา
แต่มาคิดอีกที สถานการณ์แบบนี้แหละ ที่จะสร้างนักบริหารให้แข็งแกร่ง และผมก็เชื่อว่าท่านผอ.เขตฯเป็นคนสวย คนดี และคนเก่ง ย่อมจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างถูกต้อง และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแน่นอน
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๓ มกราคม ๒๕๖๙




