ชายตาบอด ที่ขอพบท่านเราะซูลลุลลอฮิ (ﷺ) เพื่ออยากรู้ "อิสลาม" แต่ ท่านเราะซูลลุลลอฮิ (ﷺ) กลับทำหน้าบึ้ง เมินหน้าหนี เพราะห่วงว่ากำลังสนทนาเรื่อง"อิสลาม" กับผู้นำชาวกุร็อยช์

อุมมิ มักตูม ท่านอับดุลเลาะห์ บิน อุมม์ มักตูม (อาหรับ: عبد الله بن أم مكتوم) เป็นเศาะฮาบะห์ (สหาย) ของศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพอย่างสูง ประวัติโดยสังเขป: • ครอบครัวและภูมิหลัง: ชื่อจริงของท่านถูกระบุต่างกันไปในแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น อับดุลเลาะห์ หรือ อัมร์ แต่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันในชื่อสกุลของท่าน ท่านเป็นลูกพี่ลูกน้อง (ลูกของพี่/น้องสาว) ของนาง คอดีญะห์ บินต์ คุวัยลิด ภรรยาคนแรกของศาสดามุฮัมมัด ท่านตาบอดมาตั้งแต่เด็ก • การเข้ารับอิสลามและการฮิจเราะห์ (อพยพ): ท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆ ที่เข้ารับอิสลามที่มักกะห์ และเป็นหนึ่งในผู้อพยพกลุ่มแรกๆ ไปยังมะดีนะห์ ท่านได้อพยพไปถึงมะดีนะห์ก่อนที่ศาสดามุฮัมมัดจะเสด็จไปถึงเสียอีก • บทบาทสำคัญ: แม้จะพิการทางสายตา แต่ท่านก็ไม่เคยละทิ้งความพยายามในการเรียนรู้และจดจำอัลกุรอาน o อะซาน (การเรียกร้องสู่การละหมาด): ศาสดามุฮัมมัดได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นมุอัซซิน (ผู้ประกาศอะซาน) ร่วมกับท่านบิลาล บิน เราะบาห์ เนื่องจากท่านมีเสียงที่ไพเราะ o ผู้สำเร็จราชการแทน: ศาสดามุฮัมมัดให้ความเคารพท่านมาก และมักจะแต่งตั้งท่านเป็นผู้สำเร็จราชการแทนปกครองนครมะดีนะห์หลายครั้งในยามที่พระองค์ต้องออกไปทำสงครามหรือเดินทางไกล • ซูเราะห์ ‘อะบะสะ (Abasa) ที่ประทานลงมา: เหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่เกี่ยวข้องกับท่านคือ การที่อัลลอฮ์ทรงประทานโองการในซูเราะห์ ‘อะบะสะ (บทที่ 80) ลงมาเพื่อตักเตือนศาสดามุฮัมมัด ในขณะที่ศาสดากำลังสื่อสารศาสนาแก่ผู้นำคนสำคัญของกุเรช ท่านอับดุลเลาะห์ได้เข้ามาถามปัญหาศาสนาอย่างกระตือรือร้น ทำให้ศาสดาแสดงสีหน้าไม่พอใจ (ทำหน้าบึ้งและหันหลัง) เพราะต้องการมุ่งความสนใจไปที่ผู้นำเหล่านั้น อัลลอฮ์จึงทรงประทานโองการลงมาเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเอาใจใส่ผู้ศรัทธาที่แสวงหาความรู้โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือสภาพร่างกาย หลังจากเหตุการณ์นี้ เมื่อใดที่ศาสดามุฮัมมัดพบท่าน ท่านจะกล่าวต้อนรับด้วยความเคารพว่า “ยินดีต้อนรับผู้ที่อัลลอฮ์ได้ตักเตือนฉันเกี่ยวกับเขา” • ชะฮีด (พลีชีพ): ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเข้าร่วมการญิฮาด (การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์) และขอให้ท่านซะอัด บิน อะบี วักกอศ มอบธงรบให้ท่านในสงครามยัร มูก (หรืออัล-กอดิซียะห์ตามบางแหล่ง) โดยกล่าวว่าท่านตาบอดจึงไม่สามารถหลบหนีได้ ท่านได้สิ้นชีวิตในฐานะชะฮีดในสงครามครั้งนั้น

ชีวประวัติของ อับดุลลอฮ์ อิบน์ อุมม์ มักตูม (ابْنُ أُمِّ مَكْتُومٍ) ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาสาวก (เศาะฮะบะฮ์) คนสำคัญของศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลที่อัลลอฮ์ทรงประทานโองการในคัมภีร์อัลกุรอานเพื่อตักเตือนศาสดาโดยเฉพาะ ประวัติโดยย่อ • ชื่อ: ชื่อของท่านมีความแตกต่างกันในบันทึกทางประวัติศาสตร์ บ้างว่าเป็น อับดุลลอฮ์ (Abdullah) และบ้างว่าเป็น อัมร์ (Amr) • มารดา: มารดาของท่านชื่อว่า อาติกะฮ์ บินต์ อับดุลลอฮ์ (Atikah bint Abdullah) และถูกเรียกว่า “อุมม์ มักตูม” (Umm Maktum) ซึ่งแปลว่า “แม่ของผู้ถูกปกปิด” เพราะท่านอับดุลลอฮ์ตาบอดตั้งแต่กำเนิดหรือตั้งแต่ยังเด็ก • ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ: ท่านเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางเคาะดีญะฮ์ บินต์ คุวัยลิด (Khadeejah bint Khuwaylid) ภรรยาคนแรกของศาสดามุฮัมมัด บทบาทสำคัญและเหตุการณ์ในชีวิต • การเข้ารับอิสลาม: ท่านเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เข้ารับอิสลามยุคแรกเริ่มที่มักกะฮ์ และเป็นหนึ่งในผู้ที่อพยพ (มุฮาญิรีน) ไปยังมะดีนะฮ์ก่อนที่ศาสดาจะอพยพตามไป • สาเหตุการประทานซูเราะฮ์ ‘อะบะสะ (Abasa): เหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดในชีวิตของท่านคือการที่อัลลอฮ์ทรงประทานโองการในซูเราะฮ์ ‘อะบะสะ (บทที่ 80 ของอัลกุรอาน) ครั้งหนึ่ง ขณะที่ศาสดากำลังสั่งสอนบรรดาผู้นำกุเรช (Quraysh) เพื่อโน้มน้าวให้พวกเขายอมรับอิสลาม ท่านอับดุลลอฮ์ผู้ตาบอดได้เข้ามาถามปัญหาศาสนาซ้ำๆ ด้วยความกระตือรือร้น ศาสดาแสดงความไม่พอใจและหันหน้าหนี (ทำหน้าบึ้ง) เพราะเกรงว่าการขัดจังหวะนี้จะทำให้ผู้นำกุเรชตีตัวออกห่าง อัลลอฮ์จึงทรงประทานโองการมาตักเตือนศาสดาถึงความสำคัญของการให้ความสนใจแก่ผู้ที่แสวงหาความรู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าสถานะทางสังคมจะเป็นเช่นไร หลังจากนั้น ศาสดาให้การต้อนรับท่านอับดุลลอฮ์เป็นอย่างดีเสมอ และกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับผู้ที่องค์อภิบาลของฉันได้ตักเตือนฉันเกี่ยวกับเขา” • ตำแหน่งมุอัซซิน: แม้จะตาบอด แต่ท่านมีความจำดีและมีน้ำเสียงไพเราะ ศาสดาจึงแต่งตั้งให้ท่านเป็นหนึ่งในมุอัซซิน (ผู้ประกาศเรียกละหมาด) ประจำเมืองมะดีนะฮ์ เคียงคู่กับท่านบิลาล อิบน์ เราะบาห์ (Bilal ibn Rabah) • ผู้สำเร็จราชการมะดีนะฮ์: ศาสดามักจะแต่งตั้งท่านอับดุลลอฮ์ให้เป็นผู้ดูแลเมืองมะดีนะฮ์และนำละหมาดแทนทุกครั้งที่พระองค์ต้องออกไปร่วมสงครามหรือภารกิจทางทหาร (เช่น สงครามบะดัรและตะบู๊ก) • การเข้าร่วมสงครามและการเสียชีวิต: ท่านไม่ยอมให้อุปสรรคทางสายตามาขัดขวางการรับใช้ศาสนา ท่านขอให้มีการประทานโองการยกเว้นให้ผู้มีอุปสรรคทางกายไม่ต้องออกรบ ซึ่งอัลลอฮ์ก็ทรงตอบรับโดยประทานโองการในซูเราะฮ์อันนิสาอ์ (บทที่ 4) วรรคที่ 95 โดยเพิ่มวลี “ยกเว้นผู้ที่มีอุปสรรค” (غير أولي الضرر) ถึงกระนั้น ท่านก็ยังคงยืนยันที่จะมีส่วนร่วม โดยกล่าวว่า “จงมอบธงให้ฉัน เพราะฉันตาบอด ฉันหนีไม่ได้” ท่านได้เข้าร่วมในสมรภูมิอัลกอดิซียะฮ์ (Battle of al-Qadisiyyah) ในสมัยเคาะลีฟะฮ์อุมัร อิบน์ อัลค็อฏฏอบ และเชื่อว่าท่านได้เสียชีวิต (ชะฮีด) ในสงครามครั้งนั้นขณะถือธงรบ ชีวิตของท่านอับดุลลอฮ์ อิบน์ อุมม์ มักตูม เป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจถึงความมุ่งมั่น ความเท่าเทียมกันในอิสลาม และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคทางร่างกาย