ปีนี้พี่น้องชายแก่ ๖ คนนัดทำบุญให้แก่พ่อแม่และบรรพบุรุษ วันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘   ผมตัดสินใจไปคนเดียว เพราะเวลานี้ภรรยาเดินทางไม่สะดวกเสียแล้ว    และคิดลองเดินทางโดยรถไฟ    ได้ขบวน ๔๓ รถด่วนพิเศษดีเซลราง ออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ๗.๓๐ น.  ถึงชุมพร ๑๓.๕๐ น.   ลูกสาวช่วยจองตั๋วให้ทางออนไลน์ ราคา ๔๒๙ บาท    เดินทางวันศุกร์ที่ ๒๔   ได้ที่นั่งหมายเลข ๔๙ ริมทางเดิน ชั้น ๒ คันที่ ๑   

เช้าวันที่ ๒๔ ผมนั่งแท็กซี่ออกจากบ้านเวลา ๖.๑๐ น.  เวลา ๖.๓๐ น. ก็ถึงสถานี    ที่สุดแสนจะสะอาด กว้างขวาง สะดวก    ไปถามทางไปขึ้นรถไฟที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์    ได้ความรู้ว่า ผมต้อง unlearn ภาพสถานีรถไฟเมื่อ ๓๐ - ๗๐ ปีก่อนออกไป  เอาภาพสนามบินมาแทน (relearn)   คือมีป้ายบอกทางเห็นง่ายชัดเจน  ห้องน้ำใหญ่โตสะอาดกว่าที่สนามบินสุวรรณภูมิ    ร้านอาหารก็กว้างขวางใหญ่โต มีอาหารให้เลือกมากมาย    ผมอุดหนุนร้านข้าวหอมอยู่ขวาสุด    สั่งข้าวราดฉู่ฉี่ปลาดุก ผัดผัก และไข่ดาว  จ่ายไป ๗๕ บาท  อิ่มสบาย   ดื่มน้ำขวดที่เอามาจากบ้าน                     

เมื่อถึงเวลา ๗.๑๐ น. เขาก็เรียกผู้โดยสารรถขบวน ๔๓ ขึ้นรถที่ชาลา E    เอา QR Code สแกนประตูผ่าน   ไปขึ้นลิฟต์สู่ชั้น ๒ ที่รถดีเซลรางจอดอยู่   ที่นั่งบนรถสบายกว่าบนเครื่องบินชั้นประหยัด    เวลา ๗.๓๐ น. ตรงรถออก    ไปข้ามสะพานพระราม ๖   จอดเวลาสั้นๆ ที่สถานีบางบำหรุ  ตลิ่งชัน ศาลายา   นครปฐม  บ้านโป่ง ราชบุรี  เพชรบุรี  หัวหิน วังก์พง  ประจวบ  ห้วยยาง บ้านกรูด  บางสะพาน  มาบอำมฤต ปะทิว  ชุมพร   ถึงชุมพรตรงเวลา ๑๓.๕๐ น.    น้องชาย ๓ คนมารับ   เดินกรำฝนออกจากสถานีไปที่รถ    นั่งรถเก๋งไปบ้านน้องชายเพียงประมาณ ๒ ก.ม.      

รถไฟออกไม่นาน เจ้าหน้าที่มารับออร์เดอร์อาหาร ผมสั่งข้าวหมูกระเพราไข่ดาว ราคา ๕๐ บาท   พอเลยราชบุรีเขาก็เอากล่องอาหารมาให้    เข้าใจว่ารับจากร้านที่เพชรบุรี    เวลา ๑๑ น. ผมกินข้าวผัดกระเพรา เหลือข้าวไว้ครึ่งหนึ่ง    เขามาขายก๋วยเตี๋ยวราชบุรี ๒๐ บาท จึงลองซื้อมากินเพื่อหาความรู้  พบว่าสมราคา   

ผมนั่งอ่านเอกสารบ้าง หลับบ้าง ดูวิวบ้าง    และนั่งสะท้อนคิดว่า เมื่อเทียบกับตอนตามเสด็จสุโขทัยเมื่อวันที่ ๑๙ - ๒๑ บรรยากาศต่างกันอย่างไรในความรู้สึกของผม   ผมชอบวันที่ ๒๔ มากกว่า   เพราะสงบและสดวกสบายดีทีเดียว   บรรยากาศการตามเสด็จมันเอิกเกริก ที่คน introvert อย่างผมรู้สึกไม่สบาย         

ผมรำลึกความหลังสมัยเป็นนักเรียนนั่งรถไฟชั้น ๓ มาเรียนที่กรุงเทพปี ๒๕๐๐  และกลับบ้านตอนปิดเทอม   สภาพรถไฟต่างกันสิ้นเชิง   ตอนอยู่หาดใหญ่นั่งรถไฟตู้นอนชั้นสองไปกลับกรุงเทพ    สภาพตู้รถไฟไม่สะอาดอย่างของวันนี้   แต่ที่ยังไม่พัฒนานักคือห้องน้ำ    และผมคิดว่าโอกาสพัฒนายกระดับได้อย่างมากคือระบบเก็บเสียง ให้นั่งโดยไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดีเซลรบกวนอย่างวันนี้   เสียงดังมาก 

 

๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘

นั่งรถขบวนเดียวกัน คือรถด่วนพเศษขบวนที่ ๔๐ สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์ กลับกรุงเทพพร้อมกับน้องชาย นพ. วิชัย พานิช (๗๘)    รถออก ๑๑.๑๐ น.   น้องชาย (วิจัย พานิช ๗๑) ขับรถไปส่ง    เจ้าหน้าที่สถานีเห็นเราเป็นผู้สูงอายุ มาต้อนรับ พาไปขึ้นลิฟท์   เพราะรถไฟออกชาลาที่ ๒  ผู้โดยสารต้องขึ้นลิฟท์หรือบันไดไปยังสะพานข้ามทางรถไฟ แล้วเราลงลิฟท์สู่ชาลาที่ ๒   เนื่องจากสถานีชุมพรมี ๓ ชาลา จึงมีลิฟท์ ๓ ตัว   

นี่เป็นอาคารสถานีใหม่ อยู่ถัดจากสถานีเดิมไปทางทิศเหนือ   สถานีเดิมปิด เตรียมปรับเป็นพิพิธภัณฑ์   น้องชายไปพบคนรู้จัก ที่ทำงานในระบบสุขภาพ    และเคยเรียนหนังสือที่โรงเรียนสะอาด (เผดิมวิทยา) ร่วมกับน้องสาว (วิภา พานิช ผู้ล่วงลับ)    จึงได้คุยกันสนุกสนาน 

รถไฟมาตรงเวลา   และจอดตรงจุด   เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องปีนบันไดขึ้นรถไฟแล้ว    เพราะเขาปรับชานชาลาให้สูงเท่าพื้นรถไฟ    เมื่อรถจอด เจ้าหน้าที่ด็เอาแผ่นสะพานวางเชื่อมพื้นรถไฟกับชานชาลา    ผู้โดยสารลากกระเป๋าผ่านได้อย่างสบาย    แต่ต้องก้มศีรษะ ระวังศีรษะชนประตูรถไฟ    ซึ่งผมโดนไปเบาะๆ   

นั่งรถไฟ และคุยกับน้องชาย    ได้เรียนรู้เรื่องราวของครอบครัว    ที่น้องชายรู้เรื่องดีมาก    แต่ผมห่างมาตลอดเวลากว่า ๕๐ ปี   เพราะทุกคนในครอบครัวเกรงใจไม่เอาเรื่องจุกจิกมากวนผม   เขาคงเห็นว่าผมมุ่งทำงานใหญ่เพื่อบ้านเมือง   

เราไม่ได้อุดหนุนอาหารบนรถไฟ   เพราะน้องชายจัดข้าวเหนียวมาให้ ๖ ห่อ    และผมและน้องชายเตรียมน้ำมาเอง   

ถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ตรงเวลา ๑๘.๑๐ น.   ไปเข้าห้องน้ำ แล้วเดินหาทางไปขึ้นแท็กซี่   น้องชายไม่สวมแว่นแต่ตาดีกว่าผม   เห็นป้ายบอกทางไปขึ้นแท็กซี่   ไปถึงจุดให้บัตรคิว แล้วเดินไปที่จุดขึ้นแท็กซี่ มีคิวยาว    มีแท็กซี่ป้ายดำมาคอยเรียก    เรายืนเข้าคิว    นานกว่าจะมีรถเข้ามาทีละคัน    จนมีคนออกจากคิวไปใช้บริการแท็กซี่ป้ายดำ หรือขึ้นรถไฟฟ้า   ที่น้องชายรู้จักและคิดจะไป   แต่ในที่สุดก็พบว่าคิวไม่ยาวอย่างที่เห็น    เพราะจริงๆ แล้วคนที่รอมาด้วยกันสามสี่คน   เวลาทุ่มเศษผมก็กลับถึงบ้าน   

ขากลับนี้ที่สถานีชุมพรผู้โดยสารรถคันที่ ๓ ลงที่ชุมพรเกือบหมด   และขึ้นที่ชุมพรจำนวนมาก   ยิ่งใกล้กรุงเทพรถก็ยิ่งเต็ม   คงเป็นเพราะเป็นวันอาทิตย์ คนกลับกรุงเทพมาก    

เสียดายที่ลืมถ่ายรูปสถาพที่นั่งบนรถไฟ         

วิจารณ์ พานิช

 ๒๗ ต.ค. ๖๘ 

 

รูปเดินทางโดยรถไฟ 

 

1 ลงแท็กซี่พบวิวนี้

2 ศูนย์อาหาร

3 ภายในสถานี

4 ภายในศูนย์อาหาร

5 วิวข้างทางที่เพชรบุรี

6 วิวใกล้ถึงชุมพร

7 ทางข้ามรางรถไฟ สถานีชุมพร

8 สถานีชุมพร ถ่ายจากทางข้ามรางรถไฟ

9 น้องชายที่หน้าลิฟท์

 

10 อาคารสถานีชุมพร