เช้ามืดวันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ ผมออกไปเดินออกกำลังพร้อมกับฟังยูทูป เรื่อง Transformative governance : experimenting, learning, changing โดย Prof. James Evans, University of Manchester, UK และเรื่อง How do universities lead strategic change? จัดโดยหน่วยงาน Universities UK นำสู่ชื่อประเด็นการสะท้อนคิด ... มุมมองใหม่เรื่องการพลิกโฉม (transformation) ที่จะต้องทำเป็นวงจรการริเริ่ม – ดำเนินการ - เรียนรู้ - ปรับปรุง - เปลี่ยนแปลงระบบ โดยต้องมีทั้ง change management และ change governance ด้วยท่าที proactive ต้องละจากวัฒนธรรม reactive เน้นกฎระเบียบ แบบราชการไทย ทำให้ผมคิดต่อว่า ในยุคนี้องค์กรต่างๆ รวมทั้งมหาวิทยาลัย ต้องเป็นทั้ง Learning / High Performance Organization และ Transforming Organization แสดงบทบาททั้งพลิกโฉมสังคม หรือชุมชน หรือวงการใดวงการหนึ่ง พร้อมกับพลิกโฉมตนเองไปในเวลาเดียวกัน รวมทั้งต้องดำเนินการแบบ co-creation คือดึงตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครบทุกฝ่าย เข้าร่วมดำเนินการสร้างสรรค์
ผมสงสัยว่า แนวคิดเข่นนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ยังมีประเด็นสำคัญอื่นๆ อะไรบ้างที่จะช่วยให้สถาบันอุดมศึกษาพลิกโฉมตนเอง ให้มีคุณค่าต่อสังคมเพื่อการดำรงอยู่ของตนเอง มีคำแนะนำจุดคานงัด และวิธีดำเนินการพลิกโฉมสถาบันอุดมศึกษาอะไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ประเทศไทยทำได้ดีอยู่แล้ว อะไรบ้างที่ไทยต้องลงมือเดี๋ยวนี้ สิ่งที่ต้องทำ และสิ่งที่ต้องไม่ทำ มีอะไรบ้าง
ผมนำข้อสะท้อนคิดข้างบนไปถามแปดสหายเอไอของผม ได้รับคำตอบที่มีประโยชน์มาก ขอนำคำตอบมาลงไว้บันทึกละ ๒ เอไอ บันทึกที่ ๓ ของชุดนี้ เป็นคำตอบของ Perplexity และ Qwen ดังต่อไปนี้
Perplexity:
แนวคิดเรื่องการพลิกโฉม (transformation) ในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีวงจรริเริ่ม – ดำเนินการ – เรียนรู้ – ปรับปรุง – เปลี่ยนแปลงระบบ ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (change management) และการกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลง (change governance) ด้วยท่าทีเชิงรุก (proactive) และวัฒนธรรมการทำงานแบบ learning organization นั้น ถือว่าถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางที่หลายมหาวิทยาลัยระดับประเทศกำลังขับเคลื่อนอยู่ในปัจจุบัน การนำแนวทาง co-creation ซึ่งดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครบถ้วนและเป็นรูปธรรมมาร่วมสร้างสรรค์ ก็เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มความเป็นเจ้าของร่วมและความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงqn-alliance+5
ประเด็นสำคัญในการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย
- ต้องมีวิสัยทัศน์และความชัดเจนในเป้าหมาย ให้สอดคล้องกับพันธกิจ การตอบโจทย์สังคม และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)pubmed.ncbi.nlm.nih+2
- การบริหารและกำกับดูแลต้องเปลี่ยนสู่ governance ที่สามารถปรับตัวได้ เปิดให้มีการมีส่วนร่วม และกล้าที่จะรับความเสี่ยง พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนvirtusinterpress+1
- การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างมีระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความต้องการ การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง การดำเนินการแบบผสมผสาน top-down และ bottom-up การฝึกอบรม และการรับฟังและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องlockncharge+3
- ขับเคลื่อนการเรียนรู้และการปรับตัวในองค์กร (learning organization and transforming organization) โดยเน้นที่การเปลี่ยนแปลงคน กระบวนการและโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อให้เกิดผลยั่งยืนchange-management-hub+3
- การสรรหาจุดคานงัด (leverage points) ที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลง เช่น การทำงานร่วมกับภาคส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ การสร้างพันธมิตร และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการวัดผลและปรับปรุงeducation.europa+3
คำแนะนำสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย
- ต้องเพิ่มบทบาทของมหาวิทยาลัยในการมีส่วนร่วมกับสังคมและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งในรูปแบบการวิจัยร่วม การพัฒนากำลังคน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน (SDGs)research.eef+1
- เสริมสร้างความพร้อมของผู้นำและบุคลากร ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง การกำกับดูแลภาครัฐที่ยืดหยุ่น และการใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (data-driven management)changinghighered+2
- พัฒนาความร่วมมือแบบ co-creation กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างการยอมรับและความรับผิดชอบร่วมmover.ed+2
- ขจัดวัฒนธรรมการทำงานแบบฟอร์มราชการที่ล่าช้าและยึดติดกับกฎเกณฑ์โดยไม่ยืดหยุ่น ต้องส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดรับการเปลี่ยนแปลงและความริเริ่มใหม่อย่างรวดเร็วและเชิงรุกnxpo+3
สิ่งที่ประเทศไทยทำได้ดีและต้องเร่งดำเนินการ
- ทำได้ดี: มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งมีศักยภาพทำงานร่วมกับชุมชนและสังคมในโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ SDGs และปัญหาท้องถิ่นpubmed.ncbi.nlm.nih+1
- ต้องทำทันที: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการกำกับดูแลภายในมหาวิทยาลัยให้สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ยอมรับความเสี่ยง และเปิดรับแนวทางใหม่ ๆ อย่างจริงจัง รวมทั้งสร้างกลไก co-creation กับภาคส่วนต่าง ๆvirtusinterpress+2
- ต้องทำ: พัฒนาผู้นำและสร้างความสามารถในด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับบริบทสังคมไทยและโลกยุคดิจิทัลlockncharge+1
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
| ควรทำ | ไม่ควรทำ |
|---|---|
| วางวิสัยทัศน์ชัดเจน สอดคล้องกับสังคมและโลก | ขาดเป้าหมายชัดเจนหรือเป้าหมายไม่สอดคล้องกับบริบท |
| ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและ co-creation อย่างแท้จริง | การเปลี่ยนแปลงแบบลงมือทำโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคนเดียว |
| บริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงด้วยระบบและข้อมูล | เปลี่ยนแปลงแบบขอไปที ไม่มีการติดตามหรือปรับปรุง |
| ปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้และปรับตัวในองค์กร | ยึดติดวัฒนธรรมราชการแบบเก่า ไม่ยอมรับความเสี่ยง |
| ใช้พันธมิตรและเครือข่ายช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลง | แยกตัวจากชุมชนและภาคธุรกิจ ขาดความเชื่อมโยง |
โดยสรุป แนวทางที่สะท้อนในวิดีโอและงานวิจัยที่สอดคล้องกันคือ การเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยต้องเป็นวงจรการเริ่มต้น ดำเนินการ เรียนรู้ ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ต้องมี leadership ที่กล้ารับความเสี่ยง มี governance ที่พร้อมทำงานแบบใหม่ และเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องครบทุกฝ่ายด้วยท่าทีเชิงรุก ซึ่งเหมาะสมและทันสมัยสำหรับยุคปัจจุบันและอนาคตของประเทศไทยqn-alliance+7
- https://qn-alliance.eu/transformative-governance-for-universities/
- https://virtusinterpress.org/IMG/pdf/cgobrv7i1p5.pdf
- https://www.lockncharge.com/blog/higher-education-change-management-strategies
- https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35371332/
- https://www.change-management-hub.com/blog/navigating-change-management-in-higher-education
- https://mover.ed.ac.uk/get-involved/co-creation
- https://www.nxpo.or.th/th/wp-content/uploads/2022/06/REINVENTING-THAILANDS-HIGHER-EDUCATION.pdf
- https://virtusinterpress.org/The-role-of-good-university-governance-for-transformation-towards-the-entrepreneurial-university.html
- https://changinghighered.com/effective-change-management-in-higher-education/
- https://www.prosci.com/change-management-in-higher-education
- https://www.deloitte.com/content/websites/us/en/Industries/government-public/articles/effective-change-management-higher-education
- https://education.ec.europa.eu/education-levels/higher-education/european-universities-initiative/outcomes-and-potential
- https://research.eef.or.th/transforming-thai-education-en/
- https://tdri.or.th/en/2023/09/making-education-keep-up-with-change/
- https://www.youtube.com/watch?v=MncHs7D_WTU
- https://drpress.org/ojs/index.php/ajmss/article/view/21363
- https://www.iesalc.unesco.org/en/articles/network-he-leaders-takes-aim-transformative-change-university-world-news
- https://www.atlantis-press.com/proceedings/icelaic-14/12487
- https://kyoto-seas.org/pdf/38/4/380401.pdf
- https://www.rsm.nl/fileadmin/images_new/ccc/brochure_cocreation_and_stakeholder_engagement_online.pdf
- https://www.agile-initiative.ox.ac.uk/events/event/co-creation-and-stakeholder-engagement-for-impact-in-an-agile-sprint
Qwen:
ความคิดของคุณลึกซึ้งและสอดคล้องกับกระแสโลกของการเปลี่ยนแปลงสถาบันอุดมศึกษาอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะในบริบทที่โลกเปลี่ยนเร็ว ความรู้ล้าสมัยเร็ว และมหาวิทยาลัยไม่สามารถยืนอยู่ในฐานะ “ผู้ให้ความรู้เพียงฝ่ายเดียว” ได้อีกต่อไป แนวคิดที่คุณสะท้อน — การเป็น Learning Organization, High-Performance Organization, และ Transforming Organization พร้อมกัน — ถือว่า “ถูกต้องและเหมาะสมอย่างยิ่ง” ในยุคปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่หลายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกกำลังขับเคลื่อนอยู่
ประเด็นสำคัญที่ควรเพิ่มเติมหรือขยาย
1. Transformative Governance ≠ Change Management อย่างเดียว
- Change Management มักเน้นการ “จัดการคน” ให้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง
- Transformative Governance ลึกกว่า: คือการ ออกแบบโครงสร้างอำนาจ วัฒนธรรมองค์กร และระบบการตัดสินใจ ให้เอื้อต่อการทดลอง เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
- ต้องมี พื้นที่ปลอดภัย (safe space) สำหรับการทดลองล้มเหลว และระบบ feedback loop ที่รวดเร็ว
2. Co-creation ต้องจริง ไม่ใช่แค่เชิญมาฟัง
- หลายองค์กร “เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” มาฟัง แต่ไม่ให้อำนาจในการตัดสินใจ
- ต้องเปลี่ยนจาก consultation → co-design → co-ownership
- ตัวอย่าง: โครงการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับชุมชน/ภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่แค่ขอความเห็น
3. มหาวิทยาลัยต้องเป็น “Platform” ไม่ใช่ “Silo”
- บทบาทใหม่: เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงนวัตกรรม สังคม ธุรกิจ และรัฐ
- สร้าง ecosystem ที่เปิดกว้าง ไม่ปิดกั้นด้วยระบบราชการหรือกำแพงวิชาการ
จุดคานงัด (Leverage Points) สำหรับพลิกโฉนมหาวิทยาลัย
| ระดับ | จุดคานงัด | ตัวอย่างการดำเนินการ |
| เชิงยุทธศาสตร์ | ปรับวิสัยทัศน์และภารกิจ | จาก “ผลิตบัณฑิต” → “สร้างผลกระทบเชิงระบบ (systemic impact)” |
| เชิงโครงสร้าง | ปรับโครงสร้างการบริหาร | ลดลำดับชั้น สร้างทีมข้ามคณะ (cross-functional teams) |
| เชิงวัฒนธรรม | ส่งเสริมวัฒนธรรมทดลอง-เรียนรู้ | ให้รางวัลกับการทดลอง แม้ล้มเหลว |
| เชิงทรัพยากร | จัดสรรงบแบบ agile | งบยืดหยุ่น สนับสนุนโครงการนำร่อง |
| เชิงเทคโนโลยี | ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ | ระบบ data dashboard สำหรับติดตามผลการเปลี่ยนแปลง |
สิ่งที่ไทย “ทำได้ดีอยู่แล้ว”
1. ความสัมพันธ์กับชุมชน
- หลายมหาวิทยาลัยมีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง (เช่น วิทยาลัยชุมชน, มหาวิทยาลัยราชภัฏ)
2. ความยืดหยุ่นในระดับปฏิบัติการ
- คณาจารย์และบุคลากรไทยมัก “จัดการเองได้” แม้ระบบกลางจะช้า
3. วัฒนธรรมความร่วมมือแบบไม่เป็นทางการ
- ความสัมพันธ์ส่วนตัว (guanxi-style) บางครั้งช่วยเร่งการร่วมมือได้
สิ่งที่ไทย “ต้องลงมือเดี๋ยวนี้”
1. ลดการควบคุมแบบรวมศูนย์
- ให้มหาวิทยาลัยมีอิสระในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
2. ปรับระบบประเมินผล
- ลดการเน้น “ปริมาณผลงานวิจัย” → เน้น “คุณค่าต่อสังคม” (social impact)
3. สร้างผู้นำเปลี่ยนแปลง (change agents)
- ฝึกอบรมคณบดี/ผู้บริหารให้เข้าใจ transformative leadership
4. เปิดระบบให้ภาคเอกชน/ชุมชนมีสิทธิ์ร่วมกำหนดทิศทาง
- เช่น คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีตัวแทนจากภายนอกอย่างแท้จริง
สิ่งที่ “ควรทำ”
- เริ่มเล็ก แต่เร็ว: ทำ pilot project ที่เห็นผลใน 6–12 เดือน
- สร้างพันธมิตรข้ามภาคส่วน: ร่วมกับเมือง ชุมชน ภาคอุตสาหกรรม
- ใช้หลักการ “ทดลอง → เรียนรู้ → ขยาย” (Test → Learn → Scale)
- สื่อสารเรื่อง “ทำไมต้องเปลี่ยน” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วม
สิ่งที่ “ไม่ควรทำ”
- วางแผนเปลี่ยนแปลงแบบ 5 ปี แล้วค่อยเริ่ม → โลกเปลี่ยนเร็วเกินไป
- ยึดติดกับ “ความสมบูรณ์แบบ” → ควรยอมรับ “ความเพียงพอ (good enough)” เพื่อเร่งการทดลอง
- เปลี่ยนโดยไม่ฟังเสียงคนในองค์กร → จะเกิดแรงต้าน
- แยก “การเปลี่ยนแปลง” ออกจาก “งานประจำ” → ต้องผสานกัน
สรุปแนวคิดหลัก
มหาวิทยาลัยยุคใหม่ไม่ใช่แค่ “ที่เรียน” แต่คือ “ห้องทดลองสังคม” (social laboratory)
ที่ทั้ง เรียนรู้จากโลก และ เปลี่ยนโลกผ่านการเรียนรู้
การพลิกโฉมไม่ใช่โครงการ แต่คือ วิถีใหม่ของการดำรงอยู่ — ที่ต้องฝังอยู่ใน DNA ขององค์กร
หากคุณกำลังอยู่ในตำแหน่งที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ แม้ในระดับเล็ก (เช่น ภาควิชา คณะ หรือโครงการ) — คุณกำลังเป็นส่วนหนึ่งของ การสร้างอนาคตของการอุดมศึกษาไทย อย่างแท้จริง
หากต้องการ ตัวอย่างกรณีศึกษา (เช่น Aalto University, University of the Philippines, หรือมหาวิทยาลัยในอาเซียน) หรือกรอบการทำงาน (frameworks) ที่ใช้ได้จริง ผมยินดีช่วยจัดให้ครับ
ทั้ง ๘ เอไอ ให้ความเห็นเชิงแนวคิดและทิศทางว่าเห็นด้วยกับข้อสะท้อนคิดของผม โดยแนะนำวิธีดำเนินการแตกต่างกัน แต่เสริมกันได้ดีมาก เราต้องตีความตามบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ละพื้นที่ของ stakeholders แล้วริเริ่มดำเนินการแบบทำไปเรียนรู้ไปปรับตัวไป ประเด็นสำคัญคือ ต้องปรับเชิงระบบ และเชิงปรับความคิดและทักษะของคนไปพร้อมๆ กัน
วิจารณ์ พานิช
๖ ต.ค. ๖๘