ผมถาม ๗ สหายเอไอว่า Global Transformation Sciences คืออะไร เริ่มต้นหรือมีที่มาที่ไปอย่างไร ส่งผลต่อความยั่งยืนของสังคมมนุษย์และ planet อย่างไรบ้าง
ได้รับคำตอบที่ประเทืองปัญญาเช่นเคย ขอนำคำตอบของ Grok, และ Qwen มาลงไว้ ดังต่อไปนี้
Grok:
Global Transformation Sciences (หรือที่อาจเรียกในบริบทใกล้เคียงว่า "Science for Global Transformation") เป็นแนวคิดหรือกรอบการทำงานที่มุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์มาใช้ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับโลก เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความไม่เท่าเทียมทางสังคม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) มันไม่ใช่สาขาวิชาเฉพาะเจาะจงแบบดั้งเดิม แต่เป็นการบูรณาการวิทยาศาสตร์หลากสาขาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ที่มาที่ไปหรือการเริ่มต้น
แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนวิทยาศาสตร์ให้เข้ากับยุคดิจิทัลและความท้าทายระดับโลกในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสาขาอื่นๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์โลก เช่น การล่าอาณานิคมหลังสงครามและการพัฒนาเทคโนโลยี ในบริบทสมัยใหม่ มันได้รับการผลักดันผ่านเวทีนานาชาติ เช่น:
- การประชุม S20 (Science20) ซึ่งเป็นกลุ่มมีส่วนร่วมทางวิทยาศาสตร์ของ G20 โดยในปี 2024 ภายใต้การเป็นประธานของบราซิล ได้ใช้ธีม "Science for Global Transformation" เพื่อหารือและเสนอแนะนโยบายให้กับผู้นำ G20 S20 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2017 เพื่อเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับการตัดสินใจระดับโลก และธีมนี้เน้นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคม
- แนวคิด "Open Science for a Global Transformation" ซึ่งเสนอโดย CODATA (Committee on Data of the International Science Council) ในปี 2020 เพื่อตอบสนองต่อคำแนะนำของ UNESCO เรื่อง Open Science โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการทำให้วิทยาศาสตร์เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และวิธีการวิจัยได้อย่างเท่าเทียม ลดช่องว่างทางดิจิทัลและส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากประเทศกำลังพัฒนา
- นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับงานวิจัยอื่นๆ เช่น การศึกษาการเปลี่ยนแปลงในวิทยาศาสตร์ชีวภาพหลังปี 1945 ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์โลก และการวิจัยด้านนโยบายภูมิอากาศจากสถาบันต่างๆ เช่น Kiel Institute ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงระดับโลกด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
โดยรวมแล้ว มันไม่ได้เริ่มจากจุดเดียว แต่เป็นวิวัฒนาการจากการรวมตัวของนักวิทยาศาสตร์ นักนโยบาย และองค์กรนานาชาติ เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์โลกที่เพิ่มขึ้น เช่น โรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ส่งผลต่อความยั่งยืนของสังคมมนุษย์และ planet อย่างไรบ้าง
Global Transformation Sciences มีผลกระทบเชิงบวกเป็นหลัก โดยมุ่งสร้างความยั่งยืนผ่านการบูรณาการวิทยาศาสตร์เข้ากับนโยบายและการปฏิบัติ ดังนี้:
| ด้านกระทบ | รายละเอียดผลกระทบ |
|----------|--------------------|
| **สังคมมนุษย์** | ส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะผ่าน Open Science ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศร่ำรวยและกำลังพัฒนา เช่น การแบ่งปันข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพและการศึกษา นอกจากนี้ ยังปรับระบบการศึกษาและแรงงานให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ (เช่น สังคมสูงวัย) เพื่อรองรับระบบประกันสังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ใน S20 2024 ได้เสนอแนะเรื่องความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice) เพื่อลดความไม่เท่าเทียมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในวิทยาศาสตร์ |
| **สิ่งแวดล้อมและ planet** | ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพภูมิอากาศเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น Open Science ยังสนับสนุน SDGs โดยทำให้ข้อมูลเปิดกว้างสำหรับการติดตามและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การสูญเสีย biodiversities และการจัดการภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการกำกับดูแลที่ดี อาจเกิดปัญหาเช่น "data extractivism" ที่เพิ่มช่องว่างดิจิทัลและกระทบความยั่งยืนในระยะยาว |
| **เศรษฐกิจและการพัฒนา** | สนับสนุนนวัตกรรมและการเติบโตที่ยั่งยืน โดยเชื่อมวิทยาศาสตร์กับนโยบาย เช่น การใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพโลก (Health Challenges) และส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งช่วยให้สังคมมนุษย์และ planet มีความยืดหยุ่นมากขึ้นต่อวิกฤตในอนาคต |
โดยสรุป มันช่วยสร้างโลกที่ยั่งยืนมากขึ้นโดยการทำให้วิทยาศาสตร์เป็น "สินค้าสาธารณะระดับโลก" แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล
Qwen:
**Global Transformation Sciences (GTS)** หรือ **วิทยาศาสตร์การเปลี่ยนแปลงระดับโลก** เป็นแนวคิดและกรอบความคิดใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในหมู่นักวิชาการ นักวิจัย และนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าใจและขับเคลื่อน "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" ของระบบสังคม-สิ่งแวดล้อม (socio-ecological systems) ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และโลก เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง
Global Transformation Sciences คืออะไร
Global Transformation Sciences ไม่ใช่สาขาวิชาเดียว แต่เป็น **เครือข่ายของศาสตร์ข้ามศาสตร์ (transdisciplinary sciences)** ที่รวมเอาความรู้จากหลายสาขา เช่น
- วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
- สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
- เศรษฐศาสตร์ยั่งยืน
- จิตวิทยาการเปลี่ยนแปลง
- นวัตกรรมทางเทคโนโลยี
- การเมืองและนโยบายสาธารณะ
- ปรัชญาและจริยธรรม
เพื่อศึกษา **“การเปลี่ยนแปลงระบบ” (systemic transformation)** ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และวิกฤติทรัพยากร
GTS มุ่งเน้นที่ **กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้ง** ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเล็กน้อย (incremental change) แต่เป็น **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของระบบ** เช่น ระบบเศรษฐกิจ พลังงาน การผลิตอาหาร การเมือง และค่านิยมของมนุษย์
ที่มาและความเป็นมาของ Global Transformation Sciences
แนวคิด GTS เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่า **แนวทางการพัฒนาแบบเดิมไม่เพียงพอ** ต่อการแก้ปัญหาโลกที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน (wicked problems) โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเกิดขึ้นของ GTS ดังนี้:
1. **รายงาน IPCC และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ**
ชี้ให้เห็นว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม
2. **เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)**
ทำให้เกิดความตระหนักว่า การบรรลุเป้าหมายทั้ง 17 ข้อนั้นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงระบบอย่างลึกซึ้ง
3. **แนวคิด “Great Transition” และ “Planetary Boundaries”**
- แนวคิด Planetary Boundaries โดย Johan Rockström (2009) ชี้ว่า มนุษย์กำลังข้ามขีดจำกัดของระบบนิเวศโลก
- Great Transition Initiative (GTI) เสนอว่า มนุษย์ต้องเลือกเส้นทางการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน
4. **การเติบโตของ Transdisciplinary Research**
นักวิจัยเริ่มทำงานร่วมกับชุมชน ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจ เพื่อออกแบบการเปลี่ยนแปลงที่ “จากล่างขึ้นบน” (bottom-up) และ “จากบนลงล่าง” (top-down)
5. **สถาบันวิจัยชั้นนำที่สนับสนุน**
เช่น International Institute for Sustainable Development (IISD), Stockholm Resilience Centre, Future Earth, และมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เปิดหลักสูตร Transformation Studies
ผลกระทบต่อความยั่งยืนของสังคมมนุษย์และดาวเคราะห์
Global Transformation Sciences มีบทบาทสำคัญต่อความยั่งยืนในหลายมิติ:
1. **สิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability)**
- ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (low-carbon economy)
- สนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศ (ecosystem restoration)
- ผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนและเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)
2. **สังคม (Social Sustainability)**
- ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
- สนับสนุนความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (environmental justice)
- เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น
3. **เศรษฐกิจ (Economic Sustainability)**
- ท้าทายโมเดลเศรษฐกิจแบบเติบโตไม่สิ้นสุด (growth-at-all-costs)
- ส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อเป้าหมาย (purpose-driven economy) และเศรษฐกิจเพื่อชีวิตที่ดี (well-being economy)
4. **วัฒนธรรมและค่านิยม (Cultural & Value Shifts)**
- กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงค่านิยมจาก “การมี” ไปสู่ “การเป็น” (being over having)
- เน้นความร่วมมือ การแบ่งปัน และความรับผิดชอบต่อโลก
5. **การเมืองและนโยบาย (Governance)**
- เสนอแบบจำลองการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม (participatory governance)
- ส่งเสริมนโยบายที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ระยะสั้น
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ GTS
- **การเปลี่ยนผ่านพลังงานในเยอรมนี (Energiewende)**
ใช้แนวทาง GTS ในการเปลี่ยนจากระบบพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน พร้อมมีการมีส่วนร่วมของประชาชน
- **เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Smart Sustainable Cities)**
เช่น เมืองโกเธนเบิร์ก หรือคูเปนเฮเกน ที่ใช้ GTS ในการออกแบบระบบขนส่ง ที่อยู่อาศัย และพลังงาน
- **โครงการเปลี่ยนแปลงอาหาร (Food System Transformation)**
เช่น การส่งเสริมอาหารท้องถิ่น อินทรีย์ และการลดการสูญเสียอาหาร
บทสรุป
**Global Transformation Sciences** คือ ความพยายามทางวิชาการและปฏิบัติ เพื่อเข้าใจและขับเคลื่อน **การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลก** ที่จำเป็นต่อการอยู่รอดและความยั่งยืนของมนุษย์และดาวเคราะห์
“เราไม่สามารถแก้ปัญหาโลกด้วยตรรกะเดียวกับที่สร้างมันขึ้นมา” — อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
GTS จึงเสนอว่า เราต้อง **เปลี่ยนทั้งระบบความคิด โครงสร้าง และค่านิยม** เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน ยุติธรรม และมีชีวิตชีวา
หากคุณสนใจ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก:
- **Future Earth** (futureearth.org)
- **Stockholm Resilience Centre** (stockholmresilience.org)
- **Great Transition Initiative** (greattransition.org)
- **International Sustainability Academy (ISA)**
หรือหลักสูตรระดับปริญญาโท-เอก ด้าน “Sustainability Science” หรือ “Transformation Studies” ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก เช่น มหาวิทยาลัยอูเพซลา (สวีเดน), มหาวิทยาลัยยอร์ก (อังกฤษ), หรือมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)
จะเห็นว่าโลกวิชาการมีการก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง เพื่อสนองความจำเป็นใหม่ๆ เพื่อสุขภาวะของมนุษย์ สังคม โลก และจักรวาล
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ส.ค. ๖๘