บทบาทปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนารูปแบบสมรรถนะ (ต่อ) 
                       (The Role of Artificial intelligence in Competency Model Development)  
                                                                                                    ดร.ชัชรินทร์  ชวนวัน ข้าราชการบำนาญ 
                                                                         สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2568 เมื่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เข้าสู่ยุคดิจิทัลและได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการศึกษาตามความสามารถ (CBE) ทำให้ถูกมองว่าการดำเนินงานตามกระบวนการหลักทั้ง 3 ระยะ (PHASE) แบบเดิมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ  หมายถึง การดำเนินงานแบบเดิมใช้เวลาและงบประมาณค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามประสบการณ์พบว่ากระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมรรถนะและการพัฒนาแบบจำลองสมรรถนะในระยะที่ 1 (Phase I) มีความล่าช้ามากใช้เวลานานและใช้งบประมาณดำเนินการมาก ในยุคคนี้จึงทำให้ไม่ทันสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้การพัฒนาโมเดลสมรรถนะแบบเดิมมีความเสี่ยงกับความล้มเหลวและมีแนวโน้มที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังและหันมาใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดำเนินงานแทน ซึ่งจากข้อมูลมีการอ้างอิงว่า การใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพัฒนาโมเดลสมรรถนะสามารถกระทำได้ในเวลา 1 วัน หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งในข้อเขียนตอนที่ 12 ผู้เขียนได้กล่าวถึงไว้ในบางส่วน  ดังนั้น บทบาทของ AI  ในการพัฒนาโมเดลความสามารถจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาบุคคลให้เติบโตก้าวหน้าไปสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล  โมเดลสมรรถนะสำหรับการพัฒนาบุคลากรดังกล่าวจะกำหนดความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่จำเป็นต่อการทำความเข้าใจ ใช้งาน และกำหนดทิศทางเทคโนโลยี AI อย่างมีความรับผิดชอบ การกำหนดสมรรถนะที่ชัดเจนจะช่วยเปิดประตูสู่แนวปฏิบัติและการตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมในหลากหลายภาคส่วนจนถึงภาคการศึกษา พร้อมกับพัฒนาความเชี่ยวชาญร่วมกันในยุคการเปลี่ยนแปลงนี้ 

แนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาโมเดลความสามารถ ในข้อเขียนตอนนี้ จะสรุปเคล็ดลับในการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์พัฒนาโมเดลสมรรถนะที่รวดเร็ว และสามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพได้ ความเข้าใจพื้นฐาน องค์กรที่จะพัฒนาโมเดลสมรรถนะเพื่อการพัฒนาบุคคล ต้องมีความเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า การพัฒนาโมเดลสมรรถนะ เกี่ยวข้องกับการระบุและบันทึกทักษะและความสามารถที่จำเป็นต่อความสำเร็จในบทบาทหรือหน้าที่ที่กำหนดของบุคคล กระบวนการนี้แต่เดิมส่วนใหญ่เป็นการพิจารณาซ้ำระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านความสามารถและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านขอองค์กร เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความหมายของการเป็นบุคคลผู้มีบทบาทที่เหมาะสมและประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่าการกำหนดคำจำกัดความที่ชัดเจนสำหรับสมรรถนะที่จำเป็นจะเป็นประโยชน์ แต่การแยกแยะคำจำกัดความในประเด็นต่างๆ ก็เป็นความท้าทายและเป็นงานที่ยุ่งยากในการคิดคำนิยามสมรรถนะ (Definition) และนำไปเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อทำให้โมเดลสมรรถนะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเขียนตัวบ่งชี้พฤติกรรม (Behavioral Indicators) ซึ่งระบุพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรมและพฤติกรรมที่สังเกตได้ซึ่งเป็นตัวแทนของสมรรถนะที่กำหนด จะต้องมีความชัดเจนเป็นที่ยอมรับในความเข้าใจและเป็นไปตามหลักการที่ระบุไว้ด้วยการใช้พจนานุกรมสมรรถนะต่างๆ (Competency Dictionary) หรือจากห้องสมุดสมรรถนะ (Competency Library) ทั่วไปที่มีอยู่แล้ว ดังนั้น การใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงเปิดโอกาสให้สามารถร่างโมเดลสมรรถนะที่ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะขององค์กรและกลยุทธ์การสร้างโมเดลสมรรถนะได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เคล็ดลับในการใข้ AI เชิงสร้างสรรค์พัฒนาโมเดลสมรรถนะที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมีดังนี้ เคล็ดลับที่ 1 ทำให้องค์กรและ AI เข้าใจตรงกันในการป้อนคำอธิบายในช่วงเริ่มต้นโครงการพัฒนาความสามารถ โดยความเห็นพ้องตรงกันระหว่างนโยบายองค์กรกับคำอธิบายงาน เพื่อทำให้ AI เข้าใจบริบทและความต้องการเฉพาะของบทบาทที่ได้รับมอบหมายให้เป็นโมเดลสมรรถนะ เช่น ระบุข้อความเบื้องต้นสำหรับการค้นหาและประมวลผลแก่ AI เพื่อเป็นข้อตกลงและให้ AI จดจำและบันทึกไว้เป็นกรอบในการทำงานครั้งต่อๆไป เช่น “ระบุรายการสมรรถนะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ในศตวรรษที่ 21 และยุคดิจิทัล” ในที่นี้บริบทหรือเงื่อนไขที่เป็นข้อตกลงระหว่างองค์กรและ AI ที่จะเข้าใจตรงกัน คือ 1.ระบุรายการสมรรถนะ 2.ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 3.ในศตวรรษที่ 21 และยุคดิจิทัล เป็นต้น บริบทนี้จะเป็นกรอบหรือขอบเขตสำคัญที่จะทำให้ AI ทำงานตามศักยภาพของโปรแกรม เคล็ดลับที่ 2 ขอให้ AI เพิ่มเติมรายการสมรรถนะมากกว่ารายการที่เราต้องการ เพื่อดูศักยภาพของโปรแกรม AI จะตอบสนองหรือไม่ ถ้า AI ตอบสนองและให้คำตอบตามผลลัพธ์ที่ต้องการ วิธีนี้จะช่วยให้ใช้เวลาของการค้นหาน้อยลง และทำให้เรามีข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ ถ้า AI ไม่ตอบสนองหรือให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จะทำให้เราทราบถึงศักยภาพของโปรแกรม AI นั้น และตัดสินใจว่า จะปรับลดเงื่อนไขให้น้อยลงหรือเลือกใช้โปรแกรมAI ที่มีศักยภาพสูงกว่า (ตัวอย่างที่ผู้เขียนให้เงื่อนไขกับโปรแกรม AI) “gives me back 15 relevant competencies for School administrators in 21st century and digital age” ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI คือ Key competencies for 21st-century school administrators include instructional leadership, strategic planning, and data analysis. Other crucial skills are technological and digital literacy, crisis and change management, and strong communication for engaging with diverse stakeholders. They must also excel in collaboration, creativity, problem-solving, and flexibility to navigate the modern educational landscape. Leadership and vision • Instructional Leadership: Guiding and supporting teachers to improve instruction and student outcomes. • Strategic Planning: Developing a long-term vision and plan to guide the school through future changes. • Change Management: Leading the school community through educational shifts and new initiatives. • Vision for the Future: Keeping the school relevant and prepared for the future by adapting to new trends and challenges. Management and operations • Data-driven Decision-Making: Using data to inform decisions, evaluate school performance, and improve student learning. • Human Resources Management: Managing staff, including professional development, evaluation, and fostering a positive work environment. • Emergency Management: Ensuring the safety and security of students and staff through prepared plans. • Grant Writing and Fundraising: Securing resources to support school programs and initiatives. Digital and 21st-century skills • Technology and Digital Literacy: Understanding and utilizing technology to enhance learning, operations, and communication. • Information Literacy: The ability to find, evaluate, and use information effectively. • Adaptability and Flexibility: Remaining responsive and able to adjust to new challenges, technologies, and student needs. • Creativity: Fostering a creative environment for both students and staff. Interpersonal and communication skills • Communication Skills: Effectively communicating with teachers, parents, students, and the wider community. • Collaboration: Working effectively with all stakeholders to achieve common goals. Active Listening: Genuinely hearing and understanding the perspectives of others. • Active Listening: Genuinely hearing and understanding the perspectives of others. จากตัวอย่าง แสดงว่าโปรแกรม AI ที่เราเลือกใช้มีศักยภาพในการวิเคราะห์และประมวลผลเพียงพอ เคล็ดลับที่ 3 ให้ AI ร่างและปรับแต่งคำจำกัดความและตัวบ่งชี้พฤติกรรมแต่ให้เงื่อนไขแก่ AI AI ให้คำแนะนำเกี่ยวกับระยะเวลาในการสร้างคำจำกัดความ อธิบายระดับของตัวบ่งชี้พฤติกรรมที่ต้องการ และให้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับตัวบ่งชี้พฤติกรรมอย่างรวดเร็ว ตัวอย่าง: “ for the competency provide a three-sentence definition of “Visionary Leadership competency” and three levels of behavioral indicators (low, medium and high proficiency). These behavioral indicators should be observable and consistent in structure to allow for ease of objective rating for potential assessment” ผลลัพธ์ - การป้อนข้อความที่ยาวเกินไปอบบนี้ AI ที่ผู้เขียนใช้ไม่ตอบสนอง คือ ไม่มีคำตอบให้ เลยลองเปลี่ยนข้อความให้สั้นลงเป็น “provide a three-sentence definition of “Visionary Leadership competency” ผลลัพธ์ที่ AI ให้คำตอบ ได้แก่ Visionary leadership is the competency of creating a compelling and clear vision for the future and inspiring others to work toward it. This involves strategic thinking, communicating the vision effectively, and empowering teams to innovate and achieve ambitious goals. Ultimately, it’s about leading change and driving progress by uniting people behind a shared purpose. Definition: Visionary leadership is the ability to create a clear and inspiring vision for the future and rally others to achieve it. Key components: It includes strategic thinking, effectively communicating the vision, and empowering others through delegation and fostering innovation. Outcome: This competency unites an organization around a shared purpose, enabling it to lead change and achieve ambitious goals that drive progress. สรุปได้ว่า AI อาจไม่ตอบสนองกับคำขอที่มีเงื่อนไขซับซ้อนมากเกินไป แต่จะตอบสนองกับคำขอที่ตอบให้ทีละประเด็น ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่า AI ให้คำตอบที่ดีสำหรับเงื่อนไขที่ไม่ซับซ้อนเกินกว่าขีดความสามารถของโปรแกรม (ยังมีเคล็ดลับอีกมาก โปรเรียนรู้เพิ่มเติม)

บทวิเคราะห์ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (HR) การสร้าโมเดลสมรรถนะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่การให้ข้อมูลในการสรรหาบุคลากรและการพัฒนาพนักงาน ไปจนถึงการสนับสนุนการบริหารจัดการประสิทธิภาพ แบบจำลองสมรรถนะเป็นแนวทางในการริเริ่มโครงการด้านทรัพยากรบุคคลมากมาย อย่างไรก็ตามการสร้างแบบจำลองแบบเดิมใช้เวลานานมาก ทำให้ผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักเร่งรีบพัฒนาหรือมองข้ามการปรับปรุงเป็นประจำ แนวทางที่เร่งรีบนี้แม้จะเข้าใจได้เมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดด้านปริมาณงาน แต่กลับส่งผลให้โมเดลสมรรถนะขาดความแม่นยำและความครอบคลุมที่จำเป็นต่อการชี้นำความพยายามในการบริหารจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างโมเดลสมรรถนะในยุคดิจิทัล เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (L&D) มีพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบกระบวนการบริหารจัดการบุคลากรเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เช่น แผนพัฒนาบุคคลหรือทีมส่วนบุคคล การยกระดับทักษะที่ตรงเป้าหมาย และแม้แต่การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง โมเดลสมรรถนะจะปรับทักษะและความสามารถให้สอดคล้องกับบทบาทหรือหน้าที่เฉพาะภายในองค์กรของคุณ ช่วยให้คุณสามารถเจาะลึกสิ่งที่ผู้เรียนต้องการมากที่สุด และสร้างแผน L&D เชิงกลยุทธ์ที่สร้างผลกระทบอย่างมากมาย การนำนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพัฒนาโมเดลสมรรถนะเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายขององค์กรในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ช่วยทำให้ขั้นตอนการทำงานเป็นระบบอัตโนมัติ และส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น การมุ่งเน้นไปที่การใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ หรือ GenAI ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงและมีโครงสร้างดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วโดยอิงจากคำแนะนำ ข้อความหรือบริบทที่กำหนดให้กับ AI อย่างชัดเจน แบบจำลองสมรรถนะในยุคดิจิทัลสามารถเตรียมความพร้อมบุคคลให้รับมือกับความต้องการของยุคดิจิทัลได้ดีขึ้น พร้อมกับส่งเสริมประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับตัวในโปรแกรมการฝึกอบรม ในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีเกิดใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันได้ปฏิวัติวิธีการปฏิบัติงานในหลากหลายสาขา ผู้นำองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการรักษาบุคลากรที่คล่องตัวและตอบสนองฉับไว กระบวนการพัฒนาโมเดลสมรรถนะแบบเดิมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความล้มเหลวในการพัฒนาโมเดลสมรรถนะของตนเองก็มีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบสมรรถนะจากแบบเดิมสู่การสร้างโมเดลงสมรรถนะในยุคใหม่ที่ต้องพัฒนาเพื่อรองรับความท้าทายเฉพาะตัวของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งความท้าทายสองประการ ได้แก่ 1.การระบุและเน้นย้ำสมรรถนะใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ 2.การประเมินงานที่ล้าสมัยหรือถูกเสริมประสิทธิภาพโดยระบบ AI การกำหนดทักษะทางเทคนิคในการโต้ตอบกับระบบ AI ควบคู่ไปกับทักษะทางปัญญาและการปรับตัวซึ่งจำเป็นต่อการทำงานเป็นทีมแบบไดนามิกรวมทั้งการจัดโครงสร้างการฝึกอบรมและการประเมินให้สอดคล้องกับสมรรถนะดิจิทัล จะช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่าบุคลากรมีความพร้อมที่จะทำงานควบคู่ไปกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์จึงมีส่วนเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างโมเดลสมรรถนะด้วยตัวเลือกที่ปรับแต่งได้อย่างรวดเร็วและรวดเร็ว ความสำเร็จของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์-AI จะขึ้นอยู่กับความสามารถขององค์กรในการปรับปรุงโมเดลสมรรถนะอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนความสามารถการปรับตัวของบุคลากรให้สามารถพัฒนาบทบาทงานไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โมเดลสมรรถนะจึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงบ่อยขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและสะท้อนถึงพลวัตของวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี รวมถึงควรได้รับการปรับปรุงให้ครอบคลุมการตัดสินใจที่มากขึ้นและเน้นการทำงานร่วมกับระบบ AI เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงานอัตโนมัติและการมีส่วนร่วมของมนุษย์ ได้แก่ การกำจัดงานที่ล้าสมัย การปรับปรุงงานที่มีอยู่เดิม และการรวมเอาความรับผิดชอบใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเข้ามาด้วย การใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเสริมความเชี่ยวชาญของมนุษย์แทนที่จะเข้ามาแทนที่จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างบุคลากรที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับอนาคตซึ่งสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ดังนั้น การที่องค์กรต่างๆ สามารถตอบสนองความต้องการด้านทักษะของบุคลากรรองรับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารแสดงถึงศักยภาพของการเป็นผู้นำองค์กรที่มีประสิทธิภาพในโลกยุคใหม่อีกด้วย …………………………………………………………..

ตอนต่อไป : บทบาทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพัฒนาหลักสูตรสมรรถนะ