สัจธรรมที่ผุดขึ้นมากลางใจผมที่เด่นชัดที่สุดก็คือ “เมตตาธรรม”ต้องมีในการบริหารจัดการ และใช่ควบคู่กับหลักเกณฑ์ ระเบียบและข้อกฎหมาย โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน มีความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองในด้านวิชาการ อาจเป็นเพราะเป็นศึกษานิเทศก์มาก่อน และเป็นนักอ่านหนังสือตัวยง จึงมีความทะนงองอาจในงานยิ่งนัก

ประการสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจในงานการเรียนการสอน และออกนอกกรอบได้อย่างสบายๆ เพราะผมลงไปสอนหนังสือเอง สอนหลายชั้น และสอนเกือบทุกวัน

อันนี้เป็นตัวตนของผมที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร และเชื่อว่าเป็นธรรมชาติหรือเป็นความสง่างามของโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ผู้นำไม่ประสงค์จะเป็นเจ้าคนนายคนเพียงสถานเดียว

เพราะความเชื่อที่ว่าเด็กต้องอ่านออกเขียนได้ จะใช้วิธีการใดก็ได้ แต่จุดหมายต้องชัดเจน

ผมจึงเชื่อมั่นในงานวิชาการ ทำงานอย่างสนุก จนแทบจะลืมงานบริหารบุคคล ถือว่าโชคยังดีที่ไม่มีปัญหาด้านบริหารคน คงเป็นเพราะผมทำให้ดูอยู่ให้เห็น จึงไม่ต้องมานั่งปวดหัวและไม่ต้องแก้ปัญหาใดๆ

พอมานั่งในตำแหน่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือ อ.ก.ค.ศ.ของเขตพื้นที่การศึกษาฯ ทำให้มองเห็นภาพงานบริหารบุคคลได้ชัดเจน กว้างขวางและเข้าใจมากขึ้นเป็นลำดับ

ความเข้าใจอันแรกที่สำคัญก็คือ อย่าได้คิดออกนอกกรอบหรือทำตามอำเภอใจอย่างเด็ดขาด

งานบริหารบุคคล มีความหลากหลาย มีมิติที่ลึกซึ้งมาก และมีข้อกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้การบริหารจัดการมีทางเดิน มีความถูกต้อง เป็นประโยชน์และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ผู้ปฏิบัติงานบริหารจึงต้องมีความเป็นธรรม โปร่งใส และยึดความถูกต้อง ไม่ยึดผลประโยชน์ส่วนตนใดๆทั้งสิ้น

วันนี้ ผมเข้าประชุม อ.ก.ค.ศ. ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๘ มีเรื่องให้พิจารณามากมาย เรื่องใหญ่คือการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ ๒ (๑ ตุลาคม ๒๕๖๘)

ส่วนเรื่องอื่นๆก็จะคล้ายๆกันกับทุกครั้งที่เข้าประชุมฯ เช่นเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินข้าราชการครู การอนุมัติผลการประเมินการขอมีวิทยฐานะ หรือเลื่อนวิทยฐานะ

การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด สพฐ.(การย้ายกรณีปกติ) ประจำปี ๒๕๖๘ ครั้งที่ ๒ รอบที่ ๑ และการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา

เรื่องใหม่ที่เข้ามาและเป็นที่น่ายินดีก็คือการจัดสรรและกำหนดตำแหน่งจากอัตราว่าง ซึ่งได้รับการจัดสรรคืนจากผลการเกษียณอายุราชการของครูและผู้บริหาร เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๘

ยิ่งเข้าประชุมบ่อยครั้ง ทำให้ทราบว่างานบริหารบุคคลมีขอบข่ายงานที่เยอะมาก เป็นกรอบที่ครอบคลุมเนื้องานที่ช่วยดูแลและรักษาผลประโยชน์คนทำงาน ขณะเดียวกันก็ป้องปรามมิให้เกิดความทุจริตประพฤติมิชอบ

ผมกับคณะอนุกรรมการฯทุกคนจึงพิจารณาเรื่องการเลื่อนเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยความตั้งใจ รัดกุม และละเอียดรอบคอบ ตลอดจนใช้เวลานานมาก

ก่อนส่งมอบให้สำนักงานเขตไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ผมถามตัวเองว่าผมได้อะไรจากการประชุมฯในวันนี้ อันแรกเลยผมรู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประชุมฯอ.ก.ค.ศ.

ความรู้สึกสดใสที่ตัวผมเองนับวันจะยิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่างานบุคคลมิใช่งานง่ายและเยอะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นงานที่ต้องทำอย่างพิถีพิถัน มองให้รอบด้านและเกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด

อย่างน้อยผมก็เข้าใจถึงคำว่า “การขอความเห็นชอบในหลักการ หรือขออนุมัติเป็นหลักการ”นั้นหมายความว่าอย่างไร และตระหนักว่างานอ.ก.ค.ศ.มิใช่งานสบายเลย มีความหมิ่นเหม่และมีความสุ่มเสี่ยงสูงมาก

สุดท้าย..ผมรู้สึกและสัมผัสได้ถึงหัวอกของคนทำงานบนสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ของครูและผู้บริหารที่อยู่ในโรงเรียน จะต้องทุ่มเทและทำงานหนักกับงานบริหารบุคคล โดยเฉพาะงานเลื่อนเงินเดือนในทุกๆครั้งที่ผ่านมา

แต่ครั้งนี้ สัจธรรมที่ผุดขึ้นมากลางใจผมที่เด่นชัดที่สุดก็คือ “เมตตาธรรม”ต้องมีในการบริหารจัดการ และใช้ควบคู่กับหลักเกณฑ์ ระเบียบและข้อกฎหมาย โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ 20251011082339.jpg 20251011082223.jpg 20251011082257.jpg 20251011082325.jpg 20251011082350.jpg 20251011082417.jpg 20251011082243.jpg