สถาบันการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา
(Institute for Educational Competency Assessment and Accreditation)
ดร.ชัชรินทร์ ชวนวัน ข้าราชการบำนาญ
สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2568
…………………………………………………………
การนำแนวคิดสมรรถนะมาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นที่ยอมรับขององค์กรต่างๆในโลกที่นำมาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษาการพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยอิงสมรรถนะมุ่งเน้นไปที่การได้มาและแสดงทักษะ ความรู้ และพฤติกรรมเฉพาะสำหรับบทบาทผ่านการประเมิน ในขณะที่การรับรองสมรรถนะเป็นการยืนยันว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับสมรรถนะเหล่านั้นในสภาพแวดล้อมจริงทั้งนี้ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นมือใหม่หรือผู้มากประสบการณ์ การพิสูจน์และการได้รับใบรับรองความสามารถจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอบรมที่เน้นสมรรถนะ เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจและเป็นเครื่องยืนยันรับรองว่าบุคคลนั้นสามารถแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในทักษะ ความรู้ และทัศนคติที่จำเป็นเฉพาะเจาะจงเหนือกว่าคุณวุฒิทั่วไป สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่แตกต่างจากใบรับรองปริญญามาตรฐานหรือการสำเร็จหลักสูตร สำหรับองค์กรดำเนินการที่เป็นผู้ออกหลักฐานใบรับรองความสามารถ เป็นกรอบการประกันคุณภาพที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานตามโปรแกรม หลักสูตร และการพัฒนาบุคคลต่างๆ เป็นไปอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้และยังเป็นการยืนยันการเป็นองค์กรประสิทธิภาพในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลสำหรับความก้าวหน้าและความสำเร็จในโลกแห่งความเป็นจริงหรือวิชาชีพ สำหรับการดำเนินงานในอารยะประเทศจากการสืบค้นและประมวลข้อมูลจาก AI พบว่าได้ให้ความสำคัญกับการออกใบรับรองความสามารถ (Certification Competency) เช่น สหราชอาณาจักรออกใบรับรองความสามารถทางการศึกษา (Cert Ed) เป็นคุณวุฒิวิชาชีพสำหรับครู, สหรัฐอเมริกามีใบรับรองรูปแบบต่างๆ ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านทักษะ เช่น ใบอนุญาตการสอนของรัฐ (State Teaching License) ซึ่งรับรองความสามารถของครูระดับ K-12 , ใบรับรองจากหลักสูตร Competency-Based Education (CBE) ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในทักษะทางวิชาการเฉพาะด้าน และยังมีใบรับรองความสามารถระดับโลก (Global Competence Certificate) ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาสำหรับครูที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ระดับโลกอีกด้วย, ในประเทศฟิลิปปินส์ ใบรับรองความสามารถ เรียกว่า Certificate of Competency : COC) ออกโดย TESDA หลังจากที่บุคคลผ่านการประเมินความสามารถสำหรับชุดทักษะวิชาชีพหรือทักษะทางเทคนิคเฉพาะ ที่น่าสนใจ คือ สำหรับนักการศึกษาอย่างเป็นทางการ การจะได้รับ COC ต้องผ่านการประเมินความสามารถผ่านระบบการประเมินและรับรองความสามารถ TVET ของฟิลิปปินส์ (PTCACS) ที่ศูนย์ประเมินที่ได้รับการรับรองจาก TESDA สำหรับประเทศสารขัณฑ์ จากข้อมูลพบว่ามีนำหลักการการศึกษาที่เน้นสมรรถนะ (CBE) มาใช้ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกำลังศึกษาการประยุกต์ใช้หลักการนี้ในระดับอุดมศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาและรับมือกับความท้าทายในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ยังไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีการออกใบรับรองความสามารถ (Competency Certificate) โดยหน่วยงานใดหรือออกให้กับบุคคลประเภทใดบ้าง
การนำเสนอข้อมูลต่อไปนี้ เป็นผลจากการสืบค้นและประมวลจาก AI สถาบันการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา (Institute for Educational Competency Assessment and Accreditation) เป็นแนวคิดที่ผู้เขียนเห็นว่า มีความสำคัญและจำเป็นในยุคการศึกษาในศตวรรษที่21 และยุคดิจิทัล ที่ควรมีการจัดตั้งขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการหรือภายใต้หน่วยงานที่จัดการศึกษาตามความสามารถ เพื่อให้เป็นองค์กรหรือหน่วยงานเฉพาะที่เป็นการสร้างมาตรฐานการพัฒนาความสามารถ รับประกันความพร้อม ส่งเสริมความก้าวหน้าของทรัพยากรบุคลากรทางการศึกษา และเพิ่มผลิตภาพขององค์กร หน่วยงานและสถานศึกษา ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพรองรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และยุคดิจิทัล บทบาทหน้าที่สำคัญมุ่งเน้นการออกแบบ ส่งมอบ และประเมินโปรแกรมการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอบรมที่กำหนดขึ้น และจัดลำดับความสำคัญของความเชี่ยวชาญตามความสามารถในทักษะและความรู้เฉพาะ โดยผ่านการศึกษาตามความสามารถ (CBE) ,การเรียนรู้ตาความสามารถหรือแบบจำลองการฝึกอบรมตามความสามารถ (CBT) โดยสถาบันนี้ใช้วิธีการประเมินความสามารถของผู้เรียนในการปฏิบัติงานเฉพาะด้านและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดแทนการทดสอบแบบเดิม เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เรียนสามารถนำการเรียนรู้ของตนไปประยุกต์ใช้จริง และทำให้เกิดเส้นทางการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนตนเองส่วนบุคคลและความก้าวหน้าโดยพิจารณาจากความสามารถที่แสดงให้เห็นจากกระบวนการพัฒนาและเรียนรู้ที่กำหนด รวมทั้งจัดให้มีโครงสร้างสำหรับการได้มาและการตรวจสอบทักษะ นำไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีขึ้นและส่งเสริมวัฒนธรรมการปรับปรุงความสามารถอย่างต่อเนื่องภายในองค์กรหรือระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการศึกษา หลักการและแนวคิด
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามความสามารถ ทั้งการศึกษาตามความสามารถ (Competency Based Education : CBE) หรือการเรียนรู้ตามความสามารถ (Competency Based Training) หรือการฝึกอบรมตามความสามารถ (Competency Based Training) มีวัตถุประสงค์ คือ การดำเนินงานเพื่อให้แน่ใจได้ว่าบุคคลได้รับการพัฒนาและแสดงให้เห็นถึงทักษะ ความรู้ และพฤติกรรมเฉพาะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จตามสถานการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือบทบาทเฉพาะ เป้าหมายหลัก ได้แก่ การปรับปรุงผลลัพธ์การเรียนรู้ การปรับการศึกษาให้ตรงตามความต้องการและจังหวะของแต่ละบุคคล การเพิ่มระดับความสามารถและผลิตภาพของบุคลากร การจัดหาเส้นทางที่โปร่งใสและวัดผลได้สำหรับการเติบโตส่วนบุคคลและทางอาชีพ วัตถุประสงค์ของการประเมินการศึกษาทั้ง 3 ประการ คือ เพื่อกำหนดและตรวจสอบความเชี่ยวชาญของผู้เรียนในทักษะ ความรู้ และความสามารถเฉพาะด้านโดยการประเมินสิ่งที่ผู้เรียนสามารถแสดงให้เห็นในสถานการณ์จริงในโลกแห่งความเป็นจริง เป้าหมายคือ เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลสามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนดไว้และเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคตโดยการพัฒนาความสามารถที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จในชีวิตการศึกษาและอาชีพของตน วัตถุประสงค์หลักของการรับรองสำหรับการศึกษาทั้ง 3 แบบ คือ การสร้างความมั่นใจและรับรองว่าผู้เรียนสามารถแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในทักษะ ความรู้ และทัศนคติที่จำเป็นเฉพาะเจาะจง ซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในโลกแห่งความเป็นจริงในสาขาหรือวิชาชีพของตน การรับรองจะมุ่งเน้นไปที่สมรรถนะและผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็น เพื่อยืนยันว่าผู้สำเร็จการศึกษามีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของวิชาชีพหรือเส้นทางการศึกษาที่ตนเลือก ดังนั้น การรับรองความสามารถจึงเป็นการรับรองคุณภาพในด้านการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอบรมที่เน้นสมรรถนะ เนื่องจากเป็นกรอบสำหรับการประกันคุณภาพ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโปรแกรมต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานสมรรถนะที่กำหนด และเตรียมผู้สำเร็จการศึกษาให้พร้อมสำหรับโลกแห่งวิชาชีพ การรับรองยังสร้างความไว้วางใจและสิทธิประโยชน์ให้กับผู้เรียนและนายจ้างด้วยการรับรองทักษะและความรู้เชิงปฏิบัติ เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของสถาบันผู้ดำเนินการโดยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผลิตผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถ และส่งเสริมนวัตกรรมโดยสนับสนุนการจัดแนวทางให้สอดคล้องกับความต้องการของกำลังแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเปิดเส้นทางสู่รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและไม่ใช่แบบดั้งเดิม
นิยามและความหมาย
จากหลักการและแนวคิด ดังกล่าว จึงอาจให้นิยามและความหมายได้ว่า สถาบันการประเมินและรับรองสมรรถนะทางการศึกษา (Institute for Educational Competency Assessment and Accreditation) คือ หน่วยงานการประเมินและรับรองคุณภาพสถาบันการศึกษา หลักสูตรต่างๆ และบุคลากรทางการศึกษา โดยพิจารณาจากการพัฒนากรอบการทำงานกระบวนการต่างๆ และสมรรถนะที่แสดงให้เห็น ที่มีประเด็นสำคัญประกอบด้วย
หลักการสำคัญ คือ มุ่งเน้นการประเมินที่สมรรถนะและความเชี่ยวชาญด้านทักษะและความรู้ของผู้เรียนและความสามารถการดำเนินงาของสถาบัน หน่วยงาน หรือ สถานศึกษา
บทบาทหน้าที่ คือ เป็นหน่วยงานกลางในการพัฒนา ดำเนินการ และออกแบบโปรแกรมหรือหลักสูตรการศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม ที่มุ่งเน้นสมรรถนะ การประเมินความเชี่ยวชาญ การแสดงทักษะและความรู้เฉพาะทาง ที่ทำให้มั่นใจว่าบุคคลมีสมรรถนะเชิงปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จทางวิชาชีพและวิชาการ
การประเมินและรับรองคุณภาพ คือ สถาบัน หน่วยงาน ดำเนินการรับรองคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานโดยกำหนดวิธีการและมาตรฐานการศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม แล้วนำมาตรฐานเหล่านั้นมาใช้ในการประเมินและรับรองคุณภาพแก่สถาบัน หน่วยงาน บุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐาน
การประกันคุณภาพ คือ กำหนดมาตรฐานและดำเนินการประเมินสถาบัน หน่วยงาน บุคลากร เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และส่งเสริมความเป็นเลิศของหลักสูตรการศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม
การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ พัฒนากระบวนการรับรองคุณภาพด้วยความมุ่งมั่นในการประเมินและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้สถาบัน หน่วยงาน บุคลากร ต่างๆ สามารถรักษาและพัฒนามาตรฐานการศึกษาของตนได้อย่างต่อเนื่อง
การประยุกต์ใช้จริง คือ การประเมินและการรับรองคุณภาพโดยอิงสมรรถนะ เน้นการนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในทางปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนมีความพร้อมสำหรับความต้องการในวิชาชีพหรือการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
วัตถุประสงค์หลักของการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา
(สำหรับการศึกษา (CBE) การเรียนรู้ (CBL) การฝึกอบรม (CBT) แบบเน้นสมรรถนะ)
วัตถุประสงค์หลักของการรับรองฯ คือ เพื่อสร้างความมั่นใจและรับรองว่าผู้เรียนสามารถแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในทักษะ ความรู้ และทัศนคติที่จำเป็นเฉพาะเจาะจง ซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในโลกแห่งความเป็นจริงในสาขาหรือวิชาชีพของตน การรับรองมุ่งเน้นไปที่สมรรถนะและผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นมากกว่าระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ และเพื่อยืนยันว่าผู้สำเร็จการศึกษาฯ มีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของวิชาชีพหรือเส้นทางการศึกษาที่ตนเลือก
ประเด็นสำคัญตามวัตถุประสงค์การรับรอง
1.การประเมินโดยอิงผลลัพธ์ (Outcome-Based Assessment) -การรับรองเป็นการยืนยันว่าผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชี่ยวชาญในสมรรถนะ ทักษะ และความรู้
2.การแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ (Demonstration of Proficiency) -การมุ่งเน้นไปที่ความสามารถของผู้เรียนในการแสดงถึงการกระทำและนำการเรียนรู้ไปใช้ ไม่มุ่งเน้นเพียงการท่องจำข้อเท็จจริงหรือการทำรายงานให้สำเร็จ
3.การเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานจริง (Preparation for Real-World Applications)
-การรับรองตวามสามารถช่วยให้มั่นใจได้ว่าสมรรถนะที่ได้รับและประเมินนั้นมีความเกี่ยวข้องและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง ในบทบาทหน้าที่การงาน และความท้าทายทางวิชาชีพได้โดยตรง
4.เกณฑ์มาตรฐานและวัตถุประสงค์ (Standardized and Objective Criteria) -มาตรฐานการรับรองความสามารถ กำหนดเกณฑ์และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนสำหรับองค์ประกอบสมรรถนะ และวิธีการติดตามความสำเร็จเหล่านี้ รวมถึงข้อบกพร่องด้านต่างๆ
5.เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning Pathways) -การรับรองความสามารถ ควรให้การยอมรับและเปิดโอกาสให้เกิดความยืดหยุ่นในหลักสูตรและวิธีการเรียนรู้ ตราบใดที่ผู้เรียนสามารถแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่จำเป็นได้ในที่สุด
6.ความพร้อมทางวิชาชีพ (Professional Readiness) -การรับรองความสามารถของหลักสูตร CBE,CBL,CBT ควรทำหน้าที่สร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนและผู้รับประโยชน์ว่าผู้สำเร็จการศึกษา เรียนรู้และการฝึกอบรม มีทักษะที่จำเป็นในการเข้าสู่วิชาชีพและประสบความสำเร็จ ซึ่งจะช่วยให้มีมาตรฐานสมรรถนะวิชาชีพที่สูงขึ้น
พันธกิจและความรับผิดชอบของสถาบันการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา
สถาบันการประเมินและรับรองสมรรถนะทางการศึกษา มุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาและกำหนดมาตรฐานความสามารถ 2.การให้การฝึกอบรมพัฒนาความสามารถที่มีคุณภาพสูง 3.ดำเนินการประเมินความสามารถอย่างเป็นกลาง และ4.สร้างความมั่นใจว่าบุคคลผู้เรียนหรือผู้สมัคร มีความรู้ ทักษะ ค่านิยม และทัศนคติเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานจริงและมาตรฐานวิชาชีพ
พันธกิจหลัก คือ 1.การยกระดับคุณภาพวิชาชีพทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติ
2.ขยายการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอบรม
3.ส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างกำลังคนที่มีทักษะความสามารถและสามารถแข่งขันได้
พันธกิจและความรับผิดชอบการดำเนินงาน
1.เป็นศูนย์กลางของการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา แก่องค์กร หน่วยงาน ที่ทำหน้าที่จัดการศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม และบุคคลตามความสามารถด้วยเกณฑ์ มาตรฐานที่กำหนด และวิธีการหลากหลาย รวมทั้งเป็นเครือข่ายข้อมูลและสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคน
2.พัฒนาและกำหนดมาตรฐานสมรรถนะ โดยการสร้างและส่งเสริมโปรแกรมการศึกษา การเรียนรู้การฝึกอบรมและพัฒนาวิชาชีพที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์กร ระดับชาติและนานาชาติ
3.ดำเนินการจัดการศึกษา การเรียนรู้ ฝึกอบรมและประเมินตามแนวทางความสามารถ แก่ผู้เรียนโดยเสนอโปรแกรมที่ตรงเป้าหมายเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ระบุ ทั้งสามารถจัดด้วยตนเองหรือผสมผสานรูปแบบ
4.สร้างความมั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อม โดยการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรทางการศึกษามีขีดความสามารถสำหรับความต้องการในการทำงานจริงด้วยการจัดการศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรมให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์กร และส่งเสริมการได้มาซึ่งทักษะหรือสมรรถนะเฉพาะด้าน
5.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตนวัตกรรมและการจัดการความรู้ โดยการ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรับผิดชอบต่อกระบวนการเรียนรู้ของตนเองผ่านโปรแกรมที่ยืดหยุ่นและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รวมทั้งขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านการวิจัยและการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพและคุณภาพชีวิต
6.ส่งเสริมการพัฒนาความสามารถวิชาชีพสำหรับนักการศึกษา โดยสนับสนุนการพัฒนาความสามารถและผู้บริหารการศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้บรรลุตามมาตฐานความเป็นเลิศและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในวิชาชีพ
7.สร้างเครือข่ายความร่วมมือ โดยสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อสร้างระบบการทำงานร่วมกัน
8.มอบใบรับรองความสามารถ โดยการเปิดโอกาสให้บุคคลที่ผ่านการประเมินความสามารถสำหรับการศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม ได้รับใบรับรองความสามารถที่ได้รับการยอมรับในระดับองค์กร และระดับประเทศ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงสมรรถนะที่ได้มา
ประโยชน์ของสถาบันการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา
สถาบันการประเมินและรับรองความสามารถทางการศึกษา เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน นักการศึกษา และองค์กร โดยการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ส่วนบุคคล การพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริง เพิ่มการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจ จัดให้มีการวัดความสามารถที่ชัดเจนและเป็นกลาง และสร้างความมั่นใจว่าโปรแกรมต่างๆ จะสอดคล้องกับความต้องการของสังคม รวมทั้งจะเป็นการเตรียมบุคคลให้พร้อมสำหรับความสำเร็จของบุคลากรและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
สำหรับผู้เรียน
1.การเรียนรู้ส่วนบุคคลและยืดหยุ่น บุคคลสามารถเรียนรู้ตามจังหวะของตนเอง โดยมุ่งเน้นที่ทักษะและ
ความต้องการเฉพาะนำไปสู่ความเชี่ยวชาญที่ดีขึ้น
2.การมีส่วนร่วมและแรงจูงใจที่เพิ่มขึ้น การเรียนรู้จะมีความเกี่ยวข้องเมื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันใน
โลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งจะเพิ่มความสนใจและแรงผลักดันการเรียนรู้
3.ทักษะในโลกแห่งความเป็นจริง การศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรมมุ่งเน้นไปที่ทักษะการปฏิบัติและ
ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้โดยตรงกับบทบาทงานและความท้าทายในอนาคต
4.ความมั่นใจที่ดีขึ้น การแสดงความสามารถที่แท้จริงจะสร้างความมั่นใจและเป็นหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน
สำหรับนักการศึกษาและสถาบัน
1.เป้าหมายและผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น องค์กร หรือ ผู้บริหารสามารถกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่
เฉพาะเจาะจงและสามารถวัดความก้าวหน้าของผู้เรียนไปสู่สมรรถนะที่กำหนดไว้
2.การสอนแบบเจาะจง การประเมินจะให้ข้อเสนอแนะอย่างละเอียด ช่วยให้สามารถระบุส่วนเฉพาะที่
ผู้เรียนต้องการการสนับสนุนและปรับแต่งการสอนการเรียนรู้ให้เหมาะสม
3.การประเมินแบบมีวัตถุประสงค์และเป็นกลาง การประเมินโดยอิงสมรรถนะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ผู้เรียน
สามารถทำได้ ไม่ใช่แค่คะแนน นำไปสู่การประเมินความสามารถที่ยุติธรรมและลำเอียงน้อยลง
4.การปรับปรุงหลักสูตร องค์กรใช้ข้อมูลจากการประเมินพัฒนาหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
1.สมรรถนะที่ได้รับการยอมรับ นายจ้างรู้ว่าบุคคลสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อได้รับการว่าจ้าง
2.ความสอดคล้องกับความต้องการ สามารถออกแบบโปรแกรมการฝึกอบรมให้ตรงกับความต้องการ
เฉพาะขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมสำหรับความท้าทายทั้งในปัจจุบันและอนาคต
3.เพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการทำงาน บุคลากรที่มีความสามารถมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมและมี
ประสิทธิภาพในบทบาทหน้าที่ของตนมากขึ้น
………………………………………………..