ดิฉันก็เห็นแล้ว สัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสูร มนุษย์ หรือเทพดาบางพวก ดิฉันก็เห็นแล้ว ผลกรรมของตน ดิฉันก็ได้เห็นด้วยตนเองแล้ว ดิฉันจักทำบุญไว้ให้มาก.

ปาฏลิปุตตเปตวัตถุ

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๑๑. ปาฏลิปุตตเปตวัตถุ

เรื่องหญิงชาวเมืองปาฏลีบุตรสนทนากับเปรต

             (เวมานิกเปรตตนหนึ่งได้กล่าวกับหญิงมนุษย์คนหนึ่งว่า)

             [๗๙๓] สัตว์นรกบางพวก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสุรกาย หรือแม้มนุษย์ และเทวดาเธอก็ได้เห็นแล้ว ผลกรรมของตนเธอก็ได้เห็นด้วยตนเอง เราจักนำเธอไปส่งยังเมืองปาฏลีบุตรซึ่งไม่มีใครหวงห้าม เธอไปที่เมืองนั้นแล้วจงทำกุศลกรรมเถิด

             (เมื่อหญิงนั้นได้ฟังแล้ว มีความปลื้มใจ จึงกล่าวตอบว่า)

             [๗๙๔] เทวดาผู้ควรบูชา ท่านเป็นผู้มุ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ดิฉัน ดิฉันจะทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของดิฉัน

             [๗๙๕] สัตว์นรกบางพวก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสุรกาย หรือแม้มนุษย์ และเทวดาดิฉันก็ได้เห็นแล้ว ผลกรรมของตนดิฉันก็ได้เห็นเองแล้ว ดิฉันจะทำบุญให้มาก

ปาฏลิปุตตเปตวัตถุที่ ๑๑ จบ

---------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ

อรรถกถา ขุททกนิกาย เปตวัตถุ มหาวรรคที่ ๔

๑๑. ปาฏลีปุตตเปตวัตถุ

               อรรถกถาปาฏลีปุตตเปตวัตถุที่ ๑๑               

               เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภวิมานเปรตตนหนึ่ง ดังนี้
               ได้ยินว่า พ่อค้าชาวกรุงสาวัตถีและชาวกรุงปาฏลีบุตรเป็นอันมาก แล่นเรือไปยังสุวรรณภูมิ. บรรดาพ่อค้าเหล่านั้น พ่อค้าคนหนึ่งเป็นอุบาสก เกิดป่วยไข้ มีจิตปฏิพัทธ์ในมาตุคาม ได้ทำกาละแล้ว. เขาแม้ได้ทำกุศลไว้ก็ไม่เข้าถึงเทวโลก เกิดเป็นวิมานเปรตในท่ามกลางมหาสมุทร เพราะเป็นผู้มีจิตปฏิพัทธ์ในหญิง.
               ก็หญิงที่เขามีจิตปฏิพัทธ์นั้น ขึ้นเรือไปยังสุวรรณภูมิ.
               ลำดับนั้น เปรตนั้นประสงค์จะจับหญิงนั้น จึงปิดกั้นไม่ให้เรือไป.
               ลำดับนั้น พ่อค้าทั้งหลายพิจารณากันว่า เพราะเหตุอะไรหนอ เรือนี้จึงไม่แล่น จึงให้จับสลากคนกาฬกิณี สลากได้ถึงหญิงนั้นนั่นแหละถึง ๓ ครั้งโดยความสำเร็จของอมนุษย์. พวกพ่อค้าเห็นหญิงที่เขามีจิตปฏิพัทธ์นั้น จึงให้หย่อนแพไม้ไผ่ลงในสมุทร ให้หญิงนั้นลงไปอยู่บนแพไม้ไผ่นั้น. พอหญิงนั้นลงไป เรือก็แล่นบ่ายหน้าไปยังสุวรรณภูมิโดยเร็ว.
               อมนุษย์ยกหญิงนั้นขึ้นยังวิมานของตนอภิรมย์กับหญิงนั้น.
               ครั้นล่วงไป ๑ ปี หญิงนั้นเกิดเบื่อหน่าย เมื่อจะขอร้องเปรตนั้น จึงกล่าวว่า ดิฉันอยู่ในที่นี้ก็ไม่ได้เพื่อจะสร้างประโยชน์ในสัมปรายภพ ดีละท่านผู้นิรทุกข์ ขอท่านจงนำข้าพเจ้าไปเมืองปาฏลีบุตร.
               เปรตนั้นถูกหญิงนั้นอ้อนวอน จึงกล่าวคาถา :-
               สัตว์นรกบางพวกท่านก็เห็นแล้ว สัตว์เดียรัจฉาน เปรต อสุรกาย มนุษย์หรือเทวดาบางพวก ท่านก็เห็นแล้ว ผลกรรมของตน ท่านก็เห็นประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว เราจะนำท่านไปส่งยังเมืองปาฏลีบุตร ท่านไปถึงเมืองปาฏลีบุตรแล้วจงทำกุศลกรรมให้มากเถิด.
               ได้ยินว่า เปรตนั้นพาหญิงนั้นเที่ยวแสดงปัจเจกนรกเป็นต้นในระหว่างๆ ด้วยอานุภาพของตน ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวอย่างนี้.
               ลำดับนั้น หญิงนั้น ครั้นได้ฟังคำของเปรตนั้นแล้ว มีความดีใจกล่าวคาถาว่า :-
               ข้าแต่เทพเจ้าผู้อันบุคคลพึงบูชา ท่านปรารถนาความเจริญแก่ดิฉัน ปรารถนาประโยชน์เกื้อกูลแก่ดิฉัน ดิฉันจักทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของดิฉัน สัตว์นรกบางพวก ดิฉันก็เห็นแล้ว สัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสูร มนุษย์ หรือเทพดาบางพวก ดิฉันก็เห็นแล้ว ผลกรรมของตน ดิฉันก็ได้เห็นด้วยตนเองแล้ว ดิฉันจักทำบุญไว้ให้มาก.
               ลำดับนั้น เปรตนั้นจึงพาหญิงนั้นไปทางอากาศ พักไว้ในท่ามกลางเมืองปาฏลีบุตร แล้วก็หลีกไป.
               ลำดับ ญาติและมิตรเป็นต้นของหญิงนั้น เห็นเปรตนั้นแล้ว ดีใจยิ่งนักว่า เมื่อก่อน พวกเราได้ฟังมาว่าเจ้าถูกเขาโยนลงไปในมหาสมุทรตายแล้ว เจ้านั้นคือหญิงนี้แหละ พวกเราเห็นแล้วหนอ มาโดยสวัสดี แล้วมาประชุมกันถามถึงประวัติของนาง.
               จำเดิมแต่นั้น นางก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่ตนเห็นและที่ตนเสวยมาแก่พวกญาติและมิตรเป็นต้นนั้น พ่อค้าชาวกรุงสาวัตถีเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระศาสดาในเวลาที่ได้ถึงกรุงสาวัตถีโดยลำดับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ จึงแสดงธรรมแก่บริษัท ๔ มหาชนได้ฟังธรรมนั้นแล้ว เกิดความสังเวช ได้ยินดีในกุศลธรรมมีทานเป็นต้น ฉะนี้แล.


               จบอรรถกถาปาฏลีปุตตเปตวัตถุที่ ๑๑               
               -----------------------------------------------------