ภาพจำฝังใจที่ผมเดินไปขอปีกไม้จากชาวบ้าน นำมาทาสีรองพื้น สีน้ำมันก็เขียนยาก ลายมือก็ไม่สวย ต้องใช้ความพยายามกว่าจะเสร็จแต่ละป้าย ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเขียนได้ครบทุกจุดภายในสิ่งแวดล้อมรอบอาคาร

คุณค่าของหนังสือ ปีกไม้และลายมือ

          หลักการพัฒนาตนเองอย่างหนึ่งที่ผมเฝ้าสอนลูกหลานก็คือการรักตนเอง พึ่งตนเอง และรู้จักคุณค่าของตนเอง ตลอดจนใช้ชีวิตแบบพอเพียง ประหยัดและอดออม จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคในการดำรงชีวิต

          ผมยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด ตั้งแต่บริหารจัดการในโรงเรียนเล็กๆ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

          หลังจากประสบความสำเร็จในการบริหารโรงเรียนในระดับหนึ่ง เกษียณแล้วก็ใช้อุเบกขาคือวางเฉยหรือปล่อยวางได้ ไม่เคยไปก้าวก่ายงานโรงเรียน ใช้เวลาพัฒนาตนพัฒนางานอยู่ในโคกหนองนา

          แต่ก็บริจาคทรัพย์อยู่เนืองๆถ้าโรงเรียนขอมา เพื่อร่วมพัฒนากิจกรรมประจำปี

          วันหนึ่ง ผมไปงานศพคุณพ่อของครูธุรการ ผมสอบถามครูว่า คุณครูผู้หญิงเอกภาษาอังกฤษ ที่ย้ายมาจากโรงเรียนมัธยมฯในวันที่ผมเกษียณอายุราชการนั้น เธอชื่ออะไร ผมนึกไม่ออกจริงๆ 

          ครูธุรการบอกชื่อพร้อมกับพูดเสริมด้วยว่าปีการศึกษานี้ ครูท่านนี้ได้จัดทำห้องใหม่ เป็นห้องสมุด โดยใช้อาคารหลังเล็กๆ (ห้องประชุมครูหลังเก่า) ปรับปรุงตกแต่งอย่างสดใสสวยงาม

          ผมรู้สึกฉงนสนเท่ห์ ทำไมครูผู้หญิงตัวเล็กๆ ถึงกล้าหาญและเสียสละยิ่งนัก

          เพราะผมเรียนวิชาห้องสมุดในวิทยาลัยครูมา ๔ ปี เป็นศึกษานิเทศก์และเป็นผู้บริหารหลายปี ย่อมรู้ปัญหาและอุปสรรคของงานห้องสมุด ว่ามันเหนื่อยขนาดไหน หากครูไม่มีใจรัก ไม่มีจิตอาสา จะพัฒนาได้ยากมาก

          นับแต่วันแรกที่เข้ามาบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ผมตั้งปณิธานไว้ว่าต้องมีห้องสมุดก่อนเป็นลำดับแรก และกว่าจะทำสำเร็จเลือดตาแทบกระเด็น โชคดีที่เพื่อนและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือในการสร้างอาคาร

          ต่อมาห้องสมุดใช้เป็นห้องดิจิตัล(ห้องคอมพิวเตอร์) ผมจะนำห้องสมุดกลับมาก็ไม่ทันเสียแล้ว

          ผมจึงให้ครูธุรการช่วยถ่ายภาพห้องสมุดใหม่ให้ผมดู ครูถ่ายมาเฉพาะด้านหน้า ทำให้ผมอึ้งเข้าไปใหญ่ ผมเห็นปีกไม้ที่ผมเขียนคำคมคำขวัญ ถูกติดไว้หน้าห้องสมุดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

          ผมเริ่มศรัทธาและชื่นชมครูห้องสมุดท่านนี้ยิ่งนัก เธอคนนี้ไม่ธรรมดาเป็นครูดีในดวงใจผมเข้าให้แล้ว เพราะเธอเห็นความสำคัญของสิ่งเล็กๆน้อยๆ ไม่ด้อยค่าในสิ่งของเหลือใช้ ไม่ต้องไปจัดทำใหม่ให้เสียเงิน

          ภาพจำฝังใจที่ผมเดินไปขอปีกไม้จากชาวบ้าน นำมาทาสีรองพื้น สีน้ำมันก็เขียนยาก ลายมือก็ไม่สวย ต้องใช้ความพยายามกว่าจะเสร็จแต่ละป้าย ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเขียนได้ครบทุกจุดภายในสิ่งแวดล้อมรอบอาคาร

          ผมต้องการใช้ป้ายเหล่านี้เป็นสื่อการเรียนการสอน และใช้เป็นเครื่องเตือนสติทุกคนที่ได้พบเห็น ตลอดจนเป็นหลักฐานสำคัญของโรงเรียนคุณธรรม ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

          บางวันที่ลมแรง ฝนตก น้ำท่วมถนนและโคนไม้ ผมต้องเดินเก็บป้ายเหล่านี้ให้มันมาอยู่ถูกที่ถูกทาง หากชำรุดก็ต้องเขียนใหม่ เพราะผมรักและเห็นคุณค่าในงานที่ผมริเริ่มสร้างสรรค์ ด้วยความเพียรพยายาม และพึ่งพาตนเองมาตลอด

          วันนี้ป้ายทั้งหมดถูกแขวนโดดเด่นเป็นสง่าหน้าห้องสมุดแล้ว ดูเหมาะสมกลมกลืนกับบรรยากาศของโรงเรียนยิ่งนัก บ่งบอกถึงคุณครูผู้ละเอียดละออและพอเพียง ตลอดจนเชื่อว่าเธอต้องเห็นคุณค่าของปีกไม้และลายมือของผม

          ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่ผมต้องทำอะไรสักอย่าง และอย่างแรกที่ต้องรีบทำก็คือบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียน หนังสือที่ผมเขียนก็มีหลายเล่ม ที่จะซื้ออีกก็มีหลายเรื่อง คงมีสักวันที่จะได้เดินทางไปโรงเรียน

          เพื่อการมีส่วนร่วมพัฒนางานห้องสมุด จุดประกายการอ่านและการเขียนให้นักเรียน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๔  สิงหาคม  ๒๕๖๘