ผลการศึกษาครั้งสำคัญล่าสุดจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ยืนยันเป็นครั้งแรกว่าเชื้อไวรัส HPV ชนิดที่พบบ่อยบริเวณผิวหนัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เบต้า HPV” สามารถเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งผิวหนังในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง รายงานการค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดมะเร็งผิวหนังบางชนิด อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าติดตามสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ปัจจุบันพบผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิดที่ไม่ใช่เมลาโนมา และกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยทั่วไป มะเร็งผิวหนังชนิด squamous cell carcinoma มักมีสาเหตุหลักมาจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดด ในส่วนของเชื้อ HPV นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นตัวการของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงมะเร็งช่องปากและคอหอย โดยเฉพาะสายพันธุ์ “อัลฟ่า HPV” ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ที่ผ่านมาเคยเข้าใจว่าสายพันธุ์ “เบต้า HPV” ซึ่งพบได้ทั่วไปบนผิวหนังของคนปกติ มีบทบาทเพียงแค่สนับสนุน ไม่ใช่สาเหตุหลักของการก่อมะเร็ง แต่ผลการศึกษาล่าสุดนี้กลับเผยให้เห็นว่า ในกรณีที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออย่างมาก เบต้า HPV อาจกลายเป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดมะเร็งผิวหนังได้
จุดเริ่มต้นของการค้นพบครั้งนี้คือกรณีของผู้ป่วยหญิงวัย 34 ปีรายหนึ่ง ซึ่งมีโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้ทีเซลล์ (T-cell) ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังชนิด squamous cell carcinoma รวม 43 ตำแหน่งบริเวณใบหน้า มือ และขา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะผ่านการผ่าตัดและได้รับการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันหลายครั้ง แต่มะเร็งยังคงเกิดขึ้นซ้ำไม่หยุด เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ทีมแพทย์พบว่าเชื้อเบต้า HPV ได้เข้าไปฝังตัวอยู่ในดีเอ็นเอของเซลล์ผิวหนังโดยตรง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงไปสู่เซลล์มะเร็ง หัวหน้าคณะนักวิจัยจากสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา อธิบายว่า “ไวรัสเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็เข้าฝังตัวในเซลล์ผิวหนัง แล้วกลายเป็นมะเร็ง” (NBC News)
แม้เบต้า HPV จะพบได้บนผิวหนังของคนทั่วไปมากกว่า 90% แต่โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถควบคุมเชื้อไม่ให้ก่อปัญหาได้ “เราเพียงแค่สัมผัสมือกันก็ได้รับไวรัสเหล่านี้แล้ว แต่หากภูมิคุ้มกันยังคงแข็งแรง ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล” ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวในรายงานฉบับนี้ ในกรณีของผู้ป่วยรายนี้ หลังจากได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อฟื้นฟูการทำงานของทีเซลล์ มะเร็งผิวหนังที่เคยเป็นกลับหายไปและไม่ปรากฏซ้ำอีกนานกว่า 3 ปี
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นว่า “หากทีเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ เบต้า HPV ก็อาจกลายเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งชนิดอื่นอีกด้วย” ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งผิวหนังจากศูนย์มะเร็งขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เสริมว่า แม้เคยพบการฝังตัวของเชื้ออัลฟ่า HPV ในดีเอ็นเอของมนุษย์มาก่อน แต่กรณีนี้เป็นครั้งแรกที่พบเบต้า HPV ในตำแหน่งดีเอ็นเอของมนุษย์ เพราะก่อนหน้านี้เคยพบแต่ในหนูเท่านั้น (news-medical.net)
ความสำคัญต่อประเทศไทย
ประเทศไทยซึ่งมีแสงแดดจัดตลอดทั้งปี ประกอบกับจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มประชากรที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการให้เคมีบำบัด ผู้ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผู้รับอวัยวะหลังการปลูกถ่าย ล้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิด squamous cell carcinoma สูงถึง 100 เท่าเมื่อเทียบกับคนทั่วไป (NEJM) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังในประเทศไทย แนะนำว่า แม้รายงานนี้จะเป็นกรณีที่พบได้ยากมาก แต่กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวควรเฝ้าระวังและเข้ารับการตรวจสุขภาพผิวอย่างสม่ำเสมอ
แม้ที่ผ่านมาคนไทยอาจไม่ได้ตระหนักถึงภัยมะเร็งผิวหนังมากเท่ากลุ่มคนผิวขาวในตะวันตก แต่แนวโน้มนี้กำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากผู้คนมีอายุยืนขึ้น เข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์มากขึ้น และพบภาวะภูมิคุ้มกันต่ำในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังหลากหลายชนิดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ยังคงเห็นพ้องต้องกันว่า รังสี UV ยังคงเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งผิวหนังชนิด squamous cell carcinoma เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกรณีที่ HPV มีผลโดยตรงนั้นยังคงพบได้น้อยมากในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ (Wikipedia) ทว่าเมื่อการใช้ยากดภูมิคุ้มกันและการปลูกถ่ายอวัยวะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในประเทศ ไวรัสอย่างเบต้า HPV ก็ควรได้รับการให้ความสำคัญมากขึ้นในแง่ของการป้องกัน
วัคซีน HPV ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เช่น Gardasil มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันสายพันธุ์อัลฟ่าที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งอวัยวะเพศ แต่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากเบต้า HPV ได้หรือไม่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมผิวหนังแบบโมห์สจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “แม้ว่าสายพันธุ์นี้จะไม่ได้ถูกบรรจุในวัคซีนโดยตรง แต่อาจมีผลต่อกันระหว่างสายพันธุ์ต่างๆ อยู่บ้าง” คนไทยและประชากรทั่วโลกเกือบทุกคนล้วนเคยติดเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือผลกระทบที่เป็นอันตราย ปัจจุบันพบสายพันธุ์ HPV มากกว่า 200 ชนิด โดยสายพันธุ์อัลฟ่าเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสาเหตุมะเร็งมานานแล้ว ขณะที่ข้อมูลใหม่เพิ่งชี้ให้เห็นว่าเบต้าก็มีบทบาทโดยตรงในกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (mdpi.com)
แนวโน้มในอนาคตและข้อควรปฏิบัติ
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การวิจัยเกี่ยวกับกลไกที่ HPV มีปฏิสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนังจะมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องได้รับการกดภูมิคุ้มกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าวว่า “ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ในตระกูลเดียวกันนี้ อาจมีความสำคัญไม่น้อยในกลุ่มผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ” ผลการวิจัยนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดมาตรการเฝ้าระวัง การตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการพัฒนาแนวทางการรักษาใหม่สำหรับกลุ่มเสี่ยง
สำหรับประชาชนชาวไทย สิ่งที่ควรปฏิบัติและยังคงมีความสำคัญคือการป้องกันตนเองจากแสงแดดอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป การสวมเสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันรังสี UV และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแดดจัด นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ แม้กรณีการเกิดมะเร็งผิวหนังจากเบต้า HPV จะค่อนข้างหายาก แต่ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงบทบาทของเชื้อไวรัสและระบบภูมิคุ้มกันที่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของวัคซีน HPV ในการป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้กำหนดนโยบายในประเทศไทย งานวิจัยชิ้นนี้ตอกย้ำความสำคัญของแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องแบบสหสาขาวิชาชีพ การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจผิวหนัง และการเน้นให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งผิวหนัง รวมถึงความเสี่ยงใหม่ๆ จากโรคติดเชื้อที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
แหล่งข้อมูล:
- NBC News: รู้จักเบต้า HPV กับบทบาทใหม่ในการก่อมะเร็งผิวหนัง
- New England Journal of Medicine: การหายขาดของมะเร็งผิวหนังโดยฟื้นฟู T-Cell Immunity
- News Medical: ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงมะเร็งผิวหนังจากเบต้า HPV โดยตรง
- [Wikipedia: ความเกี่ยวข้องของ HPV กับมะเร็งผิวหนัง](<https:>_papillomavirus_and_skin_cancer)
- MDPI: บทบาทของ HPV ต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง squamous cell carcinoma</https:>