เทรนด์ “ขนมโปรตีนสูง ลดอักเสบ” กำลังมาแรงในหมู่คนรักสุขภาพชาวไทย หลังจากสื่อด้านอาหารชื่อดังอย่าง EatingWell ได้เผยแพร่ 12 สูตรของว่างที่เน้นคุณสมบัติต้านการอักเสบและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม โดยหลายเมนูมีวัตถุดิบชั้นดีอย่างโยเกิร์ต ถั่วชนิดต่างๆ และผลไม้สดเป็นส่วนประกอบหลัก แถมแต่ละสูตรยังให้โปรตีนสูงอย่างน้อย 7 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค นักโภชนาการและนักวิจัยต่างชี้ว่าอาหารว่างเหล่านี้สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงระบบทางเดินอาหาร และอาจช่วยบรรเทาอาการยอดฮิตของคนเมืองอย่างสมองล้า ปัญหาท้องไส้ และความอ่อนเพลียเรื้อรังได้
เทรนด์นี้น่าจับตามองอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 หรือโรคอ้วน ล้วนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปและวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า คนไทยหันมาบริโภคอาหารแปรรูปและขนมหวานมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิกเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ดังนั้น กระแส “ขนมโปรตีนสูง ลดอักเสบ” จึงสะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการหันมาใส่ใจเลือกกินอย่างมีสติมากขึ้น
เมนูของว่างในกระแสนี้มีหลากหลาย ตั้งแต่แบบง่ายๆ พกสะดวก เช่น บาร์ธัญพืชผสมทาฮินี ข้าวโอ๊ต และผลไม้แห้ง ไปจนถึงการดัดแปลงวัตถุดิบที่คุ้นเคยในรูปแบบใหม่ๆ เช่น มัฟฟินเค้กผักโขมกับเฟต้าชีสที่ทำง่าย พกไปกินนอกบ้านได้สบายๆ เมนูเด็ดอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีทั้งโยเกิร์ตแช่แข็งรสเลมอนราสเบอร์รีที่อุดมด้วยโปรไบโอติก, เอนเนอร์จีบาร์สูตรถั่วดำผสมอินทผลัมที่ให้ทั้งโปรตีนและไฟเบอร์สูง, อัลมอนด์อบเครื่องเทศสไตล์เบเกิล, และพิสตาชิโอรสมะเขือเทศกับโหระพาที่ใช้ยีสต์ชนิดพิเศษมาสร้างรสชาติ ‘ชีส’ แบบวีแกน หรือแม้แต่เมนูขนมปังปิ้งทาเนยถั่วโรยเมล็ดทับทิมที่ได้แรงบันดาลใจจากเชฟดัง ก็เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าของว่างลดอักเสบไม่จำเป็นต้องจืดชืดหรือทำยากเสมอไป
เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบมาทำเป็นของว่างในชีวิตประจำวัน เช่น กรีกโยเกิร์ตที่อุดมด้วยโปรไบโอติก ช่วยบำรุงลำไส้ ซึ่งสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทยก็เคยให้ข้อมูลว่าสามารถช่วยลดค่าบ่งชี้การอักเสบในร่างกายได้ ถั่วอัลมอนด์และพิสตาชิโอเป็นแหล่งไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนถั่วดำและพืชตระกูลถั่วอื่นๆ ก็ให้โปรตีนจากพืชและไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี (Harvard T.H. Chan School of Public Health)
นักโภชนาการจากโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “การเพิ่มโปรตีนและเลือกวัตถุดิบต้านอักเสบในของว่าง จะช่วยให้คนวัยทำงานและนักเรียนนักศึกษาอิ่มท้องได้นานขึ้น ไม่หิวจุกจิกช่วงบ่าย แถมยังดีต่อระบบเผาผลาญโดยรวมด้วย” สอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดปี 2567 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ซึ่งค้นพบว่าการเปลี่ยนจากของกินเล่นแปรรูปมาเป็นของว่างที่อุดมด้วยโปรตีนและสารพฤกษเคมี สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดค่าการอักเสบอย่าง CRP (C-reactive protein) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับคนไทย การนำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับวัตถุดิบในบ้านเราก็ทำได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นงาขาว ถั่วลิสง หรือถั่วเขียว ก็สามารถใช้แทนถั่วจากต่างประเทศอย่างอัลมอนด์หรือพิสตาชิโอได้ โดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการที่ดีเยี่ยม โยเกิร์ตทำเองหรือที่วางขายตามตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปก็ใช้แทนกรีกโยเกิร์ตในสูตรต่างๆ ได้ดีเช่นกัน อันที่จริงแล้ว ของว่างที่ใช้ถั่วเป็นส่วนประกอบหลักอย่างยำถั่วพูหรือขนมถั่วแปบ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยอยู่แล้ว เพียงแค่นำมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับแนวคิดลดการอักเสบ ก็ลงตัวทั้งรสชาติและสุขภาพ
ในอดีต อาหารไทยดั้งเดิมเน้นการใช้ผักสด ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารหมักดอง และธัญพืชต่างๆ ซึ่งล้วนอุดมไปด้วยสารต้านการอักเสบและใยอาหาร แต่เมื่อวิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้คนไทยหันไปบริโภคเครื่องดื่มรสหวาน ขนมขบเคี้ยว และอาหารจานด่วนมากขึ้น รูปแบบการกินที่ช่วยป้องกันโรคตามธรรมชาติจึงลดน้อยลง ดังนั้น การหวนกลับไปหาแก่นแท้ของอาหารไทยเดิมๆ ผสมผสานกับการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ตามเทรนด์สุขภาพ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับภาวะอักเสบเรื้อรังในยุคปัจจุบัน
นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมอาหารคาดการณ์ว่า ความต้องการอาหารและของว่างที่เน้นคุณประโยชน์ต่อร่างกายจะยิ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่และชาว Gen Z จะเห็นได้จากร้านสะดวกซื้อและบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ในไทยที่เริ่มขยายไลน์สินค้ากลุ่มของว่างเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนสูงและลดการอักเสบที่ถือเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วที่สุด
เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับทุกครอบครัว นักศึกษา และคนวัยทำงาน: พยายามเลือกของว่างที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่เป็นหลัก เช่น ถั่ว โยเกิร์ต ธัญพืชเต็มเมล็ด ผลไม้สด และเมล็ดพืชต่างๆ พร้อมกับลดอาหารแปรรูปและน้ำตาล หากมีเวลา ลองปรับสูตรโดยใช้ผลไม้ไทยๆ อย่างมะม่วง มะละกอ หรือใช้เมล็ดฟักทอง งาขาว แทนวัตถุดิบนำเข้า และเลือกสูตรที่ทำครั้งเดียวเก็บไว้ทานได้ตลอดสัปดาห์ ก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
สรุปได้ว่า กระแสของว่างโปรตีนสูงต้านการอักเสบที่อิงตามหลักวิทยาศาสตร์นี้ สามารถส่งเสริมสุขภาพของคนไทยได้เป็นอย่างดี หากนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาผสมผสานกับไอเดียใหม่ๆ ก็จะช่วยยกระดับสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจสูตรอาหารเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ EatingWell หรือปรึกษานักโภชนาการ รวมถึงเข้าร่วมกลุ่มออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนเคล็ดลับสุขภาพดีในสไตล์ที่ใช่สำหรับคุณ