ท่ามกลางกระแสสุขภาพบนโซเชียลมีเดียที่มาแรงไม่หยุดในไทย “คอร์ติซอลค็อกเทล” เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ว่ากันว่าช่วยคลายเครียดทำให้นอนหลับสนิท ก็กลายเป็นไวรัลล่าสุดที่หลายคนพูดถึง แต่เมื่อผู้เชี่ยวชาญลองตรวจสอบดู กลับพบว่าสรรพคุณที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์โฆษณานั้นอาจเกินจริงไปมาก และผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นเพียงความสบายใจ มากกว่าจะอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือได้
เทรนด์ “คอร์ติซอลค็อกเทล” เริ่มดังมาจาก TikTok และคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพออนไลน์ โดยมีส่วนผสมหลักๆ คือผงแมกนีเซียม น้ำมะพร้าว น้ำผลไม้รสเปรี้ยว บางสูตรก็เพิ่มเกลือหิมาลัยหรือโซดาเข้าไปด้วย เหล่าโค้ชสุขภาพและอินฟลูเอนเซอร์ต่างก็โปรโมตว่าเครื่องดื่มนี้ช่วยลดระดับคอร์ติซอล หรือที่รู้จักกันว่า ‘ฮอร์โมนความเครียด’ ได้ ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ในไทยที่ผู้คนมีความเครียดสะสมจากการทำงานและปัญหานอนไม่หลับเพิ่มสูงขึ้น (WHO) ทำให้เครื่องดื่มสูตรนี้โดนใจกลุ่มคนทำงาน นักเรียนนักศึกษา ไปจนถึงคนที่มีภาระดูแลครอบครัว ซึ่งกำลังมองหาวิธีผ่อนคลายแบบธรรมชาติ
ทว่าบทวิเคราะห์จาก Healthline (healthline.com) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากนักโภชนาการวิชาชีพและงานวิจัยล่าสุด กลับชี้ให้เห็นว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มายืนยันสรรพคุณของค็อกเทลสูตรนี้ยังไม่แข็งแรงพอ ถึงแม้ส่วนผสมแต่ละอย่างจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่บ้างก็ตาม
หนึ่งในส่วนผสมชูโรงคือ “แมกนีเซียม” แร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องใช้ในกระบวนการทำงานกว่า 300 อย่าง ยิ่งเมื่อเราเครียด ร่างกายก็จะยิ่งดึงแมกนีเซียมไปใช้มากขึ้น มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการเสริมแมกนีเซียมอาจช่วยลดคอร์ติซอลได้จริงในกลุ่มคนที่ขาดแร่ธาตุชนิดนี้ แต่ปัญหาคือปริมาณแมกนีเซียมในค็อกเทลหนึ่งแก้วนั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่ใช้ในการศึกษาวิจัยทางคลินิก (pubmed.ncbi.nlm.nih.gov)
ส่วนน้ำผลไม้รสเปรี้ยวอย่างน้ำส้มหรือน้ำมะนาว ก็เป็นแหล่งของวิตามินซีซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของต่อมหมวกไตและระบบรับมือความเครียดของร่างกาย นักโภชนาการจากอังกฤษที่ให้ข้อมูลในบทความของ Healthline ยอมรับว่าร่างกายจะใช้วิตามินซีอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญความเครียด แต่งานวิจัยที่พิสูจน์เรื่องนี้ล้วนใช้วิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมซึ่งมีความเข้มข้นสูงกว่าที่ได้จากน้ำผลไม้ในแก้วเดียวมาก สำหรับคนไทยที่คุ้นเคยกับการดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำสมุนไพรเป็นประจำ จึงต้องเข้าใจว่าการดื่มน้ำผลไม้เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์เรื่องการลดคอร์ติซอลที่ชัดเจนตามหลักวิทยาศาสตร์ได้
เมื่อรวมเข้ากับน้ำมะพร้าวที่เป็นแหล่งโพแทสเซียมและอิเล็กโทรไลต์ แม้จะช่วยเติมแร่ธาตุและชดเชยการสูญเสียน้ำได้ดี แต่ผลโดยตรงต่อการลดระดับคอร์ติซอลหรือความเครียดยังมีน้อยมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการในไทยเองก็มองไปในทางเดียวกันว่า ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวจะเห็นผลชัดเจนในกลุ่มคนที่ร่างกายขาดน้ำหรือเสียเหงื่อมาก ๆ เช่น หลังออกกำลังกายหนัก (health.go.th)
ที่สำคัญไปกว่านั้น ค็อกเทลสูตรนี้ก็มีข้อควรระวังซ่อนอยู่ เช่น การดื่มน้ำผลไม้รสหวานจัดก่อนนอนอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นและลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะไปรบกวนคุณภาพการนอนหลับโดยตรง ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของคนวัยเรียนและวัยทำงาน นอกจากนี้ รายงานจาก Healthline ยังเตือนว่าน้ำแร่มีฟองหรือโซดาอาจทำให้บางคนรู้สึกท้องอืดหรือกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน จนทำให้นอนไม่สบายตัวได้
บทสรุปจากนักโภชนาการในบทความดังกล่าวเห็นตรงกันว่า แม้การดื่มค็อกเทลสูตรนี้บ้างเป็นครั้งคราวอาจไม่เป็นอันตรายต่อคนส่วนใหญ่ แต่การจะปรับสมดุลคอร์ติซอลและลดความเครียดอย่างได้ผลจริงนั้น ต้องอาศัยวิธีอื่น ๆ ที่เป็นองค์รวมมากกว่าแค่เครื่องดื่มแก้วเดียว ผู้เชี่ยวชาญในไทยเองก็ย้ำในทิศทางเดียวกันว่า การจัดการความเครียดแบบรอบด้าน ตั้งแต่การกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้มีคุณภาพ และปรึกษาแพทย์เมื่อจำเป็น คือหนทางสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
ในสังคมไทยเองก็มีวิธีรับมือความเครียดที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำสมาธิเจริญภาวนาตามแนวทางพุทธศาสนา การใช้สมุนไพร ไปจนถึงการออกกำลังกายในชุมชน (bangkokpost.com) กระแสค็อกเทลลดเครียดนี้จึงอาจเป็นเพียง ‘พิธีกรรม’ ทางใจรูปแบบใหม่ ที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม มากกว่าจะส่งผลต่อร่างกายในระดับสรีรวิทยาจริง ๆ ดังนั้น ความรู้สึกดีขึ้นหลังดื่มจึงอาจเป็นผลจากความสบายใจหรือที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ยาหลอก (Placebo Effect)” มากกว่าจะเป็นปฏิกิริยาทางชีวเคมีในร่างกาย
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและโภชนาการจากโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทย ต่างออกมาเตือนว่าอย่าเพิ่งหลงเชื่อเทรนด์เครื่องดื่มหรือสูตรไวรัลต่าง ๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูงทั้งในด้านการเรียนและการทำงาน “หากต้องการจัดการความเครียดอย่างจริงจัง ควรหันมาสำรวจพฤติกรรมของตัวเองในภาพรวม และเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาจะดีที่สุด” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการแพทย์สากล
โดยสรุปแล้ว การลองดื่มคอร์ติซอลค็อกเทลไม่ได้เป็นอันตรายอะไร โดยเฉพาะหากดื่มเป็นเครื่องดื่มเสริมในมื้ออาหารหรือระหว่างวัน แต่ไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์ที่เกินจริง และควรหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน เช่น การนอนหลับที่มีคุณภาพ การกินอาหารที่สมดุล และการขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หากมีความเครียดเรื้อรังหรือปัญหานอนไม่หลับรุนแรง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ย่อมเป็นทางออกที่ดีกว่าการพึ่งพาสูตรไวรัลบนโลกออนไลน์
สำหรับใครที่อยากดูแลความเครียดและสุขภาพองค์รวมตามวิถีไทย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เน้นการกินอาหารที่อุดมด้วยแมกนีเซียมตามธรรมชาติ เช่น ผักใบเขียว ธัญพืชและถั่วต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ การฝึกสมาธิ เดินจงกรม หรือหาเวลาเข้าวัดทำบุญให้จิตใจสงบ และการจัดตารางการนอนให้เป็นเวลา ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนได้จริง ทั้งยังสอดคล้องกับภูมิปัญญาไทยที่ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรงไปพร้อมกัน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ Healthline (healthline.com)