ในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงหันมาดื่มแอลกอฮอล์กันมากขึ้นอย่างน่าตกใจ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคตับและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย รายงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Clinical Gastroenterology and Hepatology ได้ส่งสัญญาณเตือนว่า เทรนด์การดื่มที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้ชาย กำลังมีช่องว่างระหว่างเพศแคบลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนภาพปัญหาสุขภาพของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปทั่วโลก
สำหรับสังคมไทยที่วัฒนธรรมการดื่มแฝงอยู่ในแทบทุกเทศกาล งานสังสรรค์ ไปจนถึงแวดวงธุรกิจ ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทของผู้หญิงและพฤติกรรมสุขภาพที่น่าจับตา จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า อัตราการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ในกลุ่มผู้หญิงระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๖๓ พุ่งสูงกว่าสองเท่า ขณะที่การเสียชีวิตจากโรคตับอักเสบเพราะสุราเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน (NBC News)
ยิ่งไปกว่านั้น ผลวิจัยยังพบว่าอัตราการเกิดโรคตับจากแอลกอฮอล์ในผู้หญิงเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา โดยโรคตับจากแอลกอฮอล์มีตั้งแต่ระยะตับอักเสบไปจนถึงตับแข็ง ซึ่งเป็นภาวะที่ตับเกิดพังผืดและอาจนำไปสู่ภาวะตับวายได้ ข้อมูลล่าสุดเผยว่า ผู้หญิงที่ดื่มหนัก (ดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย ๒๐ กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าไวน์หรือเบียร์ ๒ แก้วเล็ก) มีความเสี่ยงเป็นโรคตับรุนแรงเพิ่มจากเกือบ ๒% ในช่วงต้นยุค ๒๐๐๐ มาอยู่ที่กว่า ๔% ในช่วงไม่กี่ปีมานี้
ในทางสรีรวิทยา ร่างกายของผู้หญิงมีความเปราะบางต่อพิษของแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ชายเป็นทุนเดิม เนื่องจากร่างกายมีสัดส่วนของน้ำน้อยกว่าและมีไขมันสูงกว่า ทำให้แอลกอฮอล์เจือจางได้น้อยลงและเข้าสู่กระแสเลือดด้วยความเข้มข้นที่สูงกว่า นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายแอลกอฮอล์น้อยกว่า ทำให้แอลกอฮอล์ตกค้างในร่างกายนานขึ้น ตับจึงต้องทำงานหนักและเสี่ยงต่อความเสียหายมากกว่า (NBC News)
ผู้เชี่ยวชาญจากโครงการวิจัยความแตกต่างทางเพศในโรคการใช้แอลกอฮอล์แห่งมหาวิทยาลัยเยล อธิบายว่า ในอดีต รูปแบบการดื่มของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ปัจจุบันช่องว่างนี้กลับแคบลงจนแทบไม่ต่างกัน ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงบทบาทของผู้หญิงในสังคม ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ การแต่งงาน และค่านิยมครอบครัว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสและเหตุผลในการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิง
เบื้องหลังการดื่มที่เพิ่มขึ้นของผู้หญิงมีปัจจัยที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่แรงผลักดันทางการตลาดหรือวัฒนธรรมสังคม แต่ยังรวมถึงความเครียด การดื่มเพื่อเข้าสังคม หรือการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นรางวัลให้ตัวเอง ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ถูกตอกย้ำผ่านสื่อโฆษณาทั่วโลก
งานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ด้วยว่า ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๓ – ๒๕๖๓ อัตราการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิก (ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และเบาหวาน) ในกลุ่มผู้ที่ดื่มหนัก เพิ่มจาก ๒๖% เป็นเกือบ ๓๘% โดยเฉพาะภาวะอ้วนและเบาหวานชนิดที่ ๒ ถือเป็นตัวเร่งความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับ เมื่อรวมกับการดื่มแอลกอฮอล์ ยิ่งทวีความอันตรายมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียให้ความเห็นว่า ปัจจัยเหล่านี้เปรียบเสมือน “มรสุมที่ถาโถม” ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้านักดื่มยุคใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง
สำหรับสังคมไทย นี่คือสัญญาณเตือนที่ดังและชัดเจน เพราะพฤติกรรมการดื่มในกลุ่มผู้หญิง โดยเฉพาะในสังคมเมืองและคนทำงานรุ่นใหม่ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมอัตราการดื่มของผู้หญิงไทยจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก (องค์การอนามัยโลก) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการร่วมวงสังสรรค์และการใช้ชีวิตกลางคืนเริ่มใกล้เคียงกับวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น
ค่านิยมและความคาดหวังของสังคมไทยที่ยังมองว่าผู้หญิงไม่ควรดื่ม อาจยิ่งซ้ำเติมความเสี่ยงให้หนักขึ้น เพราะผู้หญิงมักลังเลหรือกลัวการถูกตีตราเมื่อต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการดื่ม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการป้องกันโรค ผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงกับเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “โรคระบาดเงียบ” ที่ผู้หญิงมักปล่อยให้อาการหนักแล้วจึงมาพบแพทย์ และในบริบทของไทยอาจรุนแรงกว่าหลายประเทศ เพราะสังคมไทยยังคงมีภาพจำเรื่องกุลสตรีและความรับผิดชอบต่อครอบครัวอย่างเข้มข้น
โรคตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ กว่าจะรู้ตัวก็อาจเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับในสหรัฐอเมริกาเน้นย้ำว่า การพูดคุยกับแพทย์อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความเสี่ยงของโรคตับสูงกว่าที่หลายคนประเมินไว้ โดยเฉพาะในผู้ที่ยังไม่มีอาการ สำหรับระบบสาธารณสุขไทย แม้จะมีการรณรงค์ตรวจคัดกรองโรคเชิงรุก แต่การตรวจการทำงานของตับเป็นประจำยังไม่แพร่หลาย และการประเมินความเสี่ยงด้านแอลกอฮอล์ในผู้หญิงอาจยังไม่เข้มข้นพอ (กระทรวงสาธารณสุข)
ในบริบทของสังคมไทย กิจกรรมสังสรรค์ตั้งแต่สงกรานต์ งานเลี้ยงบริษัท ไปจนถึงการดื่มหลังเลิกงาน มักมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ รูปแบบการดื่มของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งจากกระแสปาร์ตี้แบบตะวันตกและค่านิยมใหม่ ๆ ในสังคม กลับก้าวล้ำหน้าความตระหนักรู้ถึงอันตรายไปไกล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ ๆ ที่มีรสหวานหรือค็อกเทลสวยงาม ซึ่งพุ่งเป้าเจาะตลาดผู้หญิง มักสร้างภาพลักษณ์ว่า “ดื่มง่าย” หรือ “ไม่อันตราย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องหันมาพูดคุยถึงความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ในผู้หญิงอย่างจริงจัง โดยเน้นการป้องกันและลดการตีตราทางสังคม ผู้วิจัยเสนอให้ผู้หญิงกล้าเปิดเผยพฤติกรรมการดื่มกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่า แม้จะดื่มในระดับปานกลางก็ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะอ้วนหรือเบาหวานร่วมด้วย
ข้อเสนอแนะสำหรับสังคมไทยมีดังนี้
- ทบทวนนิยาม “การดื่มในระดับปลอดภัย” สำหรับผู้หญิงใหม่ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสรีระและสุขภาพเฉพาะบุคคล
- สนับสนุนการรณรงค์และสร้างความรู้เกี่ยวกับโรคตับในชุมชน พร้อมส่งเสริมการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก
- ลดอุปสรรคทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้หญิงกล้าขอคำปรึกษาจากแพทย์เรื่องการดื่มและสุขภาพจิต
- สร้างสรรค์กิจกรรมทางสังคมทางเลือกที่ไม่เน้นการดื่ม สำหรับกลุ่มนักศึกษาและคนทำงานรุ่นใหม่
- ส่งเสริมการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น การลดอาหารหวานและการควบคุมน้ำหนัก เพื่อตัดวงจรอันตรายจากแอลกอฮอล์และกลุ่มอาการเมตาบอลิก
ท้ายที่สุด ในยุคที่บทบาทและความฝันของผู้หญิงไทยเปิดกว้างกว่าที่เคย กลยุทธ์การดูแลสุขภาพของผู้หญิงก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันการณ์ การสร้างความเข้าใจและเปิดพื้นที่พูดคุยถึงความเสี่ยงใหม่ ๆ เหล่านี้ คือหัวใจสำคัญในการหยุดยั้ง “โรคระบาดเงียบ” จากพิษภัยของแอลกอฮอล์และโรคตับ ก่อนที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อครอบครัวและสังคมไทย