ทุเรียนก็คล้ายคนเรานี่แหละ ดูวางท่าทางแหลมคมด้วยสติปัญญาและคุณธรรมล้ำเลิศ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ดีแต่เปลือกนอก ซ่อนความน่ารังเกียจเอาไว้ สู้คนที่คมในฝักก็ไม่ได้

จิตวิญญาณของทุเรียน

        ผมเตือนคนที่บ้านอยู่เสมอว่า เวลาซื้อทุเรียน ถ้าคนขายเขาปอกใส่ถุงไว้หรือวางไว้ในกล่องโฟม เราอย่าเอานิ้วไปกดที่เนื้อทุเรียนว่าทุเรียนแข็งหรือเละ มันจะดูไม่งาม ในยุคที่เชื้อโรคกระจายอยู่ทั่วไป

        ใครมาเห็นเข้า เขาจะไม่อยากซื้อ เราเห็นเราก็ไม่ชอบเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ชอบสิ่งใด ก็ไม่ควรไปทำกับคนอื่น อันนี้คือหลักคิดพื้นฐานง่ายๆที่ใช้ได้กับทุกเรื่องราว

          เฉกเช่นคนที่เป็นครูและผู้บริหาร หากไม่ชอบที่เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการศึกษาสูง แต่ขาดจิตสำนึกและขาดวัฒนธรรมด้านการแต่งกาย ตลอดจนไม่รู้กาลเทศะแบบนั้น

          ครูก็อย่านำมาเป็นเยี่ยงอย่าง การแต่งกายที่โรงเรียนร่วมคิดกันมาถ้าดีงามน่าชม ก็ควรทำต่อไป หากจะปรับลดตามความเหมาะสมก็คุยกันได้ แต่ก็ไม่ควรนุ่งยีนส์เข่าขาดอย่างนั้นไปประชุมหรือไปโรงเรียนมันคงไม่ดีเลย เพราะองค์กรครูย่อมมีจรรยาบรรณกำกับ

          ครับแน่นอนที่สุด ถ้าเราไม่ชอบหรือเห็นว่าไม่ถูกต้องเหมาะสม เราก็อย่าไปใช้กับองค์กรนั่นเอง

          กลับมาเข้าเรื่องทุเรียนของเราดีกว่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” บางท่านก็บอกว่าเป็น”ราชาหนาม” ดูแล้วน่าเกรงขาม แต่ความจริงแล้ว ผมคิดเอาเองว่าทุเรียนเป็นผลไม้ที่ดูจะอ่อนไหวง่ายมากๆ

          แต่ถึงจะอ่อนไหวก็ไม่ใจง่ายนะ กว่าจะถึงมือคนซื้อคนกินอย่างเรา มีกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน ทั้งเจ้าของสวนและคนที่เป็นพ่อค้าคนกลางต้องลงทุนลงแรงมากมายเหลือเกิน

          กว่าจะได้กำไรก็ต้องลุ้น ต้องอดทนและทุ่มเทอย่างใจจดใจจ่อ ทำงานผ่านดงหนามที่แหลมคม

          หนามแหลมของทุเรียน ก็ใช่ว่าทุเรียนจะเก่งกาจหรือเข้มแข็ง จากคำบอกเล่าเจ้าของสวนจำนวนมากที่เล่าต่อๆกันมา ดูเหมือนว่าทุเรียนจะมีความรู้สึกเหมือนกัน คล้ายจะเชื่อมจิตได้เลยล่ะ

          แบบว่าคนซื้อหรือใครก็ตามที่ไปเที่ยวสวนทุเรียนในช่วงที่ออกลูกใหม่ๆ อย่าได้จับจองว่าจะต้องการลูกนั้นลูกนี้ ต้นทุเรียนเขารับรู้ได้ บางต้นออกอาการน้อยใจพาลจะร่วงหล่นเอาง่ายๆ

          ชาวสวนทุเรียนรุ่นเก่าๆเคยเล่าให้ฟัง ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เขาบอกว่าครอบครัวชาวสวนทุเรียนห้ามทะเลาะกัน เดี๋ยวทุเรียนได้ยินเข้า เขาจะตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่ออกลูกออกเต้าให้ 

          พอทุเรียนสุกเจ้าของสวนเขาจะเอาทุเรียนไหว้สวนก่อน เขาบอกว่าเมื่อถึงเวลาตัดขายจะได้ราบรื่นปลอดภัยและได้ราคาดี อันนี้ก็ถือว่าเป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อเจ้าที่เจ้าทางไปด้วย

          ชาวสวนทุเรียนโดยมากเขาจะพูดกับต้นทุเรียนดีๆ บางทีก็ตั้งชื่อให้ทุเรียนด้วย เช่น สาวเล็ก สาวใหญ่ สาวสวย สาวนุ้ย สาวงามฯลฯ เขาบอกต้นทุเรียนชอบคนพูดจาไพเราะอ่อนหวาน จะช่วยให้ทุเรียนลูกดกทุกปี นี่คือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่บ่งบอกได้ถึงจิตวิญญาณของทุเรียนได้เหมือนกัน

          ถ้าจะอุปมาอุปไมยทุเรียนก็คล้ายคนเรานี่แหละ ดูวางท่าทางแหลมคมด้วยสติปัญญาและคุณธรรมล้ำเลิศ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ดีแต่เปลือกนอก ซ่อนความน่ารังเกียจเอาไว้ สู้คนที่คมในฝักก็ไม่ได้

          ดังนั้น ถ้าหากมีตำแหน่งใหญ่โตมีอำนาจวาสนาก็จงอย่าโอ้อวดบารมี คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน ใครมาว่ากล่าววิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ มันหมดยุคหมดสมัยไปแล้ว 

          จงดีทั้งข้างนอกข้างใน คือรูปสวยเหมาะสมและใจงามด้วยจะดีกว่า จึงจะน่าเคารพนบไหว้

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๑  กรกฎาคม  ๒๕๖๘