หากความคิดที่ว่าการไปเที่ยวแบบครอบครัวใหญ่หรือรวมหลาย ๆ บ้านเข้าด้วยกันเป็นเรื่องวุ่นวายและน่าปวดหัวยังวนเวียนอยู่ในใจ อาจถึงเวลาต้องคิดใหม่ เพราะปัจจุบันเทรนด์นี้กำลังกลับมาเป็นที่นิยมอย่างสูงทั้งในระดับโลกและในสังคมไทย สะท้อนไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่โหยหาการเชื่อมสัมพันธ์ ท่ามกลางชีวิตที่ต่างคนต่างยุ่งและแยกย้ายกันไป

ในยุคที่สมาร์ทโฟนและการทำงานทางไกลเบลอเส้นแบ่งระหว่างเวลาครอบครัวและภาระหน้าที่จนแทบแยกไม่ออก ครอบครัวไทยจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มมองหาวิธีสร้างช่วงเวลาคุณภาพเพื่อกระชับความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง หนึ่งในคำตอบที่มาแรงคือการออกเดินทางไปเที่ยวด้วยกันเป็นกลุ่ม รายงานจาก The Cut ชี้ว่าการไปเที่ยวกับครอบครัวอื่นไม่เพียงแต่ทำได้จริง แต่ยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และช่วยเติมสีสันให้การพักผ่อนของทุกคน ทิศทางนี้อาจกำลังจะเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อการท่องเที่ยว ความผูกพัน ไปจนถึงแนวทางการเลี้ยงลูกในครอบครัวไทยที่อยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชัน

ผลสำรวจหลายชิ้นยืนยันว่าครอบครัวที่เดินทางร่วมกับครอบครัวอื่นมักให้คะแนนความสุขในทริปสูงและรู้สึกผ่อนคลายกว่าการไปกันเอง สอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดปี 2566 ในวารสาร Journal of Travel Research ที่พบว่า “ทริปที่มีหลายครอบครัวเดินทางไปด้วยกัน ช่วยกระตุ้นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และยังเป็นแรงสนับสนุนให้พ่อแม่ได้มีเวลาผ่อนคลายและพักผ่อนอย่างแท้จริง” ข้อค้นพบนี้ตรงกับข้อมูลจากที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวในไทย ที่เผยว่ายอดจองบ้านพักวิลล่าสำหรับหลายครอบครัวในจุดหมายปลายทางยอดฮิตอย่างหัวหิน เชียงใหม่ และภูเก็ต เพิ่มสูงขึ้นถึง 40% ตั้งแต่ปี 2565

เหตุผลหลักที่ทำให้การเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ได้รับความนิยม ไม่ได้มีแค่เรื่องความสะดวกหรือการช่วยกันหารค่าใช้จ่าย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพครอบครัวจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อธิบายว่า “การไปพักผ่อนด้วยกันเปิดโอกาสให้พ่อแม่ได้ผลัดกันช่วยดูแลลูก ๆ ทำให้มีเวลาคุยเรื่องของผู้ใหญ่กันมากขึ้น และยังเป็นการสร้างความไว้วางใจระหว่างสองครอบครัว ขณะที่เด็ก ๆ เองก็ได้เล่นสนุกกับเพื่อนใหม่และขยายสังคมของตัวเอง” ทริปแบบนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่ให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กได้เรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมเรื่อง “ชุมชน” หรือ “สังฆะ” ที่เน้นการพึ่งพาอาศัยกันและฝังรากลึกในสังคมไทย

อย่างไรก็ตาม การเดินทางเป็นกลุ่มให้ราบรื่นจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและความยืดหยุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเตือนว่า “หัวใจสำคัญคือการเปิดใจคุยกันตรงไปตรงมา ตั้งแต่เรื่องงบประมาณไปจนถึงกิจกรรมที่อยากทำ และต้องพร้อมประนีประนอม” นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ละบ้าน เช่น ผู้อาวุโสอาจชอบกิจกรรมที่สงบ หรือแต่ละครอบครัวอาจมีธรรมเนียมการรับประทานอาหารที่ต่างกัน

หากมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าการเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ไม่ใช่เรื่องใหม่ของครอบครัวไทยเลย เราคุ้นเคยกันดีกับการเดินทางไปร่วมงานบุญ งานบวช หรือกลับบ้านต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ เพียงแต่ในยุคนี้ รูปแบบการเดินทางถูกปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกพักวิลล่าสุดหรู รีสอร์ตที่มีธีมเฉพาะ หรือทัวร์ส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มโดยเฉพาะ

นักจิตวิทยาและผู้คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยวคาดว่ากระแสนี้จะยิ่งเติบโตมากขึ้นหลังยุคโควิด-19 ที่หลายครอบครัวต้องการกลับมาสานสัมพันธ์ที่ห่างเหินไปให้แน่นแฟ้นดังเดิม ประกอบกับปัจจุบันจุดหมายปลายทางใกล้ ๆ อย่างเขาใหญ่ กระบี่ หรือกาญจนบุรี ก็มีตัวเลือกที่พักและกิจกรรมที่เอื้ออำนวยมากขึ้น ทั้งยังมีเครื่องมือวางแผนออนไลน์ที่ช่วยให้การนัดทริปกลุ่มเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย

ทิศทางนี้ยังส่งผลดีโดยตรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความต้องการที่พักสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ รวมถึงโปรโมชันสำหรับกลุ่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งช่วยส่งเสริมการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

สำหรับครอบครัวที่สนใจอยากลองจัดทริปแบบนี้ดูบ้าง ผู้เชี่ยวชาญมีเคล็ดลับมาฝาก

  • เริ่มพูดคุยและวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกบ้านได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
  • กำหนดงบประมาณที่ชัดเจน ตกลงเรื่องรูปแบบที่พัก มื้ออาหาร และกิจกรรมหลักร่วมกัน
  • เลือกจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมหลากหลาย ตอบโจทย์คนทุกวัย เช่น ทะเล แหล่งวัฒนธรรม หรือธรรมชาติ
  • วางแผนเที่ยวแต่ละวันแบบยืดหยุ่น มีทั้งช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมร่วมกันและเวลาส่วนตัวของแต่ละครอบครัว
  • ผลัดกันช่วยดูแลเด็ก ๆ เพื่อให้ผู้ใหญ่ทุกคนได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่

การนำคุณค่าดั้งเดิมของครอบครัวไทยที่เน้นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มาผสมผสานกับเครื่องมือและทางเลือกการท่องเที่ยวสมัยใหม่ อาจทำให้การเดินทางในลักษณะนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งและอบอุ่นในอนาคต

แหล่งข้อมูล: