งานวิจัยระยะยาวชิ้นใหม่ล่าสุดได้พลิกความเชื่อเดิมๆ โดยสิ้นเชิง เมื่อค้นพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อย แม้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ของโรคเบาหวาน กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนสุขภาพทางเพศของผู้ชาย ไม่ใช่อายุหรือระดับฮอร์โมนที่ลดลงอย่างที่เข้าใจกันมานาน ผลการศึกษาที่นำเสนอในที่ประชุมประจำปีของสมาคมต่อมไร้ท่อ ENDO 2025 ชี้ว่าภาวะน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลให้การเคลื่อนที่ของอสุจิลดลง เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และความต้องการทางเพศซบเซา ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพชายที่น่ากังวลทั้งในไทยและทั่วโลก (SciTechDaily)
ที่ผ่านมา ปัญหาสุขภาพทางเพศและระบบสืบพันธุ์ในชายสูงวัยมักถูกโยนให้เป็นความผิดของระดับฮอร์โมนหรืออายุที่มากขึ้น แต่งานวิจัยชิ้นนี้จากทีมแพทย์ต่อมไร้ท่อชั้นนำในเยอรมนีชี้ให้เห็นว่า “ความเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญ โดยเฉพาะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศมากกว่าที่เคยประเมินไว้” ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในเมืองมึนสเตอร์กล่าวว่า หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้คือการหันมาใส่ใจควบคุมระดับน้ำตาล ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสมรรถภาพทางเพศให้แข็งแรงยืนยาว
ผลการศึกษา FAME 2.0: น้ำตาลในเลือดส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศชายโดยตรง
การศึกษาที่มีชื่อว่า FAME 2.0 ได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างชายสุขภาพดีจำนวน 200 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 85 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ถึง 2563 โดยผู้เข้าร่วมทุกคนไม่มีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือมะเร็งมาก่อน เมื่อเวลาผ่านไป มีผู้เข้าร่วมที่ผ่านการประเมินอย่างครบถ้วนเหลือ 117 คน ซึ่งได้รับการตรวจทั้งคุณภาพน้ำเชื้อ ระดับฮอร์โมน สมรรถภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ดัชนีมวลกาย (BMI) และค่า HbA1c ซึ่งเป็นตัวชี้วัดระดับน้ำตาลในเลือดสะสมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างชัดเจน: แม้ว่าระดับฮอร์โมนและคุณภาพน้ำเชื้อส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ในกลุ่มผู้ชายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเล็กน้อย (แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เบาหวาน คือมีค่า HbA1c ต่ำกว่า 6.5%) กลับพบปัญหาการเคลื่อนที่ของอสุจิช้าลงและสมรรถภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ ที่น่าสนใจคือระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการแข็งตัว แต่ยังคงสัมพันธ์กับความต้องการทางเพศที่ลดลงจากการประเมินตนเอง
คนไทยต้องใส่ใจน้ำตาลในเลือดให้มากขึ้น
สถานการณ์นี้สะท้อนภาพสังคมไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากปัจจุบันโรคที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญ เช่น ภาวะก่อนเบาหวานและโรคอ้วน มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยในปี 2562 พบว่าผู้ใหญ่ไทยกว่า 10% ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวานหรือมีระดับน้ำตาลสูงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งภาวะเช่นนี้อาจทำให้สุขภาพทางเพศและการสืบพันธุ์เสื่อมถอยลงอย่างเงียบๆ (กระทรวงสาธารณสุข)
พฤติกรรมการบริโภคอาหารรสหวานจัดและการขาดการออกกำลังกายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มปัญหาสุขภาพทางเพศที่พบได้บ่อยขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน
ค่านิยมและวัฒนธรรมไทย: เรื่องสมรรถภาพชายยังเป็นเรื่องน่าอาย
ในสังคมไทย ประเด็นที่เกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศมักเป็นเรื่องที่ถูกปิดบังหรือพูดคุยกันในวงจำกัด ตามความเชื่อดั้งเดิม เรามักโทษว่าเป็น “เรื่องของวัย” หรือ “สังขารที่ร่วงโรย” และหลายครั้งก็หันไปพึ่งพาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นทางลัด
งานวิจัยชิ้นใหม่นี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยปรับเปลี่ยนความเข้าใจ และนำไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพที่ตรงจุดมากขึ้น เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการลดน้ำตาล โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสูตรลับหรืออาหารเสริมราคาแพง ปัจจุบัน คลินิกสุขภาพชายและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะในไทยต่างเริ่มแสดงความกังวลต่อพฤติกรรมการบริโภคหวานและวิถีชีวิตที่เนือยนิ่งของชายไทยมากขึ้น (Bangkok Post Health Desk)
แนวทางจากผู้เชี่ยวชาญ: คุมน้ำตาลก่อนจะสาย
ทีมวิจัยจากเยอรมนีและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั่วโลกต่างเน้นย้ำว่าทุกคนสามารถกำหนดอนาคตสุขภาพทางเพศของตนเองได้ แม้จะอายุมากขึ้นก็ตาม หากเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ โรงพยาบาลชั้นนำในไทยเองก็เริ่มรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง แพทย์เฉพาะทางระบบต่อมไร้ท่อระดับแถวหน้าของกรุงเทพฯ ท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า “การป้องกันควรเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีอาการ นั่นคือการดูแลอาหารการกินและขยับร่างกายให้สม่ำเสมอ”
วิถีชีวิตเปลี่ยน อาหารหวานเกินพิกัด
ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การขยายตัวของเมืองมาพร้อมกับอาหารและขนมหวานสไตล์ตะวันตก น้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานกลายเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น แม้ว่าข้าวและอาหารไทยจะยังเป็นอาหารหลัก แต่ของหวานได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเด็กและวัยรุ่นไทยไปแล้ว
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ว่า ปริมาณน้ำตาลที่คนไทยบริโภคต่อวันสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่แนะนำ โดยมีเครื่องดื่มรสหวานเป็นแหล่งน้ำตาลอันดับหนึ่ง (WHO: Thailand Sugar Consumption) แม้จะมีโครงการรณรงค์เรื่องโรคเบาหวานและโรคอ้วนอย่างต่อเนื่อง แต่คนหนุ่มสาวจำนวนมากยังไม่ตระหนักว่าน้ำตาลไม่ได้สร้างแค่ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศตั้งแต่อายุยังน้อยอีกด้วย
ทางออกสำหรับสุขภาพชายไทยยุคใหม่
งานวิจัย FAME 2.0 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพชายไทยในยุคที่เศรษฐกิจเติบโตควบคู่ไปกับโรคจากระบบเผาผลาญที่เพิ่มสูงขึ้น แพทย์แนะนำว่าผู้ชายที่มีปัญหาทางเพศควรได้รับการตรวจวัดระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) แม้จะยังไม่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานก็ตาม ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหารรสหวาน การออกกำลังกาย และการเสพข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง
ปัจจุบัน นักวิจัยด้านสุขภาพในไทยเองก็เริ่มหันมาสนใจศึกษาในกลุ่มประชากรไทยเพิ่มเติม เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยด้านอาหาร วิถีชีวิต และพันธุกรรมของคนไทยที่มีผลต่อการเกิดโรคกลุ่มนี้
สรุป: ถึงเวลาดูแลสุขภาพเพศแนวใหม่ เลิกโทษ “อายุ”
ได้เวลาทบทวนความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า “อายุหรือฮอร์โมน” คือสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพทางเพศชาย เพราะในความเป็นจริงแล้ว “น้ำตาลในเลือด” อาจเป็นภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ คนไทยจึงไม่ควรรอให้มีอาการหรือป่วยเป็นเบาหวานก่อนจึงจะหันมาใส่ใจ การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างการลดหวาน เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ สามารถส่งผลดีในระยะยาวต่อสุขภาพทางเพศและการสืบพันธุ์ได้ สมาชิกในครอบครัวและบุคลากรทางการแพทย์ควรช่วยกันเปิดประเด็นพูดคุยเรื่องนี้เพื่อลดความเขินอายและสร้างความเข้าใจในการดูแลที่ถูกต้อง
ในบริบทวัฒนธรรมไทยที่เรื่องเพศภาวะความเป็นชาย ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และค่านิยมความเป็นผู้นำมักเชื่อมโยงกัน องค์ความรู้ใหม่นี้จึงเปรียบเสมือนความหวังที่จะสร้างประโยชน์ได้ทั้งในระดับโรงเรียน ที่ทำงาน และชุมชน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อของไทยได้ให้ข้อสรุปว่า “แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน ก็อาจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งตนเองและคนที่รักได้”
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาล สุขภาพทางเพศ หรือแหล่งข้อมูลในประเทศ สามารถติดต่อได้ที่กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลชั้นนำ หรือศึกษาข้อมูลจากสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญในไทย