วงการแพทย์ต้องหันมาจับตาอีกครั้งกับผลวิจัยล่าสุดที่ชี้ว่า การกินอาหารแบบคีโตเจนิก (คีโต) มีส่วนช่วยบำรุงสมองได้อย่างน่าทึ่ง โดยพบว่าสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองได้ถึง 22% และยังกระตุ้นระดับโปรตีน BDNF ซึ่งเปรียบเสมือน “อาหารสมอง” ให้สูงขึ้นถึง 47% การค้นพบครั้งสำคัญนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกโดย PsyPost และกำลังจุดประกายความหวังครั้งใหม่ให้กับแวดวงโภชนาการ ที่อาจใช้เป็นแนวทางเสริมสร้างศักยภาพสมองและป้องกันโรคทางระบบประสาท โดยเฉพาะสำหรับสังคมไทยที่กำลังเผชิญกับภาวะสมองเสื่อมและโรคหลอดเลือดสมองที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับครอบครัวไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ ภาวะความจำเสื่อมกลายเป็นเรื่องน่ากังวล ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ การกินคีโตที่เน้นลดแป้งและน้ำตาล หันไปใช้ไขมันเป็นพลังงานหลักผ่านสารคีโตน ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในฐานะวิธีลดน้ำหนักและควบคุมเบาหวาน แต่ล่าสุด กลับมีข้อมูลใหม่ที่ชี้ว่าอาหารไขมันสูงชนิดนี้อาจมีคุณประโยชน์ต่อสมองโดยตรง
ในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ นักวิจัยได้ตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดในสมองและระดับโปรตีน BDNF ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความยืดหยุ่นและการอยู่รอดของเซลล์ประสาท ในกลุ่มผู้ที่เริ่มกินอาหารคีโต ผลปรากฏว่าสมองมีเลือดไปหล่อเลี้ยงเพิ่มขึ้น 22% และระดับโปรตีน BDNF พุ่งสูงขึ้น 47% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเพิ่มความไวในการคิด การเรียนรู้ และความจำ แม้รายละเอียดของงานวิจัยจะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่นักวิชาการชี้ว่าข้อค้นพบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงโภชนาการเข้ากับสุขภาพสมองของผู้ใหญ่โดยตรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากโรงพยาบาลภูมิภาคขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในไทยให้ความเห็นว่า “การที่ BDNF เพิ่มขึ้นถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก เพราะช่วยให้เซลล์สมองฟื้นตัวและปรับตัวได้ดีขึ้น ซึ่งอาจมีส่วนช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมอย่างอัลไซเมอร์ได้”
ข้อมูลนี้ยังสอดคล้องกับงานศึกษาในต่างประเทศ ที่เคยตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Neuroscience ซึ่งรายงานว่าผู้ใหญ่ที่มีภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ดีขึ้นหลังกินอาหารคีโต การเพิ่มขึ้นของ BDNF ยังช่วยส่งเสริมการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท หรือที่เรียกว่า “Synaptic Plasticity” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้สูงวัยในไทย นอกจากนี้ การที่เลือดไหลเวียนในสมองได้ดีขึ้นยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือด ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากโรคยอดฮิตของคนไทยอย่างความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง จากข้อมูลของ PubMed
อย่างไรก็ตาม สำหรับสังคมไทยที่ข้าวและอาหารประเภทแป้งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต การปรับตัวมากินคีโตจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งในแง่ของวัฒนธรรมการกินและชีวิตประจำวัน นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยแนะว่า หากต้องการประยุกต์ใช้แนวทางนี้ ควรเน้นไขมันดีจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด หรือถั่วต่างๆ แทนการกินเนื้อสัตว์ติดมันปริมาณมาก “คีโตไม่ได้แปลว่าต้องกินแต่เนื้อแดงหรือไขมันอิ่มตัวสูงเสมอไป” นักโภชนาการจากศูนย์วิจัยด้านสาธารณสุขกล่าว “วัตถุดิบจากพืชและอาหารไทยหลายชนิดสามารถปรับใช้ให้เข้ากับหลักคีโตได้ และอาจให้ประโยชน์ที่ไม่ต่างกัน”
แต่เดิมนั้น อาหารคีโตถูกใช้เป็นทางเลือกรักษาผู้ป่วยโรคลมชักที่ดื้อยา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก แต่ปัจจุบันมีการศึกษาขยายผลไปยังโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และล่าสุดคือศักยภาพการทำงานของสมอง ถึงกระนั้น ผู้เชี่ยวชาญยังคงย้ำเตือนว่างานวิจัยส่วนใหญ่ รวมถึงชิ้นล่าสุดนี้ มักเป็นการศึกษาในระยะสั้นและมีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก จึงยังต้องมีการติดตามผลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระยะยาวต่อไป ตามข้อมูลจาก Harvard Health
นอกจากนี้ ยังมีข้อควรระวังอยู่บ้าง เพราะอาหารคีโตอาจไม่เหมาะกับทุกคน และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ขาดสารอาหาร ท้องผูก หรืออ่อนเพลีย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องใช้แรงงานหรือออกกำลังกายหนัก ทีมแพทย์ในไทยจึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการกินอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือโรคไต ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยในประชากรไทย
ในอนาคตจึงจำเป็นต้องมีงานวิจัยที่ครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้น เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนว่าใครคือกลุ่มที่เหมาะสมกับแนวทางนี้ และจะปรับใช้อย่างไรให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย แต่ข้อค้นพบในปัจจุบันก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทำให้สังคมไทยได้หันมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างวิถีการกิน สุขภาพ และความเสื่อมของสมองตามวัย
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ต้องการดูแลสมองให้แข็งแรง อาจเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการปรับเมนูอาหารไทยให้ลดคาร์โบไฮเดรตลง เลือกใช้ไขมันดีจากธรรมชาติ เพิ่มการออกกำลังกาย ควบคุมความดันโลหิต และหากิจกรรมทางสังคมทำเพื่อกระตุ้นสมองอยู่เสมอ แม้ยังไม่แน่ชัดว่าคีโตจะกลายเป็นกระแสหลักในไทยหรือไม่ แต่ข้อมูลใหม่นี้ก็ได้ตอกย้ำถึงบทบาทของโภชนาการที่มีต่ออนาคตสุขภาพสมองของคนไทยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโภชนาการเพื่อสุขภาพสมอง สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน หรือศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น PsyPost และ Harvard Health
In an article [ https://my.clevelandclinic.org/health/articles/24003-ketosis ], more details of ketogenic diet are given including benefits and side effects.
This article does say that levels of ketones in our body go up after a few weeks of diet, because our body is forced to get energy from stored fats. But whether higher ketone level in our brain and body is a good (or bad) thing is not clear.
This is similar to level of cholesterol in our blood that higher cholesterol may be result of our body working to rectify imbalances or inflammations; using drugs to lower cholesterol without knowing the imbalances or inflammations may not be right for our body.
Think about previous ‘wisdom’ on fats, carbohydrates (sugars), … We still have a lot to learn. ;-)