ในยุคที่คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความเครียดเรื้อรัง ตั้งแต่อาการนอนไม่หลับไปจนถึงความวิตกกังวลที่ไม่หายไปไหน นักวิทยาศาสตร์และนักโภชนาการต่างชี้ตรงกันว่า อาหารบางชนิดอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดของร่างกายได้ โดยเฉพาะอาหารหาง่าย 9 ชนิดที่กำลังเป็นที่พูดถึงในแวดวงสุขภาพว่าสามารถช่วยลดระดับ “คอร์ติซอล” หรือฮอร์โมนความเครียด และส่งเสริมสุขภาพกายใจในระยะยาวได้ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับเทรนด์สุขภาพทั่วโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองแบบองค์รวม ผ่านการปรับเปลี่ยนอาหารการกินและวิถีชีวิต

ทำไม “คอร์ติซอล” ถึงสำคัญต่อร่างกาย?

คอร์ติซอลคือฮอร์โมนตัวหลักที่ร่างกายหลั่งออกมาเมื่อเผชิญความเครียด ผลิตจากต่อมหมวกไตและถูกควบคุมโดยกลไกที่ซับซ้อน มันมีบทบาทตั้งแต่การสร้างความทรงจำ การเผาผลาญ ไปจนถึงการกระตุ้นปฏิกิริยา “สู้หรือหนี” (Fight-or-Flight) ของสมอง แต่เมื่อเราต้องเจอกับแรงกดดันไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเรื่องงาน การเงิน หรือแม้แต่ปัจจัยแวดล้อมอย่างมลพิษและการจราจรในกรุงเทพฯ หากระดับคอร์ติซอลพุ่งสูงค้างเป็นเวลานาน ก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น ปวดศีรษะ ระบบย่อยอาหารแปรปรวน ประจำเดือนมาไม่ปกติ นอนหลับยาก และภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านสุขภาพชั้นนำ (ดูข้อมูลเพิ่มเติม, GoodRx, AXA Thailand)

9 อาหารที่นักโภชนาการทั่วโลกแนะนำ

ข่าวดีก็คือ มีอาหารหลายชนิดที่หาซื้อได้ไม่ยากในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตบ้านเรา ซึ่งช่วยปรับสมดุลคอร์ติซอลได้อย่างเป็นธรรมชาติ จากข้อมูลงานวิจัยและบทความล่าสุด (BuzzFeed, Vogue, Prevention) อาหาร 9 อย่างที่ได้รับการแนะนำมากที่สุด ได้แก่

  • สตรอว์เบอร์รี
  • อะโวคาโด
  • ดาร์กช็อกโกแลต
  • ถั่วลูกไก่ (Chickpeas)
  • หอยนางรม
  • ผักโขม
  • นมสด
  • ชาเขียว
  • กิมจิ

อาหารแต่ละชนิดอุดมไปด้วยสารอาหารที่ผลวิจัยชี้ว่าช่วยลดการผลิตคอร์ติซอล หรือทำให้ร่างกายรับมือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น

คุณค่าสารอาหารและประโยชน์ต่อร่างกาย

  • สตรอว์เบอร์รี เต็มไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอนโทไซยานิน ซึ่งช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากคอร์ติซอล และสนับสนุนการซ่อมแซมร่างกาย นักกำหนดอาหารทางคลินิกท่านหนึ่งระบุว่า “วิตามินซีไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากคอร์ติซอล แต่ยังทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากภาวะเครียดได้เร็วขึ้นด้วย” (ที่มา)
  • อะโวคาโด เป็นแหล่งแมกนีเซียมชั้นดี ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อการนอนหลับและช่วยควบคุมแกนสมอง-ต่อมไร้ท่อ-ต่อมหมวกไต (HPA axis) ที่ทำหน้าที่จัดการความเครียดโดยตรง แมกนีเซียมยังช่วยสร้างสาร GABA ที่ทำให้ระบบประสาทผ่อนคลาย คนไทยที่ใช้ชีวิตเร่งรีบและพึ่งพาอาหารจานด่วนมักเสี่ยงขาดแร่ธาตุชนิดนี้ (ข้อมูลเพิ่มเติม)
  • ดาร์กช็อกโกแลต โดยเฉพาะชนิดที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป นอกจากจะมีแมกนีเซียมสูงแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย การกินในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยส่งเสริมการสร้างสาร GABA และลดอารมณ์ตึงเครียดได้ “หัวใจสำคัญคือต้องไม่รับน้ำตาลและไขมันมากเกินไป เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด” นักวิชาการโภชนาการในกรุงเทพฯ ให้คำแนะนำ
  • ถั่วลูกไก่ แม้จะไม่ใช่ของ привык в ครัวไทย แต่ปัจจุบันหาซื้อง่ายขึ้นตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป อุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเซโรโทนิน หรือ “สารแห่งความสุข” ทั้งยังมีแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายทนทานต่อความเครียดและนอนหลับได้ดีขึ้น
  • หอยนางรม อาจเป็นเมนูพิเศษสำหรับบางบ้าน แต่ความโดดเด่นอยู่ที่ปริมาณสังกะสีที่สูงมาก สังกะสีมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพจิต และมักเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่ค่อยกินอาหารทะเล อาจารย์ด้านโภชนาการในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของไทยกล่าวว่า “การขาดสังกะสีมีความสัมพันธ์กับปัญหาทางอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญ”
  • ผักโขม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หาซื้อง่ายในไทยและราคาจับต้องได้ แค่กินผักโขม 1 จาน ก็ได้แมกนีเซียมเกือบ 80 มิลลิกรัม แถมยังมีวิตามินซีอีกด้วย การนำไปผัดหรือใส่ในเมนูอาหารไทยต่างๆ ก็ทำได้ง่ายและคุ้นเคยกันดี
  • นมวัว ให้วิตามินบี 12 สูง ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและอารมณ์ โดยเฉพาะในคนที่ตกอยู่ในภาวะเครียด นมสดจึงเป็นอาหารพื้นฐานที่หาดื่มได้ทั่วไปในไทย
  • ชาเขียว ที่มีขายตั้งแต่ร้านริมทางไปจนถึงคาเฟ่หรู มีกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน (L-theanine) ที่มีคุณสมบัติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย (อ่านต่อ)
  • กิมจิ อาหารหมักดองที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ดีหรือโปรไบโอติกส์ ซึ่งงานวิจัยใหม่ๆ พบว่ามีความเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตที่ดีและช่วยลดระดับคอร์ติซอลได้ (GoodRx)

อาหารไม่ใช่แค่กระแส แต่ต้องกินให้หลากหลาย

ประโยชน์ของอาหารเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องตามกระแส เพราะมีงานวิจัยและการทดลองทางคลินิกสนับสนุน เช่น การทบทวนงานวิจัยโดยกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาพบว่า การเสริมแมกนีเซียมช่วยลดอาการวิตกกังวลและดีต่อสุขภาพต่อมหมวกไต ขณะที่วิตามินบี 12 และสังกะสีก็มีบทบาทสำคัญต่อสมดุลอารมณ์และระบบประสาทเช่นกัน (อ้างอิง)

นักโภชนาการย้ำว่า ไม่มีอาหารชนิดใดชนิดเดียวที่สามารถป้องกันหรือรักษาความเครียดได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือการกินอาหารที่หลากหลายและสม่ำเสมอ เพื่อช่วยป้องกันผลกระทบระยะยาวจากความเครียดเรื้อรัง “มองง่ายๆ ว่าเหมือนการสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกายทีละมื้อ” นักกำหนดอาหารการกีฬาที่ดูแลนักกีฬาวัยรุ่นในไทยท่านหนึ่งแนะนำ

ปรับใช้ในชีวิตประจำวันแบบไทยๆ

สำหรับคนไทย เราสามารถนำอาหารเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่ยาก ด้วยวัฒนธรรมตลาดนัดที่มีผักผลไม้สดใหม่ หรือพฤติกรรมการดื่มชาเขียวยามบ่ายของใครหลายคน ส่วนอาหารที่ราคาสูงอย่างหอยนางรมหรือดาร์กช็อกโกแลตนำเข้า อาจไม่เหมาะกับทุกคน แต่เราสามารถเลือกกินผลไม้เมืองร้อน นมวัว ผักพื้นบ้าน หรืออาหารทะเลท้องถิ่นอย่างหอยหรือกุ้งจากอ่าวไทยและฝั่งอันดามันแทนได้

อาหารไทยที่เน้นสมุนไพร ผักสด และของหมักดองอย่างปลาร้า หรือแม้แต่กิมจิที่กำลังเป็นที่นิยม ล้วนสะท้อนภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงเรื่องอาหารเข้ากับอารมณ์และสุขภาพมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบัน โรงพยาบาล ศูนย์สุขภาพ และหน่วยงานรัฐในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ เริ่มให้คำปรึกษาด้านโภชนาการแบบองค์รวม เพื่อใช้ดูแลสุขภาพจิตและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยให้ข้อมูลทางโภชนาการเพื่อจัดการฮอร์โมนความเครียดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (ข้อมูลจาก AXA Thailand)

กินอาหารคลายเครียดอย่างไรให้ปลอดภัย?

แม้ว่าอาหารจะเป็นเครื่องมือชั้นดีในการดูแลความเครียด แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษานักกำหนดอาหารหรือแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนเมนูอาหารครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองง่ายๆ ได้ทันที แค่ลองเติมผักโขมลงในไข่เจียว ใส่ถั่วลูกไก่ในแกง หรือจิบชาเขียวเย็นๆ หลังเลิกเรียนหรือเลิกงาน

ใครที่มองหาเมนูสุขภาพสำหรับคนไทย สามารถดูไอเดียได้จากแอปพลิเคชันอย่าง Tasty หรือเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข การเลือกสูตรอาหารที่ใช้ผักผลไม้พื้นบ้านและสนับสนุนตลาดใกล้บ้านเป็นทางเลือกที่ทั้งประหยัดและดีต่อสุขภาพ

ท้ายที่สุด ผู้ที่มีภาวะเครียดต่อเนื่องควรใส่ใจดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง และที่สำคัญคือควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหากอาการไม่ดีขึ้น

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์ติซอล สุขภาพจิต และโภชนาการเพื่อการจัดการความเครียด สามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือแหล่งข้อมูลชั้นนำ เช่น GoodRx, Vogue หรือ Healthline